เสียงทุ้มต่ำของดนตรีแจ๊สคลอเคลียไปกับเสียงแก้วเจียรไนกระทบกันเบาๆ ในห้องจัดเลี้ยงระดับไฮ엔ด ทว่าบรรยากาศรอบตัวพยัคฆ์กลับเย็นเยียบราศีก่อตัวเป็นพายุกland ท่ามกลางผู้คนนับร้อยที่แต่งกายด้วยชุดราตรีและสูทสากลสุดหรู สายตาของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกลับไม่ได้จับจ้องที่ผลกำไรหรือการเจรจาการค้าในงานกาลาการกุศลค่ำคืนนี้เลยแม้แต่น้อย
ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองหาใครบางคน—คนปากเก่งที่กล้าท้าทายอำนาจมืดของเขาด้วยรอยยิ้มหยันเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
“มองหาใครอยู่หรือคะคุณพยัคฆ์... สายตาร้อนรุ่มขนาดนั้น ระวังใครบางคนจะละลายเอาเสียก่อนนะ”
เสียงหวานหยดย้อยที่ดังขึ้นใกล้ข้อศอกขวา ทำให้คิ้วเข้มของพยัคฆ์ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขาหันไปมองเจ้าของเสียงด้วยแววตาราบเรียบไร้ระลอกคลื่น
มินตราในชุดราตรีสีแดงเพลิงผ่าสูงเผยให้เห็นเรียวขาเนียนก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างถือวิสาสะ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยเตะจมูก—กลิ่นเดิมที่เขาเคยคุ้นเคยเมื่อหลายปีก่อน แต่ในวินาทีนี้มันกลับไม่ได้สร้างความรู้สึกพิเศษใดๆ นอกจากการรบกวนสมาธิ
“ผมว่าผมยืนอยู่ตรงนี้คนเดียวนะครับคุณมินตรา” พยัคฆ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนาที่ติดจะเย็นชา รักษาระยะห่างอย่างชัดเจน “และผมคิดว่าเราไม่ได้มีเรื่องส่วนตัวอะไรที่ต้องคุยกันลึกซึ้งขนาดนั้น”
มินตราหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่คมจงใจฉายแววตัดพ้ออย่างน่าสงสาร เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนไหล่แทบจะชนกัน มือเรียวถือแก้วแชมเปญยกขึ้นจิบพลมองหน้าชายหนุ่ม “ใจร้ายจังเลยนะคะ... ผ่านไปตั้งกี่ปี คุณยังคงความปากร้ายและใจดำเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยสักนิด”
พยัคฆ์ไม่ได้ตอบโต้ ปลายนิ้วหนาหมุนแก้วไวน์ในมือไปมา ดวงตาคมปลาบเหลือบไปเห็นร่างโปร่งของรินทร์ที่กำลังยืนคุยอยู่กับนักลงทุนรุ่นใหญ่ทางฝั่งซ้าย รินทร์ในชุดสูทเข้ารูปสีเทาอ่อนดูโดดเด่นสะดุดตา ใบหน้าหวานนั้นกำลังยิ้มแย้มและส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ให้กับคู่สนทนาอย่างออกรส โดยไม่ยอมชายตามองมาทางนี้เลยสักนิด ทั้งที่เขายืนอยู่ตรงนี้... ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร!
ความหึงหวงที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในอกทำให้กรามหนาขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน พยัคฆ์พยายามจะก้าวเท้าผละออกจากตรงนั้น ทว่ามินตรากลับเอื้อมมือมาแตะที่แขนเสื้อสูทของเขาไว้เสียก่อน
“ปล่อยครับ” พยัคฆ์เอ่ยเสียงต่ำ คำเตือนในน้ำเสียงนั้นเริ่มเจือด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งสูงขึ้น
“มินแค่อยากคุยด้วยในฐานะเพื่อนเก่าเองค่ะคุณพยัคฆ์... หรือว่าคุณกลัว?” มินตราจงใจยิ้มท้าทาย “กลัวว่าใครบางคนทางโน้นจะเข้าใจผิด หรือว่าคุณกลCวว่าถ่านไฟเก่ามันจะคุขึ้นมาอีกครั้งกันแน่คะ?”
ทางด้านรินทร์ แม้จะกำลังสนทนากับประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง แต่หางตาของหนุ่มหน้าหวานกลับเรดาร์จับภาพความเคลื่อนไหวทางฝั่งพยัคฆ์อยู่ตลอดเวลา รอยยิ้มบนเรียวปากบางยังคงประดับอยู่ ทว่าในใจกลับนึกหมั่นไส้จนอยากจะเดินไปคว้าคอเสื้อคนปากร้ายมาเขย่าแรงๆ สักที
*ไหนล่ะพ่อคนซึน ปากบอกไม่สนใจใคร แต่ยืนให้ผู้หญิงเกาะแขนแนบชิดขนาดนั้น ท่าทางจะเคลิ้มจนลืมตัวแล้วมั้งนั่น!*
“คุณรินทร์ครับ... สนใจมาร่วมลงทุนในโปรเจกต์รีสอร์ตที่ภูเก็ตกับผมไหมครับ รับรองว่าผลตอบแทนไม่ต่ำกว่ายี่สิบเปอร์เซ็นต์แน่นอน” นักลงทุนรุ่นใหญ่เอ่ยชวนด้วยแววตาเป็นประกาย
รินทร์ดึงสายตากลับมาสบตากับคู่สนทนา รอยยิ้มหวานหยดถูกปั้นแต่งขึ้นทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความขุ่นมัวในใจ “น่าสนใจมากเลยครับท่านประธาน แต่เรื่องนี้นงคงต้องขอกลับไปปรึกษากับ... เอ่อ... หุ้นส่วนใหญ่ของผมก่อนนะครับ พอดีช่วงนี้เขาชอบทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ตัดสินใจคนเดียวไม่ได้หรอกครับ กลัวจะโดนเฉือนหัวเอา”
คำพูดเชิงเหน็บแนมนั้นดังพอจะทำให้คนฟังหัวเราะชอบใจ โดยที่รินทร์จงใจปรายตามองไปยังจุดที่พยัคฆ์ยืนอยู่เล็กน้อย เพื่อส่งสัญญาณเตือนเป็นนัยๆ ว่าเขาเห็นทุกอย่าง
แต่ดูเหมือนพยัคฆ์จะไม่ได้ใส่ใจสัญญาณเตือนนั้นเท่าไรนัก เมื่อมินตราจงใจก้าวเข้าไปประชิดตัวเขามากขึ้น พร้อมกับโน้มใบกระซิบข้างหูด้วยถ้อยคำบางอย่างที่รินทร์ไม่ได้ยิน ทว่าภาพที่เห็นมันช่างบาดตาบาดใจเสียนี่กระไร
พยัคฆ์ขมวดคิ้วมุ่น เขากำลังจะสะบัดแขนออกอย่างเด็ดขาดเพื่อเดินหนีไปหารินทร์ที่ตอนนี้เริ่มหน้าบึ้งขึ้นทีละน้อย ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง
“ดูท่าทางงานเลี้ยงคืนนี้จะคึกคักเป็นพิเศษนะครับ... คุณพยัคฆ์คงไม่ได้กำลังรำลึกความหลังอยู่หรอกใช่ไหมครับ?”
พยัคฆ์ชะงัก มินตราผละถอยหลังออกไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่พยัคฆ์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มยียวนที่ประดับอยู่บนใบหน้าของรินทร์ ซึ่งเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
รินทร์ไม่ได้มองมินตราเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องตรงมาที่พยัคฆ์ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ทว่าริมฝีปากบางเฉียบกลับยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำเอาพระเอกสายซึนถึงกับเสียวสันหลังวาบ
“อ้าว... รินทร์” พยัคฆ์เผลออุทานออกมาเบาๆ น้ำเสียงที่เคยราบเรียบกลับสะดุดกึกอย่างเห็นได้ชัด
“ครับ ผมเอง” รินทร์ตอบรับด้วยน้ำเสียงหวานใส ทว่าแฝงความเฉือดเฉือนชนิดที่คนฟังต้องหนาวๆ ร้อนๆ “เห็นคุณดูจะ ‘ยุ่ง’ อยู่กับแขกคนสำคัญ ผมก็เลยไม่อยากขัดจังหวะความสุข... แต่พอดีท่านประธานทางโน้นฝากให้ผมมาตามคุณพยัคฆ์ไปเคลียร์เรื่องสัญญาด่วนที่สุดครับ”
พยัคฆ์มองรอยยิ้มนั้นแล้วรู้ทันทีว่าร5นทร์ไม่ได้พูดความจริงเรื่องงาน แต่กำลังหาข้ออ้างลากตัวเขาออกไปจากตรงนี้ด้วยความหึงหวงแบบเนียนๆ แน่นอน และแทนที่จะปฏิเสธ มุมปากหนากลับกระตุกยิ้มขึ้นมาทีละน้อย ความหงุดหงิดเมื่อคร่ามลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกสนุกที่ได้เห็นคนปากเก่งแสดงอาการหึงออกนอกหน้าขนาดนี้
“อ้อเหรอครับ...” พยัคฆ์เอ่ยเสียงพร่า ทอดสายตามองคนตรงหน้าด้วยแววตาแพรวพราวที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้ไม่มิด “แปลกจีงนะ... เมื่อกี้ยังทำเป็นเมิน ไม่ยอมชายตาแลผมเลยสักนิด แต่พอมีคนอื่นเข้ามาใกล้หน่อย ทำไมถึงรีบเดินแจ้นเข้ามาทวงสิทธิ์เร็วจังล่ะครับ หืม?”
รินทร์หน้าขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคือง ไม่คิดว่าคนปากร้ายจะกล้าแซวเขากลางวงล้อมแบบนี้ “ใครทวงสิทธิ์กันครับ! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยพยัคฆ์ ผมแค่ทำหน้าที่เพื่อนร่วมงานที่ดี กลัวคุณจะเสียมารยาทกับแขกเหรื่อต่างหากเล่า!”
“เพื่อนร่วมงานเหรอครับ?” พยัคฆ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวรินทร์อย่างรวดเร็ว จนหนุ่มหน้าหวานต้องผถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะบาร์ด้านหลังโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วแกร่งเอื้อมไปฉวยเอวบางไว้เบาๆ เพื่อประคองไม่ให้เซ โดยไม่สนใจสายตาของมินตราและผู้คนรอบข้างเลยแม้แต่น้อย “แน่ใจนะว่าคิดแค่เพื่อนร่วมงาน... แล้วทำไมใจเต้นแรงจนผมได้ยินเสียงเลยล่ะครับ หืม?”
รินทร์เบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นอายความเป็นผู้ชายที่แผ่ออกมาจากตัวพยัคฆ์ทำเอาสมองของเขาตื้อตันไปหมด คำแก้ตัวร้อยแปดที่เตรียมไว้กระเด็นหายไปในอากาศ
ในจังหวะที่หัวใจของรินทร์เต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก และพยัคฆ์กำลังจะเอաբคำพูดเย้าแหย่ประโยคสุดท้ายกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม...
เสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับน้ำเสียงหวานเย็นที่ขัดจังหวะขึ้นอย่างจงใจ
“ว้าว... ดูท่าทางฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทของคุณสองคนเข้าเสียแล้วสิคะ... แต่เสียดายจังนะคุณพยัคฆ์ ดูเหมือนว่า ‘ความลับ’ ระหว่างเราเมื่อก่อน คงจะทำให้คุณลืมคนตรงหน้านี้ไปชั่วขณะเลยล่ะมั้ง?”
พยัคฆ์และรินทร์ชะงักค้าง รินทร์รีบตวัดสายตากลับไปมองมินตราทันที ขณะที่พยัคฆ์หน้าตึงขึ้นในพริบตา ดวงตาสีนิลหรี่แคบลงด้วยความระแวงระวังเมื่อได้ยินคำว่า *‘ความลับระหว่างเรา’* จากปากอดีตคนรักเก่าที่จงใจทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้กลางวงสนทนา!
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนลุ้นระทึกนี้นะครับ — *เมทริกซ์ซีโร่*
ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 15
อดีตคนรักที่กลับมา
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!