เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 23

การดูแลที่อ่อนโยน

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
“เจ้าคิดว่าความลับในสายเลือดของตระกูลหลี่ เป็นเพียงเครื่องมือที่ข้าใช้เพื่อเหยียบย่ำเจ้าให้จมดินงั้นหรือ?” เสียงทุ้มต่ำของอี้หลงดังขึ้นในความเงียบงันที่กดทับหัวใจ สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่วางทาบลงบนแผ่นหลังของมู่เหยียนนั้นหนักแน่น ทว่าแฝงไว้ด้วยความสั่นไหวที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อน มู่เหยียนตัวแข็งทื่อ ร่างกายที่เคยเร่าร้อนในอ้อมกอดของเขาเมื่อครู่บัดนี้กลับเย็นเฉียบ ดั่งถูกน้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือราดรดลงบนความปรารถนาที่มอดไหม้ นางค่อยๆ ดันตัวออกจากอกกว้าง ดวงตาหงส์ที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาบัดนี้สั่นระริกด้วยความสับสน มือเรียวบางสั่นเทาขณะจับชายเสื้อนอนปักลายมังกรของเขาไว้แน่น “เพคะ… ฝ่าบาททรงกล่าวเช่นนั้น หมายความว่าอย่างไร? ข้าเป็นเพียงเบี้ยหมากที่รอวันถูกทิ้ง เหตุใดต้องมีเรื่องของตระกูลหลี่เข้ามาพัวพันด้วย หรือท่านต้องการจะบอกว่า ที่ผ่านมา... ทุกอย่างล้วนเป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น?” อี้หลงไม่ได้ตอบในทันที เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีที่ปกติจะใช้พิพากษาชีวิตผู้คน บัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนน่าประหลาด เขาเอื้อมมือไปเกลี่ยไรผมที่ปรกลงบนใบหน้าของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วนั้นนุ่มนวลอย่างที่สุด จนมู่เหยียนต้องกลั้นหายใจด้วยความประหม่า “หากข้าต้องการทำลายเจ้าด้วยหมากตัวนี้ ข้าคงไม่เก็บรักษาความลับนี้ไว้จนถึงวันนี้หรอก มู่เหยียน...” เขาขยับกายเข้ามาใกล้ จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างใบหู “เจ้ามองเห็นเพียงภาพลวงตาที่ข้าสร้างขึ้น แต่มิเคยเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาของบัลลังก์ที่เจ้าสาปแช่งเลย” มือหนาเลื่อนลงมาเชยคางนางขึ้นเบาๆ สบตากันด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำบรรยาย ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนแล้วกวักมือเรียกนางให้เดินตามไปที่โต๊ะไม้กฤษณาที่ตั้งอยู่มุมห้อง บนนั้นมีกล่องไม้ประดับมุกใบเล็กวางอยู่เพียงลำพัง อี้หลงเปิดกล่องออก ภายในบรรจุจดหมายลับที่ประทับตราประหลาดซึ่งมู่เหยียนจำได้ขึ้นใจ ตราประทับของตระกูลที่นางสาบานว่าจะฝังกลบให้จมดิน... ตระกูลที่ขายศักดิ์ศรีของนางไปให้ความตาย “เจ้าเข้าใจผิดมาตลอด มู่เหยียน” เขาหยิบจดหมายแผ่นนั้นขึ้นมา ก่อนจะส่งให้มือของนาง “คนที่ส่งข่าวให้กองทัพทัพนั้นรู้ มิใช่ข้า... แต่เป็นคนในตระกูลของเจ้าเอง และคนผู้นั้น ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่เจ้าเคยเคารพรักยิ่งกว่าชีวิต” มือของมู่เหยียนสั่นสะท้านจดหมายในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น กลิ่นหอมจางๆ จากกระดาษเก่าคร่ำเตะเข้าจมูก ความทรงจำในวัยเยาว์ที่นางพยายามลบเลือนกลับพรั่งพรูดั่งเขื่อนแตก นางเงยหน้าขึ้นมองอี้หลงด้วยความตกตะลึง สีหน้าของจักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดในยามนี้ไม่มีความกระหายอำนาจหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่แฝงไปด้วยความร้าวราน “เหตุใด... เหตุใดท่านถึงเพิ่งมาบอกข้าตอนนี้?” เสียงของนางแหบพร่า “เพราะข้าต้องการปกป้องเจ้า จากความจริงที่อาจฆ่าเจ้าได้มากกว่าคมดาบ” เขาเอ่ยพลางดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอกแน่น ปลายจมูกโด่งกดลงบนขมับของนางอย่างทะนุถนอม ความอ่อนโยนที่เปี่ยมล้นนี้ทำให้มู่เหยียนรู้สึกราวกับหัวใจจะแตกสลาย ความแค้นที่สั่งสมมานับสิบปีเริ่มสั่นคลอนด้วยความอบอุ่นที่นางโหยหามาตลอดชีวิต “คืนนี้... เจ้าไม่ต้องคิดเรื่องใดทั้งสิ้น” เขาอุ้มร่างนางขึ้นแนบอก เดินตรงไปยังเตียงบรรทมที่ปูด้วยผ้าแพรไหมเนื้อดี “ให้ข้าได้ดูแลเจ้า... ในฐานะชายคนหนึ่ง มิใช่จักรพรรดิ และเจ้าก็เป็นเพียงหญิงคนรัก มิใช่เบี้ยหมาก” ท่ามกลางแสงเทียนที่ริบหรี่จนเกือบดับ อี้หลงวางนางลงบนฟูกนุ่มอย่างแผ่วเบา ราวกับนางเป็นแก้วบางที่พร้อมจะแตกสลายทุกเมื่อ เขาก้มลงจุมพิตที่หน้าผาก ไล่ลงมายังเปลือกตา และหยุดอยู่ที่ริมฝีปากที่สั่นระริกของนาง สัมผัสของเขาในค่ำคืนนี้ไม่มีความป่าเถื่อนหรือการครอบงำ มีเพียงจังหวะที่เชื่องช้า ละเมียดละไม และเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะปลอบประโลม มู่เหยียนหลับตาลง ปล่อยให้ความอ่อนโยนนี้ชะล้างความโกรธแค้นไปชั่วขณะ นางโอบกอดแผ่นหลังกว้างของเขาไว้แน่น พลางครุ่นคิดในใจ... *นี่คือความเมตตาที่แท้จริง หรือเป็นเพียงกับดักที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม?* ทว่าในขณะที่อี้หลงกำลังจะกระซิบคำรักข้างหู เสียงเคาะประตูห้องบรรทมสามครั้งจังหวะหนักแน่นและเย็นเยียบก็ดังขึ้น ขัดจังหวะห้วงภวังค์ความสวาทที่กำลังก่อตัว “ฝ่าบาท... สายลับจากชายแดนส่งข่าวมาถึงพะยะค่ะ... เรื่องการทรยศของ ‘คนผู้นั้น’ กำลังจะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว” อี้หลงชะงักกึก ร่างกายที่เคยโอบกอดมู่เหยียนไว้อย่างอ่อนโยนแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาที่เพิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความละมุนบัดนี้กลับมาฉายแววอำมหิตดุจเดิม เขาผละออกจากมู่เหยียนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบเสื้อคลุมมังกรขึ้นมาสวมใส่โดยไม่เหลียวหลังกลับมามองนางอีกเลย มู่เหยียนมองตามแผ่นหลังนั้นไปด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า นางเห็นเขาเดินไปยังประตู เปิดออกเพียงเล็กน้อยเพื่อรับม้วนจดหมายสีแดงฉานจากขุนนางคนสนิท ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองนางด้วยสายตาที่นางไม่อาจตีความได้... สายตาที่บอกว่า การกระทำที่อ่อนโยนเมื่อครู่นี้ อาจเป็นเพียงการบอกลาครั้งสุดท้ายก่อนที่พายุคลั่งจะโหมกระหน่ำในเช้าวันใหม่ ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของเหล่าผู้คนภายใต้เงาหงส์นะคะ หวังว่าความลุ่มลึกในบทนี้จะทำให้หัวใจของรี้ดเดอร์ทุกท่านสั่นไหวไปกับความลับที่เพิ่งเปิดเผยนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%