“เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้าหรือ มู่เหยียน?”
เสียงทุ้มต่ำของจักรพรรดิอี้หลงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในตำหนักเย็น กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลอยู่กลับถูกกลบด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมากับสายลมยามค่ำคืนภายนอกกำแพงวังหลวง หลี่มู่เหยียนไม่แม้แต่จะหันไปมองบุรุษผู้เป็นเจ้าชีวิต นางเพียงแต่กรีดนิ้วเรียวงามไปตามขอบถ้วยสุราหยก สัมผัสความเย็นเยียบของมันที่ตัดกับความร้อนรุ่มในอก
“คำสั่งของฝ่าบาทเปรียบดั่งประกาศิตสวรรค์... แต่หากสวรรค์นั้นตั้งอยู่บนฐานของความลวงเล่าเพคะ? หม่อมฉันเพียงแค่กำลังรอคอยดูว่า ในวันที่บัลลังก์สั่นคลอน อ้อมกอดของท่านจะยังอบอุ่นพอที่จะปกป้องใครได้หรือไม่”
อี้หลงก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในพริบตา ฝ่ามือหนาที่เคยสัมผัสเพียงความนุ่มนวลของผิวกายสตรี บัดนี้กลับกระชากร่างบางเข้าหาตัวจนแผ่นหลังของนางปะทะกับอกแกร่ง แรงบีบที่ต้นแขนบ่งบอกถึงอารมณ์ที่พุ่งพล่านของเขา เขาโน้มใบหน้าลงมาแนบชิดใบหู ความเย็นจากปลายจมูกโด่งสันไล้ผ่านซอกคอขาวระหง จนมู่เหยียนต้องกลั้นหายใจ
“เจ้าช่างน่าหลงใหล... และน่าหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน” เขาพึมพำ ก่อนจะขบเม้มที่ติ่งหูของนางเบาๆ “รู้หรือไม่ว่าข้างนอกนั่น กองกำลังของแม่ทัพซางกำลังเคลื่อนพลเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นในแล้ว”
มู่เหยียนหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์กล นางหมุนตัวกลับมาสบสายตาที่ลุกโชนด้วยไฟราคะและอำนาจของเขา มือเรียววางทาบลงบนอกเสื้อของเขา ปลดปมผ้าคาดเอวออกอย่างเชื่องช้า สัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของบุรุษผู้เหี้ยมโหด
“ถ้าเช่นนั้น... ในเมื่อความตายจ่ออยู่แค่ปลายจมูก เราก็ควรใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่ามิใช่หรือเพคะ?”
ห้องบรรทมเปลี่ยนเป็นสนามรบแห่งอารมณ์ในทันที อี้หลงไม่รอช้า เขาช้อนร่างนางขึ้นอุ้มแน่นก่อนจะวางลงบนเตียงกว้างที่ปูด้วยผ้าแพรเนื้อดี มู่เหยียนยอมจำนนต่อแรงปรารถนาของเขาอย่างตั้งใจ นางแอ่นกายขึ้นรับสัมผัสจากมือหนาที่แทรกซึมเข้าไปใต้ชั้นอาภรณ์ สัมผัสสั่นสะท้านแล่นปราดไปทั่วร่างเมื่อฝ่ามือหยาบกร้านบีบเค้นทรวดทรงองค์เอวของนางอย่างเอาแต่ใจ
รสจูบของเขาดุดันและเร่าร้อน ราวกับจะสูบเอาลมหายใจของนางไปจนหมดสิ้น ลิ้นร้อนแทรกซอนเข้าหากัน ดุดันและเรียกร้อง มู่เหยียนโอบรัดรอบคอเขาแน่น ลมหายใจหอบกระเส่าของทั้งคู่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางเสียงโห่ร้องและเสียงปะทะของคมดาบที่ดังแว่วเข้ามาจากไกลๆ บรรยากาศภายในตำหนักกลับร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ด้วยไอรักที่ไร้ซึ่งความปรานี
มือของอี้หลงเลื่อนต่ำลงไปสำรวจความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้กางเกงผ้าไหมตัวบาง เขาปลุกเร้าจุดอ่อนไหวของนางจนร่างบางต้องบิดเร้าด้วยความกระสัน มู่เหยียนส่งเสียงครางแผ่วหวานออกมาเมื่อเขาแทรกนิ้วเข้าสู่ความอ่อนนุ่ม ความเสียดเสียวพุ่งสูงขึ้นจนนางต้องจิกเล็บลงบนไหล่กว้างของเขาจนขึ้นรอยแดง
“เรียกชื่อข้า... มู่เหยียน” อี้หลงกระซิบสั่ง สั่งการด้วยความกระหายในความเป็นเจ้าของ
“อี้...หลง...”
ไม่รอช้า เขาสอดประสานกายเข้าหานางในจังหวะเดียว แรงกระแทกกระทั้นที่หนักหน่วงทำให้มู่เหยียนหลุดเสียงหวีดร้องออกมา ความเจ็บปวดที่แปรเปลี่ยนเป็นความซ่านสยิวแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ทุกจังหวะที่เขาขยับกายเข้าหาคือการตอกย้ำถึงพันธนาการที่เขามีต่อนาง และนางเองก็ใช้ร่างกายนี้เป็นดั่งกับดักที่กักขังเขาไว้ในกรงเสน่หาที่ไร้ทางออก
ร่างของทั้งสองสอดประสานกันอย่างดุเดือด แผ่นหลังของมู่เหยียนแอ่นโค้งไปกับเตียงนุ่ม มือหนายึดจับสะโพกมนของนางไว้มั่นขณะที่เร่งเร้าจังหวะให้เร็วและหนักหน่วงยิ่งขึ้น ความรู้สึกเสียวซ่านดุจสายฟ้าฟาดแล่นผ่านร่างจนนางพร่ามัวไปหมดสิ้น อี้หลงก้มลงดูดดึงยอดอกของนางด้วยความรุนแรงราวกับจะดื่มกินชีวิตของนางเข้าไป
ในนาทีที่ความสุขสมพุ่งถึงจุดสูงสุด ทั้งคู่ต่างปลดปล่อยออกมาพร้อมกับเสียงคำรามก้องของจักรพรรดิและการสะอื้นไห้ของนางสนมเอกที่กลายเป็นกบฏทางอารมณ์โดยสมบูรณ์
อี้หลงทิ้งกายลงบนร่างของนาง หอบหายใจถี่กระชั้น กลิ่นเหงื่อและกลิ่นกามารมณ์อบอวลไปทั่วห้อง ทว่าทันทีที่เขากำลังจะผ่อนคลาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์นับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงตวาดที่ทำลายความเงียบ
“ฝ่าบาท! กองกำลังกบฏบุกถึงหน้าตำหนักมังกรแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
อี้หลงผละออกจากร่างของมู่เหยียน ดวงตาของเขากลับมาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งอีกครั้ง เขาคว้าดาบข้างเตียงมาถือไว้แน่น ทว่าในขณะที่เขากำลังจะก้าวออกไป มู่เหยียนที่นอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงกลับเอื้อมมือมาคว้าชายเสื้อของเขาไว้ ใบหน้าของนางยามนี้ราบเรียบไร้อารมณ์ ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยความสะใจ
“ท่านลืมไปแล้วหรือเพคะ... ว่าใครเป็นคนเปิดประตูวังหลวงให้พวกเขากันแน่?”
อี้หลงชะงักกึก หันกลับมามองสตรีที่ตนเพิ่งร่วมรักด้วยอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ในวินาทีนั้นเอง ประตูตำหนักก็ถูกพังกระแทกเข้ามาด้วยฝีมือของชายหนุ่มในชุดเกราะแม่ทัพผู้หนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนที่ควรจะตายไปนานแล้ว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความสัมพันธ์อันตรายนี้กับมิคายามวิกาลนะคะ
เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 44
กบฏในวังหลวง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!