เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 50

กลับสู่วังหลวง

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
“เจ้ากล้าดีอย่างไร... สังหารองครักษ์ของข้าต่อหน้าต่อตาเช่นนี้” น้ำเสียงของจักรพรรดิอี้หลงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยไอสังหารที่หนักหน่วงจนอากาศรอบข้างราวกับจะกลายเป็นน้ำแข็ง มู่เหยียนยืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังแท่นบรรทม สายตาของนางจับจ้องไปที่บุรุษเบื้องหน้า—เขาคือ ‘หานจือ’ ชายที่นางเคยฝากใจไว้ในเงามืดของจวนขุนนางเก่าแก่ บัดนี้คมกระบี่ในมือเขายังมีหยาดเลือดสีแดงฉานหยดลงพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะ หานจือไม่ตอบคำถาม เขาเพียงก้าวเท้าเข้ามาอย่างมั่นคง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้มององค์จักรพรรดิแม้แต่น้อย แต่ทอดมองมาที่มู่เหยียนด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ทั้งรัก ทั้งแค้น และปวดร้าว “สิ่งที่เคยเป็นของข้า... ก็ควรจะกลับคืนสู่เจ้าของ” หานจือเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่า “พระองค์ทรงช่วงชิงนางไปจากกรงขังที่เปื้อนฝุ่น แต่นางไม่ใช่เครื่องประดับที่พระองค์จะเชิดชูไว้บนหิ้งทองคำได้ตลอดกาล” อี้หลงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วตำหนักที่เงียบงัน เขาก้าวลงจากแท่นบรรทม กลิ่นอายของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดแผ่ซ่านออกมาจนมู่เหยียนแทบหายใจไม่ออก “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? สุนัขรับใช้ที่จู่ๆ ก็อยากจะกัดเจ้านายงั้นหรือ?” ในเสี้ยววินาทีนั้น อี้หลงพุ่งเข้าหาหานจืออย่างรวดเร็วราวกับพยัคฆ์ร้าย ทั้งสองปะทะกันด้วยฝีมือที่สูสี มู่เหยียนทำได้เพียงยืนมองอย่างสั่นสะท้าน หัวใจของนางเต้นรัวราวกับกลองศึก นางรู้ดีว่าไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ชีวิตของนางในวังหลวงแห่งนี้ก็ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่นานนัก หานจือที่ได้รับบาดเจ็บที่ไหล่ก็เสียหลัก อี้หลงกดคมกระบี่ลงที่ลำคอของชายหนุ่ม มู่เหยียนกรีดร้องออกมาเบาๆ และนั่นทำให้สายตาของจักรพรรดิเปลี่ยนไป เขาหันกลับมามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยตัณหาเร่าร้อน “เจ้าสงสารมันหรือ มู่เหยียน?” อี้หลงกระชากร่างของนางเข้ามาแนบชิด มือแกร่งบีบเค้นเอวบางอย่างแรงจนนางนิ่วหน้า “ในเมื่อเจ้าห่วงใยมันนัก ข้าจะให้เจ้าได้เห็น... ว่าสตรีที่ข้าครอบครองนั้นเป็นของใคร!” ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง อี้หลงฉีกกระชากอาภรณ์ชั้นนอกของมู่เหยียนออกอย่างไม่ปราณี ความเยือกเย็นของอากาศยามค่ำคืนปะทะกับผิวพรรณที่เริ่มร้อนรุ่มจากสัมผัสของเขา นางถูกกดลงบนพรมขนสัตว์หนานุ่ม กลิ่นกำยานที่เคยหอมหวานบัดนี้กลับทำให้นางมึนเมาจนแทบสิ้นสติ มือหนาสัมผัสไปตามส่วนโค้งเว้าอย่างจาบจ้วง ทุกนิ้วที่ลากผ่านผิวเนื้อทำให้นางสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่ได้ อี้หลงไม่เพียงต้องการครอบครองกาย แต่เขากำลัง ‘ลงทัณฑ์’ นางผ่านบทรักที่เร่าร้อนและรุนแรง เขาขบเม้มซอกคอขาวจนเป็นรอยแดงช้ำ กลิ่นกายของจักรพรรดิที่แฝงกลิ่นอายบุรุษเพศอย่างรุนแรงทำให้มู่เหยียนต้องกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงคราง “มองข้า...” เขาบัญชา เสียงกระซิบพร่าเลือนอยู่ข้างหูขณะที่เขาแทรกกายเข้าสู่ความอ่อนนุ่มของนางโดยไม่มีการหยอกเย้า ความรู้สึกที่รุกรานเข้ามาอย่างกะทันหันทำให้นางต้องจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของเขาด้วยความเจ็บปวดที่แปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวาม การสอดประสานดำเนินไปอย่างดุดันและเชื่องช้าในเวลาเดียวกัน อี้หลงเฝ้ามองสีหน้าของนาง ทุกหยาดเหงื่อที่ผุดพรายบนใบหน้าเนียนละเอียด ทุกเสียงหอบหายใจที่ขาดห้วงถูกเขารับฟังด้วยความพึงพอใจ มู่เหยียนรู้ดีว่านี่คือเล่ห์เหลี่ยมของเขา—เขาต้องการให้ความสุขสมนี้ลบเลือนความทรงจำที่มีต่อหานจือออกไปจากใจนางให้หมดสิ้น แรงกระแทกกระทั้นที่หนักหน่วงทำให้นางโยกคลอนไปตามแรงอารมณ์ สัมผัสที่ลึกซึ้งและร้อนแรงทำให้มู่เหยียนล่องลอยไปในห้วงแห่งราคะจนลืมเลือนโลกภายนอก ทุกจังหวะการขยับไหวคือการตอกย้ำว่านางเป็นของใคร และนางถูกพันธนาการไว้ด้วยเสน่หาที่ไม่อาจหลุดพ้น เมื่อพายุอารมณ์สงบลง อี้หลงก้มลงจูบซับเหงื่อที่หน้าผากของนางเบาๆ ทว่าดวงตาของเขายังคงจ้องมองไปยังหานจือที่ถูกทหารองครักษ์ลากตัวออกไป “เจ้าคิดว่าเจ้าจะกลับไปหามันได้อีกหรือ?” อี้หลงกระซิบเสียงต่ำ ลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของนางอย่างถือสิทธิ์ “คนของข้า ไม่มีวันได้กลับไปเป็นของใคร” มู่เหยียนหลับตาลง น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านหางตา นางรู้แล้วว่าหานจือไม่ใช่แค่ผู้ทรยศ แต่เป็นหมากตัวสำคัญที่ถูกจัดวางไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้นางเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา แต่ทว่า... ในจังหวะที่ความเงียบเข้าปกคลุม นางสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้พรมขนสัตว์ที่พวกเขานอนทับอยู่ มันคือรอยเย็บที่ผิดปกติของพื้นไม้ที่นางเคยทำสัญลักษณ์ไว้ และทันใดนั้นเอง ประตูตำหนักก็ถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของผู้คนที่คุ้นเคยเกินกว่าจะจินตนาการถึง ร่างหนึ่งก้าวเข้ามาท่ามกลางแสงเทียนที่วูบไหว เขาผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก ‘อดีตพระสนมเอก’ ที่ควรจะถูกประหารไปเมื่อสามปีก่อน นางก้าวเข้ามาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของมู่เหยียนเย็นเฉียบ “ฝ่าบาท... หม่อมฉันกลับมาทวงบัลลังก์ที่ควรจะเป็นของหม่อมฉันคืนแล้วเพคะ” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันโหดร้ายและงดงามนี้มาด้วยกันนะคะ หวังว่าตอนหน้าจะทำให้หัวใจของทุกท่านเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมค่ะ! — มิคายามวิกาล
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%