เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 30

พิธีบูชาจันทร์

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
"หากเจ้าต้องการให้หัวใจของข้าเต้นรำไปตามท่วงทำนองของเจ้าเพียงผู้เดียว หมื่นลี้ในวังหลวงแห่งนี้ก็ไม่ต่างจากกรงขังที่ข้าพร้อมจะเผามันให้วอดวาย... แต่เจ้าล่ะมู่เหยียน เจ้ากล้าพอที่จะเป็นเชื้อเพลิงร่วมกับข้าหรือไม่?" เสียงทุ้มต่ำของจักรพรรดิอี้หลงดังแทรกผ่านความเงียบงันภายในตำหนักจันทรานิรันดร์ นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวของพระองค์กรีดกรายลงบนแผ่นหลังเนียนละเอียดของหลี่มู่เหยียนขณะที่นางกำลังนั่งหันหลังให้ ภายใต้ชุดคลุมผ้าไหมบางเบาที่แทบจะปกปิดสิ่งใดไม่ได้เลย นางรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอ หลี่มู่เหยียนนิ่งเงียบ แววตาคู่คมที่ทอดมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นแสงจันทร์สลัวที่กำลังจะถึงจุดสูงสุดของพิธีบูชาจันทร์ในคืนนี้ นางไม่ได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำ แต่ปลายนิ้วที่จิกแน่นลงบนขอบโต๊ะเครื่องแป้งไม้จันทน์นั้นบอกถึงคลื่นอารมณ์ที่ปั่นป่วนภายใน "ฝ่าบาททรงตรัสสิ่งใดออกมาก็ล้วนเป็นประกาศิต" นางเอ่ยเสียงเรียบ หากทว่าแฝงความนัยที่คมกริบ "แต่สำหรับหม่อมฉัน... คืนนี้มิต่างจากหมากตานสำคัญบนกระดานพิธีการ หากเดินพลาดเพียงก้าวเดียว มิใช่เพียงตำแหน่งสนมเอกที่จะหายไป แต่มันคือลมหายใจของหม่อมฉันเอง" อี้หลงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปถึงแผ่นหลังของนาง เขายื่นมือมาคว้าคางมนของนางให้หันกลับไปสบตา ดวงตาของจักรพรรดิหิวกระหายราวกับเสือที่เห็นเหยื่ออันโอชะ แต่นางรู้ดี... ในสายตาเขานางเป็นมากกว่าเหยื่อ นางคือ 'อาวุธ' ที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อกำจัดสนมเยว่กุ้ยเฟยที่กำลังอวดอ้างอำนาจหนุนหลังของสกุลขุนนางใหญ่ "เจ้ากลัวหรือ?" เขาถาม พลางโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกเกือบจะชิดกัน "กลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาในอากาศคืนนี้มักจะเจือปนด้วยกลิ่นคาวเลือดเสมอ เจ้าก็รู้... ในพิธีบูชาจันทร์ สตรีที่ได้รับความโปรดปรานที่สุดย่อมเป็นเป้าหมายที่โดดเด่นที่สุด" "หากข้าจะกำจัดเสี้ยนหนาม หม่อมฉันก็ไม่จำเป็นต้องลงมือเอง" มู่เหยียนขยับกายเบียดเข้าหาความอบอุ่นนั้น ความสั่นไหวของนางเปลี่ยนเป็นความยั่วยวนที่จงใจ ปลายนิ้วนางลากผ่านสาบเสื้อคลุมของเขาท้าทาย "ฝ่าบาทเพียงแค่ต้องทำเป็นไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในเงามืด... เมื่อจันทร์เต็มดวงส่องแสงพาดผ่านแท่นบูชา ข้าจะทำให้เยว่กุ้ยเฟยได้รู้ว่า การสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไป มันช่างทรมานเพียงใด" ความร้อนแรงที่ขัดแย้งกับความเย็นเยียบของกลยุทธ์ทำให้อี้หลงแทบคลั่ง เขาคว้าเอวบางของนางเข้ามากอดไว้แน่น ก่อนจะอุ้มนางขึ้นพาดบ่าแล้วเดินไปยังเตียงบรรทมที่ถูกประดับประดาด้วยผ้าแพรปักลายหงส์ทอง ในยามที่เขากดร่างนางลงบนพื้นเตียง ความปรารถนาที่ท่วมท้นมักเป็นเครื่องมือที่ใช้บงการสติปัญญาของสตรี แต่มู่เหยียนกลับใช้ความสิเน่หานี้เป็นเครื่องมือในการสืบความลับของราชสำนัก "เจ้ามันปีศาจจำแลงหลี่มู่เหยียน" เขาคำรามแผ่วเบาขณะที่ฝ่ามือร้อนผ่าวกำลังสำรวจทุกตารางนิ้วบนร่างนาง "ปีศาจตัวนี้เป็นของฝ่าบาทเพียงผู้เดียว... ตราบเท่าที่ข้าได้รับสิ่งที่ต้องการ" นางกระซิบตอบที่ข้างหูเขา ลมหายใจที่หอบกระชั้นเริ่มกลายเป็นจังหวะเดียวกับความปรารถนาที่สอดประสาน พิธีบูชาจันทร์ในหอสูงกำลังเริ่มขึ้น เสียงดนตรีบรรเลงแว่วมาตามสายลม ทว่าภายในห้องบรรทมกลับมีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานด้วยความลุ่มหลง แต่นั่นเป็นเพียงฉากหน้า... ในเงามืดหลังม่านปักลวดลายมังกร ขันทีคนสนิทของเยว่กุ้ยเฟยแอบซ่อนอยู่พร้อมกับยาพิษในมือที่เตรียมจะใส่ลงในถ้วยชาของมู่เหยียนก่อนนางจะออกไปร่วมงาน ทว่า ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากมุมมืดของห้อง เสียงเหล็กกระทบกันเพียงเบาหวิวก็เพียงพอที่จะหยุดลมหายใจของขันทีผู้นั้นได้ "เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้ใครเข้ามาแตะต้องของเล่นของข้าโดยไม่ระวังตัวอย่างนั้นหรือ?" เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดังมาจากด้านหลังของขันที ก่อนที่ความเจ็บปวดจะแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเขาล้มลงสิ้นใจโดยไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย บนเตียงกว้าง มู่เหยียนชะงักกึก เมื่อรับรู้ถึงกลิ่นอายความตายที่ลอยผ่านเข้ามา นางเบือนหน้าไปมองเงาร่างในม่านที่ขยับเขยื้อนเพียงเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาสบตาอี้หลงที่ยังคงหลงมัวเมาในตัวนางอย่างไม่รู้ตัว "ฝ่าบาท..." นางเอ่ยเสียงสั่นเครือ แสร้งทำเป็นหวาดกลัวในสิ่งที่นางเองเป็นคนวางแผนไว้ "เหมือนหม่อมฉันจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างข้างนอกนั่น..." อี้หลงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาเขาส่งสัญญาณไปยังองครักษ์เงาที่แฝงตัวอยู่ "อย่าได้กังวล... คืนนี้ไม่มีใครเข้ามาขัดจังหวะการ 'บูชาจันทร์' ของเราได้หรอก" เขากดริมฝีปากลงบนซอกคอขาวระหงอีกครั้ง แต่มู่เหยียนกลับเหลือบมองไปที่ถ้วยชาที่วางอยู่ข้างเตียง ถ้วยชาที่มีกลิ่นของดอกกุ้ยฮวาจางๆ ซึ่งนางเป็นคนสลับมันกับถ้วยที่มียาพิษตั้งแต่อยู่ในตำหนักเยว่กุ้ยเฟยแล้ว... การชิงไหวชิงพริบในคืนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และนางจะเป็นคนปิดเกมด้วยมือของนางเอง ทว่าขณะที่นางกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาเพื่อดึงจักรพรรดิเข้าสู่แผนการขั้นสุดท้าย เสียงเคาะประตูห้องบรรทมอย่างรีบร้อนก็ดังขึ้นขัดจังหวะ "ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! เยว่กุ้ยเฟย... นางสิ้นใจกะทันหันในโถงพิธีบูชาจันทร์!" ร่างของอี้หลงชะงักกึก ความปรารถนาในแววตาสลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเยือกเย็นของจักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดที่หันมามองนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... สายตาที่เหมือนกับว่าเขากำลังมองทะลุผ่านแผนการทั้งหมดของนางไปถึงรากเหง้าของความจริง! มิคายามวิกาลหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับเล่ห์กลในคืนจันทร์เต็มดวงนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%