"เจ้าคิดจะใช้รอยจูบนี้เป็นตราประทับ เพื่อประกาศชัยชนะเหนือบัลลังก์ของข้า หรือเป็นเพียงแค่ความต้องการดิบเถื่อนที่ไม่อาจควบคุมได้กันแน่ หลี่มู่เหยียน?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำของจักรพรรดิอี้หลงดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในกระโจมพักแรมที่ตั้งอยู่ชายขอบแดนทุรกันดาร ปลายนิ้วหยาบกร้านของเขาลากไล้ไปตามแนวสันหลังที่สั่นสะท้านของหญิงสาว ก่อนจะหยุดลงที่รอยช้ำสีกุหลาบสดที่เขาเพิ่งฝากไว้บนลาดไหล่มน
หลี่มู่เหยียนไม่ได้หันไปมอง ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งค้างคืนกลับฉายแวววาวโรจน์ด้วยความทระนง นางกระชับผ้าแพรเนื้อบางที่พันกายไว้อย่างหมิ่นเหม่ ก่อนจะแค่นยิ้มออกมา "ฝ่าบาททรงประเมินค่าของหม่อมฉันต่ำเกินไป หรือทรงประเมินความปรารถนาของพระองค์เองสูงเกินไปกันแน่เพคะ? สิ่งที่หม่อมฉันต้องการไม่ใช่เพียงรอยประทับบนผิวพรรณ แต่คือทุกตารางนิ้วของอำนาจที่พระองค์ทรงกอดกุมไว้ต่างหาก"
อี้หลงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะดังกังวานกังวานทว่าแฝงไปด้วยอันตราย เขาโถมตัวเข้าหา ล็อกร่างอรชรไว้ใต้ร่างกำยำด้วยความรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษเพศที่อบอวลด้วยกลิ่นกำยานไม้กฤษณาและหยาดเหงื่อจางๆ ทำให้นางรู้สึกถึงแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน
"เจ้าช่างโอหังนัก... แต่ก็นั่นแหละ ที่ทำให้ข้าหยุดตัวเองไม่ได้"
เขากดจูบลงบนซอกคอขาวเนียนอย่างกระหาย มือหนึ่งสอดแทรกเข้าไปในกลุ่มผมยาวสลวยดุจเส้นไหมสีนิล ดึงรั้งให้นางแหงนเงยขึ้นเพื่อรับสัมผัสที่เร่าร้อนและรุกราน ลิ้นร้อนซุกซนไล้เลียไปตามความนุ่มละมุนของผิวพรรณ ปลุกเร้าอารมณ์สวาทที่ซ่อนเร้นให้ปะทุขึ้นราวกับเปลวเพลิงที่ถูกราดด้วยน้ำมันชั้นดี หลี่มู่เหยียนบิดเร้ากายด้วยความวาบหวาม สองมือจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้เป็นดั่งศัตรูหัวใจและคู่รักเพียงหนึ่งเดียว
ความสัมพันธ์บนเตียงครั้งนี้มิใช่การประโลมโลกีย์ แต่มันคือสงครามเย็นที่สวมทับด้วยความใคร่ ทุกสัมผัสที่เขาหยิบยื่นคือคำสั่ง และทุกการตอบสนองของนางคือการโต้กลับ เมื่อกายของเขาสอดประสานเข้าสู่ความอุ่นซ่านลึกล้ำภายในตัวนาง เสียงหอบหายใจกระเส่าประสานกับเสียงครางแผ่วเบาที่ดังสะท้อนก้องทั่วกระโจม ผ้าแพรที่หลุดลุ่ยกลายเป็นเพียงเศษผ้าไร้ค่าท่ามกลางบทรักที่ดุเดือดและเร่าร้อนราวกับจะหลอมละลายทุกความแค้นให้กลายเป็นเถ้าถ่าน
หยาดเหงื่อไหลซึมผ่านไรผมของทั้งคู่ ท่วงท่าที่เนิบนาบเปลี่ยนเป็นหนักหน่วงและเร่งเร้าตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด มู่เหยียนสัมผัสได้ถึงความพ่ายแพ้ของอี้หลงผ่านการบีบคั้นของอ้อมกอดที่รัดแน่นจนลมหายใจขาดห้วง ในวินาทีที่ความสุขสมแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย นางยิ้ม... ยิ้มให้แก่แผนการที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันพรุ่งนี้
เมื่อแสงจันทร์ลับหายไป และความเงียบสงัดเข้าครอบงำ ทั้งสองก็นอนหอบหายใจเคียงข้างกันบนฟูกที่ยับยู่ยี่ อี้หลงมองใบหน้าสตรีที่เขาทั้งรักทั้งชังอย่างเงียบเชียบ "เจ้าพร้อมแล้วหรือที่จะเหยียบย่างกลับเข้าสู่เมืองหลวง? กลับไปสู่สถานที่ที่พร้อมจะบดขยี้เจ้าให้แหลกลาญในทุกวินาทีที่เผลอไผล"
มู่เหยียนหันมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาคู่นั้นเด็ดเดี่ยวราวกับเหล็กกล้า "หม่อมฉันไม่ได้กลับไปเพื่อถูกบดขยี้เพคะ ฝ่าบาท... แต่หม่อมฉันกลับไปเพื่อทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของหม่อมฉัน และทุกอย่างที่พระองค์พรากมันไปจากมือของหม่อมฉัน"
"หากเจ้าพลาด เจ้าจะไม่มีวันได้กลับมาที่นี่อีก ชีวิตของเจ้าจะจบลงที่ลานประหารหรือในกรงขังที่มืดมิดที่สุด"
"เช่นนั้นก็จงทรงทำให้มั่นใจเถิดเพคะ ว่าพระองค์จะทรงปกป้องหม่อมฉันไว้ข้างกายตลอดไป... หรือไม่ พระองค์ก็นั่นแหละที่จะต้องเป็นผู้สำเร็จโทษหม่อมฉันด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง"
ท่ามกลางความเงียบที่กดดัน เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์นับสิบดังขึ้นที่หน้ากระโจมตามด้วยเสียงรายงานที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
"ฝ่าบาท... พบจดหมายลับที่ประทับตราจากตำหนักเย็นส่งมาถึงชายแดนพะยะค่ะ... เนื้อหาแจ้งว่า 'หงส์ปีกหักกำลังจะกลับมา แต่เงาที่ตามมาด้วยอาจไม่ใช่เงาของนางเพียงผู้เดียว'"
อี้หลงชะงัก สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวในทันที เขาลุกขึ้นจากเตียงโดยไม่แยแสความเปลือยเปล่าของตนเอง ดวงตาจ้องมองออกไปนอกกระโจมที่มืดมิดด้วยความสงสัย
"ใคร?" เขาถามเสียงต่ำ
คำตอบที่ได้รับกลับมาไม่ใช่ชื่อคน แต่เป็นกลิ่นหอมประหลาดที่โชยมากับสายลม... กลิ่นดอกบัวหิมะที่ควรจะสูญพันธุ์ไปพร้อมกับตระกูลที่มู่เหยียนเคยกวาดล้างจนสิ้นซากไปเมื่อสิบปีก่อน
มู่เหยียนหน้าซีดเผือดลงในทันที นางรู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่ตระกูลนั้นจะเหลือรอดมาได้ หากแต่มือที่สั่นเทาของนางกลับคว้ามีดสั้นใต้หมอนขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เพราะเงาร่างที่ปรากฏขึ้นหลังม่านกระโจมนั้น... คือเงาของคนที่นางเพิ่งจะลงมือสังหารด้วยมือของตนเองไปเมื่อหลายปีก่อน
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนและความลับในค่ำคืนนี้กับมิคายามวิกาลนะคะ
เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 47
การเดินทางเพื่อทวงคืน
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!