"เจ้าจะสั่นไปถึงเมื่อไหร่ มู่เหยียน... หรือว่าในยามนี้ ร่างกายของเจ้ามิได้จดจำเพียงหน้าที่ แต่กำลังโหยหาข้ากันแน่?"
เสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์ข้างกาย ทำให้หลี่มู่เหยียนสะดุ้งเฮือก ปลายนิ้วเรียวยาวของจักรพรรดิอี้หลงลากไล้จากต้นคอระหงลงมาถึงกระดูกไหปลาร้าที่กำลังสั่นระริก แรงกดจากนิ้วแข็งกร้านนั้นมิได้เบามือ แต่มันกลับเร้าอารมณ์จนมู่เหยียนต้องกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ
ในตำหนักเหมันต์ที่ไร้ซึ่งแสงจันทร์ส่องถึง มีเพียงกลิ่นกำยานมัสก์ที่อบอวลชวนมึนเมา มู่เหยียนพยายามยันกายขึ้นจากแท่นบรรทม แต่กลับถูกฝ่ามือหนาตะปบเอวสอบรั้งตัวลงไปกระแทกกับแผงอกเปลือยเปล่าของบุรุษผู้ครองแผ่นดินอีกครั้ง
"ฝ่าบาท... หม่อมฉันเป็นเพียงเบี้ยหมากในมือพระองค์ เหตุใดต้องทรงขุดค้นความโสมมในใจข้าด้วยเพคะ?"
นางเอ่ยถามโดยไม่กล้าสบตา ดวงตาคู่สวยพยายามจับจ้องเพียงรอยแผลเป็นจางๆ บนไหล่กว้างของเขา—รอยแผลที่ย้ำเตือนว่าบุรุษผู้นี้มิใช่เทพเซียน หากแต่เป็นมนุษย์ที่ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
อี้หลงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่สั่นสะเทือนไปถึงทรวงอกของนาง เขาเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบตากับดวงตาดุจเหยี่ยวที่ฉายแววกระหายหิวอย่างไม่ปิดบัง "เบี้ยหมากหรือ? หากข้าอยากจะกลืนกินหมากตัวนี้ลงไปทั้งตัว มิใช่แค่เล่นสนุกบนกระดาน เจ้าคิดว่าผู้ใดจะกล้าขวางข้า?"
เขาก้มลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้มู่เหยียนขนลุกชันไปทั่วร่าง "หน้าที่ของเจ้าคือการทำให้ข้าพอใจ แต่สิ่งที่ข้าต้องการในค่ำคืนนี้... คือการทำลายความเยือกเย็นที่เจ้าสวมใส่เป็นเกราะป้องกันนั่นทิ้งเสีย"
มู่เหยียนรู้สึกถึงแรงกระตุ้นบางอย่างที่พุ่งพล่านในกาย สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดบอกให้นางถอยหนี แต่สัญชาตญาณลึกๆ ในฐานะสตรีที่ถูกทอดทิ้งมาตลอดชีวิต กลับโหยหาความอบอุ่นที่บิดเบี้ยวนี้อย่างประหลาด นางค่อยๆ เอื้อมมือขึ้นไปสัมผัสใบหน้าคมสันนั้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ปลายนิ้วแตะที่รอยจูบประทับเหนือหัวใจของเขา
"ความลุ่มหลงที่พระองค์ต้องการ... มิใช่ความรัก แต่คือการครอบครองจนกว่าจะแหลกสลายใช่หรือไม่เพคะ?"
"เจ้าเข้าใจได้ถูกต้องนัก" อี้หลงไม่รอช้า เขาพลิกตัวขึ้นทาบทับ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดจนไร้ช่องว่าง มู่เหยียนสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งและแรงปรารถนาที่กำลังตื่นตัวของเขา มันไม่ใช่เพียงกามารมณ์ที่เร่งเร้า แต่เป็นการเดิมพันด้วยจิตวิญญาณ
เขาเริ่มจุมพิตนางอย่างหนักหน่วง ราวกับต้องการสูบเอาลมหายใจและตัวตนของนางไปเป็นของตนเพียงผู้เดียว มือข้างหนึ่งของเขาปลดปมชุดตัวนอกที่หลุดลุ่ยออก เผยให้เห็นผิวพรรณขาวผ่องที่แดงระเรื่อด้วยอารมณ์ มู่เหยียนหลับตาลงปล่อยให้ความสับสนละลายไปกับสัมผัสรุนแรงที่ถาโถมเข้ามา
ในห้วงภวังค์ที่สติตกอยู่ในความมืดมิด มู่เหยียนนึกถึงคำสาปแช่งที่นางเคยได้รับจากครอบครัวที่ผลักไสนางเข้าสู่วังวนนี้ แต่ในยามที่อี้หลงรุกเร้า นางกลับพบว่าความเจ็บปวดที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความทะเยอทะยาน—นางไม่ได้ต้องการเป็นเพียงสนมเอกที่รอวันถูกทอดทิ้ง แต่นางต้องการเป็นผู้ที่ชักใยจักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดคนนี้ไว้ใต้ฝ่าเท้า
ทว่า... ในวินาทีที่ความปรารถนาพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นแต่แฝงด้วยความเร่งรีบก็ดังขึ้นจากหน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของขันทีคนสนิทที่สั่นเครือ
"ฝ่าบาท! ขออภัยที่ต้องรบกวน... แต่มีจดหมายลับจากชายแดนเหนือส่งถึงพระองค์ด่วนพ่ะย่ะค่ะ... ว่ากันว่า 'คนผู้นั้น' ที่พระองค์ทรงเฝ้าติดตามมาตลอดห้าปี ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!"
อี้หลงชะงักกึก ความเร่าร้อนในดวงตาดับวูบลงราวกับถูกน้ำแข็งสาดรด เขาผละออกจากมู่เหยียนในทันที ทิ้งให้นางนอนหอบหายใจอยู่บนแท่นบรรทมด้วยความว่างเปล่าที่ก่อตัวขึ้นกะทันหัน
เขาลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ทิ้งให้นางนอนเปลือยเปล่าอยู่ใต้แสงเทียนที่ริบหรี่ ก่อนจะหันมามองนางด้วยแววตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็ง
"คืนนี้ข้าคงต้องไปก่อน... แต่มู่เหยียน เจ้าจงจำไว้ว่าเรื่องของเรายังไม่จบเพียงเท่านี้"
อี้หลงหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้มู่เหยียนนอนนิ่งสนิท ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว นางเอื้อมมือไปคว้าชุดที่กองอยู่ข้างกายขึ้นมาสวมใส่ด้วยมือที่ยังคงสั่นเทา ก่อนจะเหลือบไปเห็นกระดาษม้วนหนึ่งที่ตกอยู่ใต้พรมใกล้แท่นบรรทม—กระดาษที่มีตราประทับรูปนกฟีนิกซ์สีเลือด... ตราประทับของสตรีที่ควรจะตายไปเมื่อสิบปีก่อน
มิคายามวิกาลหวังว่าทุกท่านจะยังคงดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งความลุ่มหลงในบทนี้นะคะ
เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 8
น้ำค้างหยดแรกแห่งความลุ่มหลง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!