"เจ้ากำลังทำเรื่องที่โง่เขลาที่สุดในชีวิต หลี่มู่เหยียน"
เสียงทุ้มต่ำของจักรพรรดิอี้หลงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในตำหนักลับ แสงเทียนวูบไหวสะท้อนนัยน์ตาคมกริบดุจพญาอินทรีที่กำลังจับจ้องเหยื่อ พระหัตถ์แกร่งบีบปลายคางของสตรีตรงหน้าแน่นจนผิวขาวนวลขึ้นรอยแดง มิใช่ด้วยความพิศวาสเยี่ยงยามค่ำคืน แต่ด้วยแรงอารมณ์ที่กรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งการทรยศ
หลี่มู่เหยียนมิได้หลบสายตา ร่างระหงที่ถูกพันธนาการด้วยอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อบางเบายังคงตั้งตระหง่าน นางเชิดหน้าขึ้นแม้ลมหายใจจะติดขัด "ความโง่เขลาของหม่อมฉัน หากเทียบกับการที่ฝ่าบาททรงยอมให้ขุนนางโฉดเช่นจางฟานชีบงการราชสำนัก... หม่อมฉันคิดว่าความโง่ของหม่อมฉันยังดูสง่างามกว่าหลายเท่าเพคะ"
จักรพรรดิอี้หลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก พระองค์โน้มพระพักตร์ลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบสัมผัสกัน "เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร? หมากตัวหนึ่งที่ข้าโปรดปราน หรือนางสนมที่ข้าหลงใหลในเรือนร่างจนลืมโลก? เจ้าอย่าได้สำคัญตัวผิดไป มู่เหยียน... หมากที่เดินนอกกระดานมักจะจบลงด้วยการถูกเผาทิ้ง"
มือหนาเลื่อนจากคางลงมาสัมผัสลำคอระหง ปลายนิ้วกร้านไล้ผ่านเส้นชีพจรที่เต้นระรัวอย่างจงใจ สัมผัสของพระองค์คือคำเตือนที่แฝงไปด้วยความปรารถนาที่บิดเบี้ยว ร่างของมู่เหยียนสั่นสะท้านมิใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความเกลียดชังที่แปรเปลี่ยนเป็นไฟสุมทรวง
"หากฝ่าบาทจะเผาหม่อมฉันทิ้ง... ก็ขอให้เปลวเพลิงนั้นเผาผลาญคนพวกนั้นให้มอดไหม้ไปพร้อมกับหม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ" มู่เหยียนกระซิบ พลางใช้มือที่สั่นเทาคว้าดึงสาบฉลองพระองค์ของชายหนุ่มไว้ "จางฟานชีไม่ได้แค่โกงกินบ้านเมือง แต่มันกำลังเปลี่ยนฝ่าบาทให้กลายเป็นเพียงหุ่นเชิดในคราบกษัตริย์ ฝ่าบาทไม่ทรงละอายแก่ใจบ้างหรือเพคะ ที่ต้องหลับใหลอยู่บนเตียงเดียวกับคนที่ลอบวางยาพิษประชาชนของพระองค์เองทุกคืน?"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนความถือดีของมังกร อี้หลงชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาพระองค์วูบไหว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความดุดันที่ยากจะควบคุม พระองค์กระชากร่างนางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแทบจะจมหายเข้าไปในอ้อมกอด ก่อนจะผลักนางลงบนเตียงกว้างที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมของกำยานราตรี
"เจ้าช่างกล้าหาญนัก ที่บังอาจสอนสั่งข้าบนเตียงของข้า" อี้หลงคุกคาม ร่างกายกำยำทาบทับลงมาปิดกั้นทางรอดทั้งหมด "หากเจ้าอยากให้ข้ากำจัดจางฟานชีนัก ก็จงแสดงให้ข้าเห็นว่าเจ้ามีค่าพอที่จะเป็นเดิมพันหรือไม่... ไม่ใช่ด้วยคำพูด แต่ด้วยร่างกายและวิญญาณของเจ้า!"
สัมผัสของจักรพรรดิรุนแรงและป่าเถื่อนไร้ความปราณี ราวกับจะพิสูจน์ว่าภายใต้ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลนี้ ใครกันแน่ที่เป็นผู้ควบคุมเกม ความร้อนแรงบนเตียงหงส์ที่เคยเป็นดั่งสวรรค์บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิรบ มู่เหยียนกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด นางปล่อยให้น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลรินลงข้างแก้ม แต่ในขณะเดียวกัน มือของนางก็ค่อยๆ เลื่อนเข้าไปใต้หมอนเพื่อกุมตราประทับลับที่นางเพิ่งขโมยมาได้จากห้องทรงพระอักษรเมื่อครู่
ความสัมพันธ์ของพวกเขามิใช่เรื่องของหัวใจ แต่คือการแลกเปลี่ยนด้วยเลือดเนื้อและอำนาจ
ในจังหวะที่อี้หลงกำลังหลงระเริงไปกับความเร่าร้อน ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องทรงงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบสงัดของยามวิกาล "ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ... ใต้เท้าจางฟานชีรอเข้าเฝ้าอยู่ด้านนอก อ้างว่ามีเรื่องด่วนเกี่ยวกับรายงานลับที่หายไปจากคลังหลวง... และดูเหมือนว่าท่านจะไม่ได้มาเพียงลำพัง"
อี้หลงชะงักกึกทันที สัมผัสบนเรือนร่างของมู่เหยียนเย็นวาบลงในพริบตา พระองค์ถอยห่างจากนางเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาสีเข้มจ้องมองใบหน้าของสตรีใต้ร่างที่เพิ่งแสยะยิ้มออกมาอย่างเย็นเยือก ก่อนที่พระองค์จะเหลือบเห็นรอยนูนของตราประทับที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนใบที่นางเพิ่งหนุนนอน
มู่เหยียนกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่มั่นคง "ฝ่าบาทเพคะ... ตอนนี้ท่านมีทางเลือกเพียงสองทาง หนึ่งคือปล่อยให้จางฟานชีเข้ามาเห็นสิ่งที่ท่านทำกับสนมของพระองค์ในตอนนี้ หรือสอง... ส่งตัวเขาให้หม่อมฉันจัดการในฐานะที่พระองค์ทรงโปรดปรานท่านหญิงผู้แสนดี"
ประตูตำหนักถูกผลักออกอย่างถือดีโดยมิรอคำอนุญาต ร่างของขุนนางโฉดจางฟานชีก้าวเข้ามาพร้อมกับองครักษ์นับสิบ สายตาของมันกวาดมองไปรอบห้องจนมาหยุดอยู่ที่มู่เหยียนซึ่งกำลังจัดสาบเสื้อที่หลุดลุ่ยบนเตียงพระบรรทมด้วยท่าทีนิ่งเฉย
จางฟานชีเหยียดยิ้มกว้าง แววตาเต็มไปด้วยแผนร้าย "ถวายพระพรฝ่าบาท... ดูเหมือนว่ากระหม่อมจะมาขัดจังหวะมหาสำราญเข้าเสียแล้ว แต่ทว่า... มีคนรายงานว่าท่านหญิงมู่เหยียนแอบลักลอบนำตราประทับสำคัญออกจากห้องทรงพระอักษร ไม่ทราบว่าฝ่าบาททรงทราบเรื่องนี้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง อี้หลงหันกลับมามองมู่เหยียนด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ในขณะที่มือของเขาค่อยๆ เลื่อนไปแตะที่ด้ามดาบข้างพระวรกาย
มิคายามวิกาลหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดพลิกผันของศึกครั้งนี้ในตอนถัดไปนะคะ
เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 25
กลลวงของขุนนางโฉด
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!