ดีลลับฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 34

รินทร์เลือกเดินออกจากกรง

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงล้อกระเป๋าเดินทางลากผ่านพื้นหินอ่อนราคาแพงดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบสงัดของห้องชุดเพนต์เฮาส์หรู มันเป็นเสียงที่แหรมคมและบาดลึก ราวกับประกาศิตครั้งสุดท้ายของคนที่หมดความอดทนกับกรงทองที่ถูกขังไว้ รินทร์กวาดสายตามองรอบห้องโถงกว้างที่เคยมีร่องรอยการปะทะคารมระหว่างเขากับเจ้าของห้องนับครั้งไม่ถ้วน บรรยากาศยังคงความหรูหราเย็นเยียบเช่นเดิม กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นมินต์เจือจางที่เป็นเอกลักษณ์ของพยัคฆ์ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ ทว่าหัวใจของคนจะไปกลับด้านชาเสียจนไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีกแล้ว กระดาษโน้ตสีขาวแผ่นเล็กถูกวางทับไว้บนเคาน์เตอร์ครัวหินแกรนิต ข้อความสั้นๆ ห้วนๆ ที่เขียนด้วยลายมือปราดเปรียวถูกทิ้งไว้แค่นั้น... *'ขอบคุณสำหรับห้องพักราคาแพง แต่ผมหมดความจำเป็นต้องใช้อีกต่อไปแล้ว'* รินทร์เหลือบมองนาฬิกาบนผนังที่บอกเวลาเที่ยงคืนตรง แผนการทุกอย่างถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำที่สุด ช่วงเวลาที่พยัคฆ์ควรจะอยู่ห่างไกลออกไปนับพันไมล์ในภารกิจเจรจาธุรกิจสำคัญที่ต่างประเทศ คือช่องว่างเดียวที่ปลอดภัยพอจะทำให้เขาถอนตัวออกจากวงจรอันบิดเบี้ยวนี้ได้โดยไม่ต้องเผชิญหน้ากับสายตาดุดันคู่นั้น "คนเผด็จการอย่างคุณ... ควรอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตซะเถอะครับพยัคฆ์" รินทร์พึมพำกับความว่างเปล่า รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินไปที่ประตูกระจกบานใหญ่ ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวกำลังจะแตะลงบนที่จับประตู เสียงระบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์ด้านหลังกลับส่งเสียงร้องเตือนดัง *'ติ๊ด!'* หัวใจของรินทร์กระตุกวูบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในอก รหัสผ่านถูกกดปลดล็อกด้วยความคุ้นเคยอย่างรวดเร็ว ประตูบานใหญ่ผลักเปิดออกพร้อมกับร่างสูงสง่าของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งสนิท คนที่ควรจะอยู่ต่างประเทศไม่ใช่หรือไง?! พยัคฆ์ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ในชุดสูทสีเข้มที่ไม่ได้ผูกเนกไท ร่างสูงใหญ่ดูทรงพลังและน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดตามองกระเป๋าเดินทางใบโตในมือของรินทร์ ก่อนจะเคลื่อนกลับมาสบตาชะงักกับใบหน้าหวานที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด บรรยากาศในห้องดิ่งวูบลงจนแทบหายใจไม่ออก ไม่มีคำถาม ไม่มีเสียงอุทานด้วยความตกใจ มีเพียงความเงียบงันที่กดดันจนน่ากลัว พยัคฆ์ค่อยๆ ถอดนาฬิกาข้อมือออกอย่างใจเย็น วางมันลงบนโต๊ะข้างประตูด้วยจังหวะจะโคนเชื่องช้าที่แฝงไปด้วยความคุกคาม ท่าทีนั้นไม่ได้แสดงความแปลกใจเลยสักนิด ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าหนูน้อยจอมพยศตัวนี้กำลังจะทำอะไร "จะไปไหนครับ... หืม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบเรื่อย แต่มันกลับทรงพลังพอจะทำให้ขาทั้งสองข้างของรินทร์แทบก้าวไม่ออก พยัคฆ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละน้อย ปิดกั้นเส้นทางหนีทุกทางจนรินทร์ต้องถอยหลังกรูดไปชนกับบานประตู ปลายจมูกแทบจะชนกันในระยะประชิด ความร้อนผ่าวจากร่างกายของอีกฝ่ายแผ่ซ่านเข้ามาจนแทบหลอมละลายความตั้งใจทั้งหมดให้พังทลาย "ถอยไปนะพยัคฆ์ คุณ... คุณควรจะอยู่ดูงานที่สิงคโปร์ไม่ใช่รึไง ทำไมถึง..." รินทร์พยายามเค้นเสียงให้แข็งกร้าว แต่ดวงตากลับสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด "ถ้าผมไม่บินกลับมาก่อนกำหนด... ผมคงพลาดฉากสำคัญตอนที่คุณแอบหนีออกจากกรงสินะครับรินทร์" พยัคฆ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้กระซิบข้างใบหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความอันตรายที่ทำเอาสติกระเจิง "คิดเหรอครับ ว่าเกมนี้คุณจะเดินออกจากกระดานได้ตามใจชอบ?" รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เคมีที่ปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างความดื้อรั้นและอำนาจครอบงำพุ่งทะยานถึงขีดสุดในความเงียบยามวิกาล และในจังหวะที่รินทร์กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยวาจาเชือดเฉือน เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อพยัคฆ์ด้วยน้ำร้อนรนของมินตราที่ดังแทรกเข้ามาในห้องชุด "พี่พยัคฆ์คะ! เปิดประตูให้มินtราหน่อยค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" พยัคฆ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์เป็นครั้งแรก ดวงตาคมละจากใบหน้าหวานของรินทร์ชั่วขณะเพื่อหันไปมองประตูทางเข้า ก่อนที่เขาจะหันกลับมาล็อกข้อมือเรียวของรินทร์เอาไว้แน่นด้วยมือข้างเดียว ไม่ยอมปล่อยให้หนีไปไหนเด็ดขาด พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้รินทร์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "อย่าเพิ่งไปไหน... อยู่เคลียร์บัญชีกับผมตรงนี้ให้จบก่อน ทั้งเรื่องของคุณ และเรื่องที่ยัยนี่โผล่มาเวลานี้!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์อันดุเดือดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%