“เจ้ายังไม่ตาย...”
เสียงของอี้หลงแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายสังหารที่ลุกโชนดั่งเปลวเพลิง ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวของห้วงกามารมณ์และกลิ่นเหล็กเย็นเฉียบจากคมดาบที่แม่ทัพหนุ่มเพิ่งชักออกมา
มู่เหยียนที่บัดนี้อาภรณ์หลุดลุ่ย เผยให้เห็นผิวพรรณขาวเนียนที่ประทับไปด้วยรอยรักสีกุหลาบช้ำ รีบคว้าผ้าแพรผืนบางขึ้นมาคลุมกาย นางไม่กรีดร้อง ไม่ตระหนก แต่ดวงตาคมปลาบดุจหงส์นั้นกลับจ้องมองผู้บุกรุกด้วยความเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
“แม่ทัพซู... ท่านเสียสติไปแล้วหรือถึงได้กล้าบุกเข้ามาในตำหนักบรรทมของโอรสสวรรค์” มู่เหยียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามือที่กำอาภรณ์นั้นสั่นเทาเพียงเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
แม่ทัพซูในชุดเกราะที่อาบไปด้วยคราบเลือดแห้งกรังแค่นยิ้ม หยาดเหงื่อไหลผ่านรอยแผลเป็นบนใบหน้า “เสียสติงั้นหรือ? คนที่เสียสติคือท่านต่างหากฝ่าบาท ที่มัวแต่เมามายในกามสุขจนลืมเลือนว่าบัลลังก์ที่ท่านนั่งอยู่มันกำลังผุพังเพราะความแค้นของผู้ที่ถูกท่านเหยียบย่ำ!”
อี้หลงกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาไม่ได้สะทกสะท้านแม้ในมือจะไม่มีอาวุธ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อวดแผ่นอกกว้างและมัดกล้ามเนื้อที่เต็มไปด้วยพละกำลังอย่างคนผ่านสมรภูมิและศึกรักมาอย่างโชกโชน เขาขยับกายบังมู่เหยียนไว้เบื้องหลังราวกับสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่ปกป้องคู่ครอง
“เจ้าคิดว่าคมดาบเล่มเดียวจะสังหารข้าได้หรือ” อี้หลงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงของเขาทรงอำนาจจนแม่ทัพหนุ่มชะงัก “หากเจ้าอยากได้ชีวิตข้า ก็จงสังหารมู่เหยียนไปพร้อมกับข้าเสียสิ เพราะบัดนี้... นางคือลมหายใจที่ข้าหวงแหนยิ่งกว่าราชบัลลังก์”
มู่เหยียนเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ คำพูดของอี้หลงไม่ได้ทำให้ความแค้นของนางหายไป แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกที่นางพยายามปิดตาย ยิ่งเขาปกป้องนางมากเท่าไหร่ ราวกับโซ่ตรวนแห่งพันธนาการที่เขาสร้างขึ้นก็ยิ่งรัดแน่นจนนางแทบขาดใจ
“หลบไปฝ่าบาท!” แม่ทัพซูคำรามพร้อมพุ่งดาบเข้ามา
ในชั่วพริบตา อี้หลงไม่รอช้า เขาคว้าคอเสื้อของมู่เหยียนแล้วกระชากร่างนางเข้าสู่มุมมืดหลังฉากกั้นไม้แกะสลัก ก่อนจะกดนางลงกับแท่นบรรทมที่ซ่อนกลไกทางลับเอาไว้ เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินริมฝีปากของนาง
“หากเจ้าอยากรอด... จงตามข้ามา” อี้หลงกระซิบ เสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความกระหายและเสน่หาที่ไม่อาจหักห้าม แม้ในวินาทีที่ความตายประชิดฝ่าเท้า
กลไกประตูลับเปิดออก กลิ่นอับชื้นของทางเดินใต้ดินพุ่งเข้าปะทะ อี้หลงช้อนตัวมู่เหยียนขึ้นด้วยท่วงท่าที่แข็งแรงและเด็ดขาด เขาแทรกกายเข้าไปในช่องแคบพร้อมกับนาง ก่อนที่ดาบของแม่ทัพซูจะฟาดลงมาทำลายฉากกั้นจนแตกกระจาย
ทางเดินใต้ดินมืดมิดและแคบจนร่างของทั้งสองแนบชิดกันแน่น กลิ่นกายของอี้หลงที่ผสมกับกลิ่นเหล้าองุ่นและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยจากกายมู่เหยียนทำให้บรรยากาศร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้ง อี้หลงดันร่างนางเข้ากับผนังหินที่เย็นเฉียบ มือหนาบีบเค้นสะโพกมนอย่างจาบจ้วงราวกับจะย้ำเตือนว่านางเป็นของใคร
“ฝ่าบาท... นี่ไม่ใช่เวลา” มู่เหยียนหอบหายใจ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวท่ามกลางความมืด
“เวลาของข้ากับเจ้า... มีเพียงข้าเท่านั้นที่เป็นผู้กำหนด” อี้หลงกดจูบลงบนซอกคอขาวเนียนอย่างกระหาย มือหนึ่งลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้าที่บางเบา รสสัมผัสที่เขามอบให้นั้นทั้งดุดันและอ่อนหวาน ราวกับต้องการตอกย้ำพันธนาการให้แน่นหนายิ่งขึ้น
ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของทหารที่ไล่ล่าอยู่ด้านบน อี้หลงกลับปรนเปรอความใคร่ให้นางอย่างไม่สนโลก เขาสอดแทรกเรียวนิ้วเข้าไปในจุดอ่อนไหวของนางจนมู่เหยียนต้องเชิดหน้าขึ้นด้วยความซ่านสยิว เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาอย่างไม่อาจควบคุม ความกลัวตายกลับกลายเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาสติสัมปชัญญะ
“ตอบข้ามามู่เหยียน... ในใจเจ้า... ยังมีที่ว่างให้บุรุษอื่นนอกจากข้าอีกหรือไม่” เขาถามพลางจู่โจมความรักอย่างหนักหน่วงจนนางสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
“ข้า... ข้าเกลียดท่าน...” นางตอบด้วยเสียงอันสั่นเครือ ทว่ามือกลับจิกเกร็งลงบนไหล่กว้างของเขาอย่างลืมตัว
“งั้นเจ้าก็จงเกลียดข้าให้ถึงที่สุด... จนกว่าจะไม่มีวันลืมเลือนสัมผัสของข้าได้อีกเลย”
อี้หลงอุ้มร่างนางไว้ในอ้อมแขนก่อนจะก้าวเดินต่อไปในทางเดินที่มืดมิด ทว่าทันใดนั้นเอง ปลายอุโมงค์เบื้องหน้าก็ปรากฏแสงสว่างวาบขึ้น แสงเทียนจากคบเพลิงเผยให้เห็นร่างของสตรีผู้หนึ่งที่ยืนรออยู่พร้อมกับทหารชุดดำนับสิบ
นางคืออดีตพระสนมที่ถูกสั่งประหารไปเมื่อสามปีก่อน... สตรีที่ถืออาวุธลับจ่อตรงมาที่หัวใจของมู่เหยียน
“ฝ่าบาท... ยินดีต้อนรับสู่จุดจบที่แท้จริงของท่าน” นางผู้นั้นแสยะยิ้มพลางชี้ปลายดาบมาที่อี้หลง “วันนี้ไม่มีใครได้ออกจากวังนี้ไปทั้งสิ้น... แม้แต่คนรักของท่านก็ตาม”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในเล่ห์กลแห่งรักที่ไม่อาจถอนตัวของมิคายามวิกาลนะคะ
เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 45
การปกป้องครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!