เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 48

พันธมิตรจากชายแดน

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
“หากท่านแม่ทัพยังรั้งรอด้วยความลังเล เช่นนั้นตำแหน่งกุนซือข้างกายข้า ก็คงเป็นได้เพียงที่วางถ้วยชาที่ไร้ประโยชน์” หลี่มู่เหยียนเอ่ยขึ้นขณะขยับกายบนเก้าอี้ไม้จันทน์หอม นางจดจ้องไปยังชายหนุ่มร่างกำยำในชุดเกราะที่เปื้อนฝุ่นดินจากชายแดน ‘แม่ทัพเฟยหลง’ ชายผู้คุมกำลังครึ่งหนึ่งของแคว้นเหนือ ผู้อยู่ในฐานะพันธมิตรที่นางต้องดึงมาเป็นพวกให้จงได้ในยามที่จักรพรรดิอี้หลงเริ่มระแคะระคายเรื่องเครือข่ายลับของนาง เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังก้องในห้องโถงลับที่ปิดตาย เฟยหลงโน้มตัวลงมา กลิ่นอายบุรุษเพศที่เข้มข้นดั่งพยัคฆ์ร้ายแผ่ซ่านจนมู่เหยียนต้องเลิกคิ้วขึ้น “แม่ทัพเฟยหลง ท่านกำลังเสียมารยาทกับสตรีที่กำลังจะมอบอำนาจให้ท่านนะเจ้าคะ” “สตรีที่หวังจะรวบรวมกำลังพลด้วยการแลกเปลี่ยนด้วย ‘ร่างกาย’ หรือจะสู้สตรีที่ใช้เพียงไหวพริบมัดใจมังกรได้เล่า พระสนม... ท่านคิดว่าข้าไม่รู้หรือ ว่าท่านกำลังเล่นเกมอันตรายอยู่กับฝ่าบาท” เขาจงใจเอื้อมมือมาเชยคางนาง ผิวสัมผัสหยาบกร้านของนักรบสั่นประสาทสัมผัสของนางจนวาบหวาม มู่เหยียนไม่ถอยหนี นางกลับเอนกายเข้าหา ปล่อยให้เรียวนิ้วของเขาไล้ไปตามลำคอระหง “ข้าไม่ได้แลกเปลี่ยนด้วยร่างกาย แต่ข้าจะให้ท่าน ‘ครอบครอง’ สิ่งที่ฝ่าบาททรงมองข้ามไป... ความภักดีของข้าที่หาได้มีให้ผู้ใดอย่างแท้จริง” ทันทีที่นางกล่าวจบ เฟยหลงก็ไม่รอช้า เขาคว้าเอวนางเข้าหาตัว แรงดึงมหาศาลทำให้มู่เหยียนแทบสิ้นหลัก แต่นางกลับหัวเราะร่าในลำคอ มือเรียวงามลูบไล้ไปตามแผงอกแกร่งผ่านเนื้อผ้าหยาบหนาของชุดเกราะ สัมผัสถึงหัวใจที่เต้นรัวดั่งกลองศึก นี่ไม่ใช่ความรัก แต่มันคือพันธสัญญาที่หล่อหลอมด้วยความเร่าร้อน มู่เหยียนรู้ดีว่าหากจะกุมอำนาจไว้ในกำมือ นางต้องร้ายกาจยิ่งกว่าปีศาจ ตราบใดที่ยังอยู่ในวังหลัง นางคือเบี้ยที่พร้อมจะกัดกินหมากตัวอื่นให้สิ้นซาก “หากท่านต้องการอำนาจ ก็จงแสดงให้ข้าเห็นว่าท่านกล้าพอที่จะก้าวลงสู่สมรภูมิบนเตียงของข้า...” มู่เหยียนกระซิบชิดใบหูของเขา ก่อนจะปลดสายรัดเอวที่รัดรึงชุดกิโมโนจีนของตนออก บรรยากาศในห้องโถงลับพลันร้อนระอุขึ้นทันตา เมื่อร่างของนางทรุดลงนั่งบนตักของแม่ทัพหนุ่ม ความเย็นเยียบของเครื่องเรือนไม้หอมกลายเป็นเพียงสิ่งที่ไร้ความหมายยามที่ผิวเนื้อสัมผัสกัน เฟยหลงขบเม้มซอกคอของนางจนเกิดรอยสีกุหลาบช้ำจาง สัมผัสของเขาดุดัน ดิบเถื่อน ราวกับจะประทับตราจองว่านางคือสมบัติที่เขาแย่งชิงมาจากเงื้อมมือของจักรพรรดิ ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายยามที่นิ้วแกร่งของเขาแทรกซึมเข้าสู่จุดกึ่งกลางความอ่อนไหว มู่เหยียนเชิดหน้าขึ้น ลมหายใจหอบกระเส่าปนกับเสียงครางแผ่วเบาที่พยายามสะกดกลั้นไว้ นางไม่ใช่นางกำนัลไร้เดียงสา แต่นางคือสตรีที่เรียนรู้ว่าความสุขสมบนเตียงคืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุดในการบงการบุรุษ “อา... แม่ทัพ... ท่านมันช่าง... รุนแรงยิ่งนัก” นางพึมพำ ดวงตาพร่ามัวไปด้วยแรงอารมณ์ เฟยหลงไม่ตอบ แต่เขากลับเน้นย้ำสัมผัสให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ร่างกายของทั้งสองเสียดสีกันจนเกิดกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็น พลังแห่งความปรารถนาหลอมรวมให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ท่ามกลางเสียงหอบหายใจและเสียงเสียดสีของเนื้อผ้า นางรู้ดีว่าในวันพรุ่งนี้ กองทัพของเฟยหลงจะเคลื่อนพลเข้าสู่เขตวังหลวงเพื่อสนองเจตจำนงของนาง แต่นั่นก็ต่อเมื่อเขาสามารถเอาชนะใจนางบนเตียงนี้ได้เสียก่อน ความเร่าร้อนดำเนินไปจนถึงจุดพุ่งทะยาน มู่เหยียนเกร็งกายรับสัมผัสอันเปี่ยมล้นจากเขา ความสุขสมระเบิดออกดั่งดอกไม้ไฟกลางคืนที่มืดมิด นางกอดรัดเขาไว้แน่น ราวกับจะกักขังวิญญาณของเขาไว้ในกรงขังแห่งความปรารถนานี้ตลอดกาล ทว่า ทันทีที่ความเงียบงันเริ่มกลับคืนมาสู่ห้องโถง เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินลับด้านนอก ประตูบานหนักถูกผลักออกอย่างรุนแรงโดยไม่มีการเกรงใจ “พระสนม... ดูเหมือนเจ้าจะต้อนรับแขกได้ ‘ถึงใจ’ กว่าที่ข้าคาดคิดไว้มากนักนะ” เสียงทรงอำนาจของจักรพรรดิอี้หลงดังก้องขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึง มู่เหยียนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจากตักของแม่ทัพ โดยที่สายตาของนางไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางหันไปเผชิญหน้ากับจักรพรรดิที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู ในมือของเขาถือดาบอาญาสิทธิ์ที่ชุ่มไปด้วยหยดเลือดสดๆ “ฝ่าบาท... ดูเหมือนความลับของข้าจะไม่อาจซ่อนได้นานนักสินะเพคะ” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนและเล่ห์เพทุบายในค่ำคืนนี้กับมิคายามวิกาลนะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%