เสียงล้อกระเป๋าเดินทางลากผ่านพื้นหินอ่อนราคาแพงดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบสงัดของห้องชุดเพนต์เฮาส์หรู มันเป็นเสียงที่แหรมคมและบาดลึก ราวกับประกาศิตครั้งสุดท้ายของคนที่หมดความอดทนกับกรงทองที่ถูกขังไว้
รินทร์กวาดสายตามองรอบห้องโถงกว้างที่เคยมีร่องรอยการปะทะคารมระหว่างเขากับเจ้าของห้องนับครั้งไม่ถ้วน บรรยากาศยังคงความหรูหราเย็นเยียบเช่นเดิม กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นมินต์เจือจางที่เป็นเอกลักษณ์ของพยัคฆ์ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ ทว่าหัวใจของคนจะไปกลับด้านชาเสียจนไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีกแล้ว
กระดาษโน้ตสีขาวแผ่นเล็กถูกวางทับไว้บนเคาน์เตอร์ครัวหินแกรนิต ข้อความสั้นๆ ห้วนๆ ที่เขียนด้วยลายมือปราดเปรียวถูกทิ้งไว้แค่นั้น... *'ขอบคุณสำหรับห้องพักราคาแพง แต่ผมหมดความจำเป็นต้องใช้อีกต่อไปแล้ว'*
รินทร์เหลือบมองนาฬิกาบนผนังที่บอกเวลาเที่ยงคืนตรง แผนการทุกอย่างถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำที่สุด ช่วงเวลาที่พยัคฆ์ควรจะอยู่ห่างไกลออกไปนับพันไมล์ในภารกิจเจรจาธุรกิจสำคัญที่ต่างประเทศ คือช่องว่างเดียวที่ปลอดภัยพอจะทำให้เขาถอนตัวออกจากวงจรอันบิดเบี้ยวนี้ได้โดยไม่ต้องเผชิญหน้ากับสายตาดุดันคู่นั้น
"คนเผด็จการอย่างคุณ... ควรอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตซะเถอะครับพยัคฆ์" รินทร์พึมพำกับความว่างเปล่า รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินไปที่ประตูกระจกบานใหญ่
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวกำลังจะแตะลงบนที่จับประตู เสียงระบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์ด้านหลังกลับส่งเสียงร้องเตือนดัง *'ติ๊ด!'*
หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในอก รหัสผ่านถูกกดปลดล็อกด้วยความคุ้นเคยอย่างรวดเร็ว ประตูบานใหญ่ผลักเปิดออกพร้อมกับร่างสูงสง่าของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งสนิท
คนที่ควรจะอยู่ต่างประเทศไม่ใช่หรือไง?!
พยัคฆ์ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ในชุดสูทสีเข้มที่ไม่ได้ผูกเนกไท ร่างสูงใหญ่ดูทรงพลังและน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดตามองกระเป๋าเดินทางใบโตในมือของรินทร์ ก่อนจะเคลื่อนกลับมาสบตาชะงักกับใบหน้าหวานที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงจนแทบหายใจไม่ออก
ไม่มีคำถาม ไม่มีเสียงอุทานด้วยความตกใจ มีเพียงความเงียบงันที่กดดันจนน่ากลัว พยัคฆ์ค่อยๆ ถอดนาฬิกาข้อมือออกอย่างใจเย็น วางมันลงบนโต๊ะข้างประตูด้วยจังหวะจะโคนเชื่องช้าที่แฝงไปด้วยความคุกคาม ท่าทีนั้นไม่ได้แสดงความแปลกใจเลยสักนิด ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าหนูน้อยจอมพยศตัวนี้กำลังจะทำอะไร
"จะไปไหนครับ... หืม?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบเรื่อย แต่มันกลับทรงพลังพอจะทำให้ขาทั้งสองข้างของรินทร์แทบก้าวไม่ออก พยัคฆ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละน้อย ปิดกั้นเส้นทางหนีทุกทางจนรินทร์ต้องถอยหลังกรูดไปชนกับบานประตู ปลายจมูกแทบจะชนกันในระยะประชิด ความร้อนผ่าวจากร่างกายของอีกฝ่ายแผ่ซ่านเข้ามาจนแทบหลอมละลายความตั้งใจทั้งหมดให้พังทลาย
"ถอยไปนะพยัคฆ์ คุณ... คุณควรจะอยู่ดูงานที่สิงคโปร์ไม่ใช่รึไง ทำไมถึง..." รินทร์พยายามเค้นเสียงให้แข็งกร้าว แต่ดวงตากลับสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
"ถ้าผมไม่บินกลับมาก่อนกำหนด... ผมคงพลาดฉากสำคัญตอนที่คุณแอบหนีออกจากกรงสินะครับรินทร์" พยัคฆ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้กระซิบข้างใบหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความอันตรายที่ทำเอาสติกระเจิง "คิดเหรอครับ ว่าเกมนี้คุณจะเดินออกจากกระดานได้ตามใจชอบ?"
รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เคมีที่ปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างความดื้อรั้นและอำนาจครอบงำพุ่งทะยานถึงขีดสุดในความเงียบยามวิกาล
และในจังหวะที่รินทร์กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยวาจาเชือดเฉือน เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อพยัคฆ์ด้วยน้ำร้อนรนของมินตราที่ดังแทรกเข้ามาในห้องชุด
"พี่พยัคฆ์คะ! เปิดประตูให้มินtราหน่อยค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
พยัคฆ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์เป็นครั้งแรก ดวงตาคมละจากใบหน้าหวานของรินทร์ชั่วขณะเพื่อหันไปมองประตูทางเข้า ก่อนที่เขาจะหันกลับมาล็อกข้อมือเรียวของรินทร์เอาไว้แน่นด้วยมือข้างเดียว ไม่ยอมปล่อยให้หนีไปไหนเด็ดขาด พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้รินทร์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"อย่าเพิ่งไปไหน... อยู่เคลียร์บัญชีกับผมตรงนี้ให้จบก่อน ทั้งเรื่องของคุณ และเรื่องที่ยัยนี่โผล่มาเวลานี้!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์อันดุเดือดนี้นะครับ
ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 34
รินทร์เลือกเดินออกจากกรง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!