“เจ้าคิดหรือว่ากล่องไม้นี้มีไว้เพื่อประทานพรแก่เจ้า?”
เสียงของฮองเฮาหงส์กังวานเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งท่ามกลางฤดูเหมันต์ นางก้าวเข้ามาหยุดเบื้องหน้าข้า กลิ่นกำยานจากชุดปักดิ้นทองของนางช่างอบอวลจนน่าคลื่นไส้ ข้าเงยหน้าขึ้นสบดวงตาคู่นั้น—ดวงตาที่เคยให้ความเอ็นดูเสแสร้ง บัดนี้กลับเหลือเพียงความสมเพชเวทนา
ข้าไม่ตอบคำถามนั้น แต่สายตาจับจ้องไปยังกล่องไม้สีดำสนิทในมือนาง ลางสังหรณ์ในใจเต้นเร่าราวกับจะระเบิดออก ข้ากำชายกระโปรงผ้าไหมแน่นจนฝ่ามือชื้นเหงื่อ
“เปิดออกดูสิ มู่เหยียน... สิ่งที่สามีของเจ้า ‘ผู้เป็นที่รัก’ ยัดเยียดให้เจ้าแลกมาด้วยความจงรักภักดีอย่างไร้ค่า” นางวางกล่องลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม เสียงกระทบของมันหนักอึ้งดุจมีดปาดคอ
ข้าเอื้อมมือที่สั่นเทาสัมผัสผิวไม้เย็นเยียบ เปิดฝากล่องออกช้าๆ ภายในมิใช่เครื่องประดับล้ำค่าหรือจดหมายรักอย่างที่หัวใจโง่เขลาของข้าเฝ้าฝันถึง แต่มันคือ ‘ป้ายอาญา’ ของตระกูลหลี่ที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง และ... เส้นผมสีขาวโพลนของบิดาข้าที่ถูกตัดออกมาเป็นกระจุก
หัวใจของข้ากระตุกวูบ ความรู้สึกด้านชาแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความรักที่ข้าเคยมอบให้จักรพรรดิอี้หลงพังทลายลงในชั่วพริบตา เขามิได้เพียงแต่ใช้ข้าเป็นเบี้ยหมาก แต่เขาคือผู้ที่เด็ดปีกข้าและโยนให้คนอื่นมาขยี้ซ้ำ!
“เขาทิ้งเจ้าแล้ว... หรือจะให้พูดให้ถูกคือ เขาไม่เคยรักเจ้าเลยสักวินาที” ฮองเฮากระซิบข้างหูข้า ลมหายใจของนางร้อนผ่าวทว่าแฝงไปด้วยพิษร้าย “ทุกสัมผัสบนเตียงมังกร ทุกคำหวานหูที่เขาพร่ำบอก เป็นเพียงยาพิษที่เคลือบน้ำผึ้งเพื่อให้เจ้าสิ้นฤทธิ์... เจ้ามันก็แค่หงส์ที่ถูกขังไว้ในกรงทองเพื่อรอวันถูกถอนขน”
ข้าลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ขาจะแทบไร้เรี่ยวแรง ดวงตาของข้าพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไม่อยู่ ทว่าข้าจะไม่ยอมให้สตรีผู้นี้ได้เห็นความอ่อนแอไปมากกว่านี้ ข้าหยิบป้ายอาญาขึ้นมาบีบแน่นจนขอบเหล็กบาดเนื้อ เลือดหยดลงบนพื้นหินอ่อนราวกับดอกเหมยที่ผลิบานท่ามกลางความตาย
“หากข้าเป็นเพียงหงส์ที่ไร้ขน ข้าก็จะกลายเป็นปีศาจที่จะลากพวกท่านลงนรกไปด้วยกัน” ข้าเอ่ยเสียงแผ่ว ทว่ากังวานด้วยแรงอาฆาต
ประตูตำหนักถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง บุรุษผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินก้าวเข้ามาด้วยแววตาเรียบเฉย อี้หลงหยุดยืนข้างฮองเฮา กวาดสายตามองข้าที่สั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้น เขามิได้แสดงความสงสาร แต่มุมปากกลับยกขึ้นเล็กน้อยราวกับกำลังมองดูการละเล่นที่สนุกสนาน
“ร้องไห้พอหรือยัง?” เขาเอ่ยถามพลางเดินเข้ามาใกล้ ข้าถอยหลังหนี ทว่าเขากลับกระชากข้อมือข้าเข้าหาตัว แรงดึงมหาศาลทำให้ร่างข้าปะทะเข้ากับแผงอกกว้าง กลิ่นกายบุรุษที่ข้าเคยหลงใหลบัดนี้กลายเป็นกลิ่นสาปที่น่าสะอิดสะเอียน
“ปล่อยข้า!” ข้าตวาดพร้อมสะบัดหน้าหนี
“เจ้าไม่มีสิทธิ์สั่งข้า” อี้หลงกระซิบชิดใบหู ก่อนจะใช้มือหนาเชยคางข้าขึ้น บังคับให้สบตากับดวงตาดุจพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ “ในเมื่อเจ้ากล้าทำตัวเป็นหงส์ที่พยศ ข้าก็จักต้อง ‘สอน’ ให้เจ้ารู้จักหน้าที่ของเบี้ยหมากบนเตียงที่แท้จริง”
เขาช้อนร่างข้าขึ้นในอ้อมแขนอย่างถือดี แม้ข้าจะดิ้นรนและกรีดร้อง แต่เขากลับพาข้าไปยังแท่นบรรทมที่บุด้วยผ้าแพรไหมสีแดงฉาน ในยามนี้ตำหนักที่เคยเป็นวิมานรัก กลับกลายเป็นกรงขังที่ขังวิญญาณข้าไว้กับความเจ็บปวดที่ไม่มีวันสิ้นสุด
เขาทุ่มร่างข้าลงบนเตียงกว้าง ก่อนจะตามขึ้นมาทาบทับ ร่างกายที่แข็งแกร่งของเขาบดบังแสงสว่างจนหมดสิ้น ข้าเห็นเพียงเงาของจักรพรรดิที่แปรเปลี่ยนเป็นอสูรร้าย เขาฉีกกระชากอาภรณ์ของข้าออกจนเผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่สั่นเทาด้วยความโกรธและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
“วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าลืมความแค้นด้วยความสุขสม...” เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางก้มลงขบเม้มซอกคอข้าอย่างรุนแรง ฟันคมฝังลึกลงไปสร้างความเจ็บปวดปนซ่านสยิว ข้าพยายามจะผลักไส ทว่านิ้วมือยาวของเขากลับแทรกซึมผ่านรอยแยกของร่างกายข้า ปลุกเร้าความรู้สึกที่ข้ามิอาจต้านทาน
สัมผัสที่ร้อนแรงและไร้ปรานีของเขาทำลายปราการในใจข้าลงทีละน้อย ทุกการสอดประสานคือการช่วงชิงและการยัดเยียดความเจ็บปวดที่สลับซับซ้อนไปกับความใคร่ ลมหายใจหอบถี่ของเขากระทบใบหน้าข้า ขณะที่ข้าถูกพายุอารมณ์โหมกระหน่ำจนมืดแปดด้าน ข้ารู้ดีว่านี่คือการหักหลังที่เจ็บปวดที่สุด แต่ร่างกายกลับทรยศความนึกคิดด้วยการโต้ตอบสัมผัสของเขาอย่างเร่าร้อน
ในจังหวะที่ข้ากำลังจมดิ่งสู่ห้วงเหวแห่งราคะ อี้หลงก็หยุดชะงัก เขาโน้มตัวลงมาสบตาข้า แววตาของเขามีบางอย่างที่เปลี่ยนไป... มันมิใช่แค่ความปรารถนา แต่มันคือความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากจักรพรรดิ
เขากระซิบเสียงเบาที่ทำให้หัวใจข้าแทบหยุดเต้น “หากเจ้าอยากรู้ว่าทำไมข้าถึงต้องฆ่าบิดาเจ้า... คืนนี้อย่าเพิ่งตายไปเสียก่อน”
ข้าเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดที่ข้าคิดว่าถึงขีดสุดกลับกลายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความจริงอันโหดร้าย เมื่ออี้หลงเลื่อนมือมาที่แผ่นหลังข้าและกดลงบนรอยสักรูปจันทร์เสี้ยวที่หัวไหล่ข้า—รอยสักที่ข้าไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ แต่มันกลับเปล่งประกายสีเลือดภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในตำหนัก!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดไปกับข้านะคะ มาร่วมค้นหาคำตอบในตอนถัดไปกันค่ะ!
เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 41
หยดน้ำตาที่ร่วงหล่น
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!