เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 29

ข่าวลือเรื่องทายาท

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
"ถ้าสนมเอกมู่เหยียนยังไม่มี 'ข่าวดี' ออกมาอีก เห็นทีข้าคงต้องถวายตัวหญิงงามจากตระกูลขุนนางเพิ่ม เพื่อให้สายเลือดมังกรได้สืบทอดอย่างมั่นคงเสียที" เสียงทุ้มต่ำของจักรพรรดิอี้หลงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องบรรทมส่วนพระองค์ เขาไม่ได้มองสตรีตรงหน้า ทว่าสายตากลับจดจ้องไปที่กริชทองคำในมือที่กำลังเหลาไม้พู่กันอย่างเชื่องช้า แต่น้ำเสียงนั้นกลับเฉียบคมราวกับใบมีดที่พร้อมจะบั่นคอคนได้ทุกเมื่อ หลี่มู่เหยียนวางถ้วยชาเคลือบเงาลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดัง 'กริ๊ก' สัมผัสที่เย็นเยียบของเครื่องกระเบื้องไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มในใจเธอลดลงเลยแม้แต่น้อย เธอเงยหน้าขึ้น สบสายตากับบุรุษผู้ถือครองแผ่นดินด้วยแววตาที่เรียบเฉย ทว่าซ่อนความพยศไว้ลึกสุดหยั่ง "ฝ่าบาททรงดำริเช่นนี้ เพียงเพราะข่าวลือจากปากของเหล่าสนมที่ว่างงาน หรือทรงตั้งใจจะบีบหัวใจหม่อมฉันให้แตกสลายเล่นกันแน่เพคะ?" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ หากทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นในทันที จักรพรรดิอี้หลงหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวเข้าหาเธอช้าๆ กลิ่นหอมของไม้กฤษณาและกลิ่นอายบุรุษที่โชยมากระทบจมูกทำให้มู่เหยียนต้องกัดริมฝีปากแน่น เขาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอมองลึกลงไปในนัยน์ตาที่วาวโรจน์ดั่งอสรพิษ "ข่าวลือมักจะกลายเป็นความจริงเสมอ หากมันถูกเล่าขานบ่อยครั้งพอ" เขากระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาสั่นคลอนสติของเธอ "เจ้าคิดว่าความสัมพันธ์ของเราเป็นเพียงเล่ห์สิเน่หาที่หมุนวนไปมาบนเตียงหงส์อย่างนั้นหรือ? มู่เหยียน... หากเจ้าไม่อาจมอบรัชทายาทให้ข้าได้ ตำแหน่งที่เจ้าครองอยู่ตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับฟองคลื่นที่พร้อมจะแตกสลายเมื่อต้องลมแรง" มู่เหยียนแค่นยิ้ม เธอขยับกายเข้าไปใกล้จนหน้าอกนุ่มหยุ่นแนบชิดกับอกแกร่งของเขา ฝ่ามือเรียวบางลูบไล้ไปตามปกเสื้อไหมสีทองของจักรพรรดิอย่างเชื่องช้า สายตาของเธอพร่ามัวไปด้วยจริตที่สั่งสมมาเพื่อเอาตัวรอด "ข่าวลือที่ว่า... หม่อมฉันเป็นสตรีที่เป็นหมัน ฝ่าบาททรงเชื่อสนิทใจแล้วหรือเพคะ?" เธอเว้นจังหวะ เล็บแหลมคมจิกเบาๆ ลงบนไหล่ของเขา "หรือเพราะฝ่าบาทเองนั่นแหละ ที่ทรงรู้ดีที่สุดว่า 'ผลผลิต' จะงอกเงยได้อย่างไร หากในน้ำพระทัยของพระองค์มีเพียงความระแวงและเล่ห์กล ไม่ใช่ความรักใคร่ที่แท้จริง" คำพูดของเธอเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ อี้หลงกระชากตัวเธอเข้าหาจนแทบจะรวมเป็นร่างเดียวกัน มือหนาบีบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นจนมู่เหยียนรู้สึกถึงความร้าวราน แต่เธอไม่ร้องคราง กลับเชิดหน้าสู้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นที่เธอกดทับไว้ใต้ท่าทีอ่อนหวาน "เจ้ากล้าท้าทายข้า?" "หม่อมฉันไม่ได้ท้าทาย... หม่อมฉันแค่กำลังรอให้พระองค์พิสูจน์" มู่เหยียนเอ่ยเสียงพร่า เธอใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามสันกรามของจักรพรรดิ อี้หลงไม่รอช้า เขารวบตัวเธออุ้มขึ้นแนบอก ก่อนจะก้าวยาวๆ ไปยังเตียงบรรทมที่ปูด้วยผ้าไหมเนื้อดี ความกำหนัดที่เขามักใช้เป็นเครื่องมือควบคุมเธอ บัดนี้เธอกำลังจะใช้มันเป็นอาวุธย้อนกลับไปทำลายความระแวงของเขา ภายในม่านสีชาดที่สั่นไหว ความร้อนแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงความต้องการทางกาย แต่มันคือการชิงไหวชิงพริบที่ไร้ซึ่งคำพูด มู่เหยียนรู้ดีว่าหากเธอต้องการเอาชนะในวังหลังแห่งนี้ เธอต้องทำให้เขาลุ่มหลงจนกลายเป็นทาสของกามารมณ์และคำลวงที่เธอจะสร้างขึ้น ท่ามกลางห้วงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน อี้หลงกระซิบเสียงแหบพร่า "เจ้าต้องการอะไรกันแน่ มู่เหยียน... อำนาจ? หรือต้องการให้ข้าขาดเจ้าไม่ได้?" มู่เหยียนโน้มตัวลงไปกระซิบตอบที่ริมฝีปากของเขา แววตาของเธอสะท้อนความเย็นชาที่ขัดกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัว "หม่อมฉันต้องการให้พระองค์รู้ว่า... ไม่ว่าจะมีข่าวลือทารกในครรภ์กี่คน หรือจะมีสนมใหม่เข้ามากี่นาง พระองค์ก็จะไม่มีวันมีทายาทจากหญิงใดได้เลย... นอกจากหม่อมฉันคนเดียว" ทันทีที่สิ้นประโยคนั้น จักรพรรดิอี้หลงชะงักไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังคำพูดนั้น ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากถามสิ่งใด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของขันทีคนสนิทก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนักพร้อมกับรายงานเสียงสั่นเครือ "ฝ่าบาท! พ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... พระพันปีหลวงทรงเสด็จมาที่ตำหนักนี้ พร้อมกับหมอหลวงอีกสามคนเพื่อจะมาตรวจดู... พระวรกายของสนมเอกมู่เหยียนตามข่าวลือเรื่องการตั้งครรภ์ที่ลือกันไปทั่ววังหลวงพ่ะย่ะค่ะ!" สีหน้าของอี้หลงเปลี่ยนไปทันที เขาละมือจากร่างกายที่เย้ายวนของมู่เหยียนที่อยู่ใต้ร่าง หันไปมองที่บานประตูด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ในขณะที่มู่เหยียนกลับคลี่ยิ้มออกมาบางเบา—รอยยิ้มที่งดงามที่สุด แต่แฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจร้ายที่เธอกำลังจะสร้างขึ้นด้วยมือของเธอเอง ความลับที่ยังไม่ได้เริ่มแผนการ กลับกลายเป็นกับดักที่เธอกำลังจะเปิดเผยด้วยตัวเอง หรือนี่คือจุดจบของตำแหน่งสนมเอก... หรือจุดเริ่มต้นของชัยชนะที่เธอกำลังจะเดิมพันด้วยชีวิตกันแน่ --- ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เล่ห์เหลี่ยมของวังหลังไปพร้อมกับมิคายามวิกาลนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%