เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 24

สายใยที่พันธนาการ

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
"จดหมายนั่น... มีเนื้อความสำคัญเพียงใดหรือเพคะ ฝ่าบาท?" เสียงของมู่เหยียนราบเรียบ หากทว่าสั่นไหวเล็กน้อยยามที่นางเอ่ยถาม ร่างบางยืนตระหง่านอยู่กลางห้องบรรทม กลิ่นกำยานมวลไม้กฤษณาที่อบอวลอยู่รอบกายมิอาจกลบความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากแผ่นหลังกว้างของจักรพรรดิอี้หลงได้เลยแม้แต่น้อย อี้หลงมิได้หันกลับมา เขายังคงกำม้วนจดหมายสีแดงฉานนั้นไว้แน่นจนเส้นเลือดที่สันมือปูดโปน นิ้วมือที่เคยลูบไล้ผิวกายนางด้วยความเสน่หา บัดนี้กลับดูแข็งกร้าวราวกับรูปสลักหิน "หากข้าบอกว่ามันคืออาณัติแห่งความพินาศของคนผู้หนึ่งที่เจ้าคุ้นเคยที่สุด เจ้าจะยังกล้าถามข้าเช่นนี้อีกหรือไม่ มู่เหยียน?" เขาเค้นเสียงต่ำ แววตาคมกริบยามเหลียวกลับมามองนางดุจพยัคฆ์ร้ายที่กำลังหยอกเย้าเหยื่อก่อนปลิดชีพ มู่เหยียนขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หาใช่ความหวาดกลัว แต่มันคือความว่างเปล่าที่ทำให้อี้หลงถึงกับชะงัก นางก้าวเดินเข้าไปหาเขาช้าๆ เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาดุจปุยเมฆกลับดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของชายผู้กุมอำนาจสูงสุดเหนือแผ่นดิน "คนคุ้นเคยหรือเพคะ..." มู่เหยียนหยุดยืนห่างจากเขาเพียงหนึ่งช่วงแขน ดวงตาสุกสกาวคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจักรพรรดิ "ในวังหลังแห่งนี้ ใครบ้างเล่าที่ข้าคุ้นเคย หากมิใช่ผู้ที่พยายามร้อยรัดข้าไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งราคะ... และผู้ที่กำลังสั่นคลอนหัวใจตนเองด้วยความแค้นที่ไม่มีอยู่จริง" อี้หลงแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะโยนจดหมายฉบับนั้นทิ้งลงบนพรมขนสัตว์เบื้องล่าง เขาคว้าข้อมือของนางกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างกายของมู่เหยียนปะทะเข้ากับแผงอกแข็งแกร่ง กลิ่นสุราหมักชั้นเลิศจางๆ ผสมกับกลิ่นกายบุรุษเพศของเขาทำให้มู่เหยียนหน้าแดงซ่าน หากทว่าสายตานางยังคงไม่หลบเลี่ยง "เจ้ากล้าดียิ่งนักที่กล่าวหาว่าข้าสั่นคลอน" เขาคำรามชิดใบหู พลางขบเม้มติ่งหูของนางเบาๆ ทว่าน้ำหนักมือที่บีบต้นแขนนางกลับเต็มไปด้วยความโหยหาและโกรธเกรี้ยว "เจ้ามันก็แค่หญิงงามที่ข้าเก็บมาเชยชมยามว่างเปล่า ไยต้องทำเหมือนข้าขาดเจ้าไม่ได้... บอกข้าสิ มู่เหยียน เจ้าปรารถนาให้ข้าเป็นเพียงจักรพรรดิผู้เหี้ยมโหด หรืออยากให้ข้าเป็นเพียงบุรุษที่โง่งมเพราะรักเจ้ากันแน่?" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องบรรทมไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างหนักหน่วง มู่เหยียนสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวระส่ำของเขาใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง นางรู้ดีว่าในเวลานี้ มิใช่เพียงแค่นางที่ถูกพันธนาการด้วยเล่ห์สิเน่หา แต่มันคือเขาก็เช่นกัน... ชายผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด บัดนี้กลับกำลังดิ้นรนอยู่ในกรงขังที่เขาสร้างขึ้นเอง "หากคำตอบของหม่อมฉันคือ... การทำให้ฝ่าบาทเป็นทั้งสองอย่างเล่าเพคะ" มู่เหยียนกระซิบตอบ เสียงของนางสั่นพร่าขณะที่มือนุ่มเลื่อนไปวางบนปกเสื้อของเขา "การเป็นจักรพรรดิที่เหี้ยมโหดต่อศัตรู แต่เป็นบุรุษที่ยอมสยบแทบเท้าเจ้าของเรือนร่างนี้ในยามค่ำคืน... ฝ่าบาททรงคิดว่าสิ่งใดจะพันธนาการพระองค์ไว้ได้นานกว่ากัน?" อี้หลงนิ่งไป แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง เขาประคองใบหน้านางขึ้นช้าๆ นิ้วโป้งกรีดกรายผ่านริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการสัมผัสก่อนหน้า ในสายตาของเขามู่เหยียนยามนี้มิใช่หมากบนกระดานที่ต้องกำจัด แต่นางคือ 'หงส์' ที่เขาทั้งหลงใหลและหวาดกลัวจะบินหนีจากไป "เจ้ามันนางปีศาจ..." เขาพึมพำ ก่อนจะประทับจูบลงมาอย่างหนักหน่วง ร้อนแรงราวกับจะแผดเผาให้มอดไหม้ไปพร้อมกัน อารมณ์ที่ปะทุขึ้นในห้องบรรทมมิใช่เพียงความต้องการทางกาย แต่มันคือการยอมจำนนต่อกันและกันอย่างสมบูรณ์ อี้หลงช้อนตัวนางขึ้นอย่างมั่นคง เดินตรงไปยังแท่นบรรทมมังกรที่ปูด้วยผ้าแพรไหมเนื้อดี เขาเอนกายลงโดยที่ยังไม่ยอมละจากริมฝีปากของนางแม้แต่วินาทีเดียว ราวกับกลัวว่าหากคลายมือออกเพียงเสี้ยวนาที ทุกอย่างจะกลายเป็นเพียงฝันตื่นหนึ่ง ท่ามกลางแสงเทียนที่วูบไหวราวกับจะดับลง สองร่างที่พันพัวกันดุจเถาวัลย์มิอาจแยกขาด สายตาของมู่เหยียนที่มองผ่านไหล่ของเขาไปยังม้วนจดหมายสีแดงที่ตกอยู่บนพื้น แววตาของนางไหววูบไปชั่วขณะ จดหมายฉบับนั้นที่นางรู้ดีว่ามันคืออะไร... มันคือหลักฐานการทรยศของคนสนิทที่นางเป็นผู้ส่งสารไปบอกเขาด้วยตนเอง นางยอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งความไว้วางใจที่เขามีต่อคนรอบข้าง เพื่อให้เขามองเห็นเพียงแค่นางคนเดียว ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งกับนางอย่างเร่าร้อน เสียงเคาะประตูจังหวะหนักๆ ก็ดังขึ้นจากภายนอก เป็นเสียงที่ทำให้อี้หลงชะงักกึกทันที "ฝ่าบาท... พ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขององครักษ์คนสนิทดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "พระสนมเอก... ถูกลอบปลงพระชนม์ในตำหนักเย็นขณะนี้พ่ะย่ะค่ะ! ร่องรอยในที่เกิดเหตุบ่งชี้ว่าเป็นฝีมือของคนในวังหลวงของเราเอง!" อี้หลงผละออกจากมู่เหยียนทันที ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากความหลงใหลเป็นความเย็นชาเยือกแข็งดุจน้ำแข็งค้างปี เขาหันกลับมามองมู่เหยียนที่ยังคงนอนหอบหายใจอยู่บนเตียง สายตาที่เขามองนางในตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง... มันเป็นสายตาของคนที่ไม่แน่ใจว่า หญิงที่เขากำลังจะมอบหัวใจให้ คือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ หรือคือผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังความตายครั้งนี้กันแน่ มู่เหยียนนิ่งเงียบ นางเพียงแค่ยกยิ้มที่มุมปากอย่างอ่อนหวาน แต่แววตานั้นกลับเรียบเฉยจนน่าขนลุก ในขณะที่อี้หลงกำลังก้าวลงจากเตียงด้วยความโกรธจัด เขาหยุดชะงักที่ปลายเตียงและหยิบจดหมายสีแดงฉบับนั้นขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ก่อนจะหันมามองนางด้วยใบหน้าที่ขาวซีด "เจ้า..." เขาเค้นเสียงต่ำจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "เจ้าเป็นคนเขียนจดหมายฉบับนี้ด้วยตัวเอง... ใช่หรือไม่?" มิคายามวิกาลหวังว่าทุกท่านจะดื่มด่ำไปกับความรุ่มร้อนและเงื่อนปมที่เริ่มถักทอในบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%