เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 42

แผนที่ลึกซึ้ง

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
“รอยสักนี้… ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าเลือก แต่มันคือตราประทับที่สวรรค์สาปแช่งให้เป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว” สุรเสียงของอี้หลงทุ้มต่ำและสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ฝ่ามือหนาที่กดลงบนรอยสักรูปจันทร์เสี้ยวบนหัวไหล่ข้าไม่ได้เป็นเพียงการสำรวจ แต่มันคือการประกาศอาณัติเหนือร่างกายนับแต่นี้ ข้ากัดริมฝีปากแน่น ความเจ็บแปลบแล่นริ้วไปทั่วร่าง ทว่าในความเจ็บนั้น กลับมีเปลวไฟบางอย่างลุกโชนขึ้นมาในช่องท้อง ข้าเงยหน้าสบตากับบุรุษผู้กุมชะตาแผ่นดิน ใบหน้าของเขาในยามนี้ไร้ซึ่งความเย็นชาที่เคยมี กลับเต็มไปด้วยกระหายหิวที่ดิบเถื่อน “หากมันคือคำสาป ฝ่าบาทก็ทรงเป็นเพียงปีศาจที่กำลังดื่มกินหยาดเลือดของข้าเท่านั้นเพคะ” อี้หลงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะดังก้องในตำหนักที่เงียบงัน ก่อนที่เขาจะพลิกตัวข้าให้นอนหงายราบไปกับแผ่นผ้าไหมนุ่มลื่น แสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างสาดส่องลงมากระทบผิวเนื้อที่สั่นเทา ข้าสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของเขาที่รดรินอยู่ข้างใบหู “ปีศาจตนนี้จะทำให้เจ้าลืมเลือนโลกภายนอก ลืมเลือนแม้กระทั่งชื่อของตนเอง” เขากดจุมพิตลงบนรอยสักสีเลือดนั้น ความร้อนจากริมฝีปากของเขาราวกับจะหลอมละลายแผ่นหลังข้า ข้าเชิดหน้าขึ้น คราญเสียงกระเส่าเมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาลากไล้ไปตามเส้นโค้งเว้าของเรือนร่าง ปลุกเร้าทุกสัดส่วนให้ตื่นตัวอย่างบ้าคลั่ง สัมผัสของเขาในค่ำคืนนี้ต่างจากทุกครั้ง มันมีความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความตะกละตะกลาม ราวกับเขากำลังกลืนกินข้าเข้าไปในจิตวิญญาณ ทุกสัมผัสที่เขามอบให้คือพันธนาการที่ข้าไม่อาจหลีกหนี เมื่อเขาสอดประสานกายเข้ามา ข้าขยำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ ความสุขสมที่แล่นปราดดุจสายฟ้าทำให้ดวงตาข้าพร่ามัว เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของเขาประสานเข้ากับเสียงครางหวานหูของข้าอย่างเร่าร้อน เราต่างเป็นนักล่าและเหยื่อในเวลาเดียวกัน บนเตียงหงส์ที่กลายเป็นสมรภูมิแห่งความรักและตัณหา “จำไว้หลี่มู่เหยียน…” เขาเค้นเสียงกระซิบพลางเร่งจังหวะให้หนักหน่วงและลึกซึ้งยิ่งขึ้น “ไม่ว่าใครหน้าไหนในวังหลังนี้ จะไม่มีวันแตะต้องแม้แต่ปลายเส้นผมของเจ้าได้ ตราบใดที่เจ้ายังเป็นของข้า” เมื่อพายุอารมณ์สงบลง ข้าทอดกายอยู่ใต้ร่างหนา ลมหายใจยังคงหอบเหนื่อย ทว่าในสมองกลับเริ่มวางหมากแห่งอำนาจอย่างเงียบเชียบ ข้าไม่ได้เป็นเพียงสนมที่รอรับความโปรดปราน แต่ในคืนนี้ ข้าได้หยั่งรู้ถึงจุดอ่อนที่ลึกที่สุดของจักรพรรดิผู้เหี้ยมโหด—เขามีหัวใจ และหัวใจนั้นกำลังตกอยู่ในเงื้อมมือของข้า ข้าใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามแผงอกของเขา พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันได้ยินมาว่า สนมจางกำลังรวบรวมเหล่าขุนนางเพื่อคัดค้านเรื่องการแต่งตั้งตำแหน่งเสนาบดีคลังคนใหม่... ดูเหมือนท่านจะมองข้ามงูพิษที่เลี้ยงไว้ในเรือนไปนะเพคะ” อี้หลงนิ่งไป สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองข้า เขาไม่ได้โกรธเคือง กลับยิ้มที่มุมปากอย่างพึงใจ “เจ้าไม่ได้เพียงต้องการปรนนิบัติข้า แต่มันคือการยืมมือข้าเพื่อกวาดล้างศัตรูของเจ้าด้วยสินะ... ช่างร้ายกาจนัก” “หม่อมฉันเรียนรู้มาจากผู้ที่ฉลาดที่สุดในใต้หล้าเพคะ” ข้าเอ่ยพลางคลอเคลียใบหน้ากับอกกว้าง ข้าเริ่มวางโครงข่ายอำนาจใหม่ในใจ ข้าจะไม่เพียงแค่ยืนอยู่ข้างกายเขา แต่ข้าจะสร้างป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุดในวังหลัง โดยใช้ความใคร่ของเขาเป็นฐานราก และใช้เล่ห์เหลี่ยมของข้าเป็นอาวุธสังหาร ทว่า ในขณะที่ข้ากำลังจมดิ่งกับแผนการที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์ประจำตัวอี้หลงก็ดังขึ้นที่หน้าตำหนัก ตามด้วยเสียงรายงานที่ทำเอาหัวใจข้าแทบหยุดเต้น “ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่คุกหลวง... นักโทษหมายเลขเก้าหลบหนีไปได้แล้วพะย่ะค่ะ!” อี้หลงผละออกจากตัวข้าทันที ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเปื้อนรอยยิ้มกลับกลายเป็นความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัว เขาลุกขึ้นสวมฉลองพระองค์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองข้าด้วยสายตาที่ข้าไม่สามารถอ่านออก “นักโทษหมายเลขเก้า... เจ้าคงรู้ดีว่าเขาคือใคร และทำไมเขาถึงต้องหนีไปในคืนนี้ หลี่มู่เหยียน” ข้ากำผ้าห่มแน่น หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมาจากอก เพราะคนคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนเดียวที่กุมความลับเรื่องรอยสักที่ไหล่ของข้าเอาไว้ทั้งหมด! มิคายามวิกาลหวังว่าทุกท่านจะยังคงดื่มด่ำไปกับความรักที่แฝงด้วยเล่ห์กลของมู่เหยียนในตอนนี้กันนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%