“เจ้าคิดว่าร่างกายที่ไร้ค่านี้ จะปรนเปรอความใคร่ของข้าได้นานสักกี่ชั่วยามกัน หลี่มู่เหยียน?”
สุรเสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายก้องกังวานอยู่ในห้องบรรทมที่อบอวลด้วยกลิ่นกำยานไม้กฤษณาเข้มข้น จักรพรรดิอี้หลงมิได้เพียงแค่ตรัสถาม พระองค์บีบปลายคางมนของนางแน่นด้วยพระหัตถ์ที่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็ก สายพระเนตรดุดันประหนึ่งจะฉีกกระชากวิญญาณของสตรีเบื้องล่างให้แตกสลาย
หลี่มู่เหยียนมิได้หลบสายพระเนตรนั้น นางเงยหน้าสบประสานนัยน์ตาคมกริบดุจมีดโกนของบุรุษผู้กุมชะตาแผ่นดิน ผิวพรรณของนางขาวผ่องดุจหยกเนื้อดีตัดกับอาภรณ์สีแดงชาดที่ร่วงหล่นกองอยู่กับพื้นห้อง ร่างกายเปลือยเปล่าที่สั่นไหวเพียงเล็กน้อยมิใช่ด้วยความหวาดกลัว แต่ด้วยแรงอารมณ์ที่นางจงใจกระตุ้นให้เดือดพล่าน
“หากฝ่าบาททรงมองหาสิ่งที่ไร้ค่า... หม่อมฉันก็เป็นเพียงเบี้ยหมากตัวหนึ่งที่ไร้ราคาค่ะ” มู่เหยียนเอ่ยตอบด้วยสุ้มเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยจริตจะก้านที่ยั่วยวนจนน่าประหลาด “แต่หากฝ่าบาททรงมองหา ‘ความเร่าร้อน’ ที่ไม่เคยมีสตรีใดในวังหลังกล้าหยิบยื่นให้... หม่อมฉันมั่นใจว่าค่ำคืนนี้ จะเป็นค่ำคืนที่ฝ่าบาทจะไม่มีวันลืมเลือน”
อี้หลงแค่นหัวเราะในลำคอ แรงบีบที่คางคลายออก เปลี่ยนเป็นนิ้วยาวกรีดกรายสัมผัสไปตามลำคอระหง ลากไล้ผ่านไหปลาร้าเนียนนุ่มจนมู่เหยียนเผลอครางกระเส่าเบาๆ ในลำคอ ท่าทีเช่นนี้เปรียบเสมือนการเติมเชื้อไฟลงในกองเพลิงที่โหมกระหน่ำอยู่แล้ว
“ความมั่นใจของเจ้าน่ารังเกียจพอกับความงดงามของเจ้าเลยนะ”
จักรพรรดิกระชากร่างบางเข้าหาพระองค์จนแผ่นอกกว้างปะทะกับยอดอกคัดตึงของนาง แรงปะทะนั้นทำให้นางรู้สึกลมหายใจขาดห้วง กลิ่นอายบุรุษเพศที่แฝงไปด้วยอำนาจและกลิ่นสุราหมักชั้นเลิศทำให้สติสัมปชัญญะของมู่เหยียนพร่าเลือน แต่ภายใต้ความลุ่มหลงนั้น นางยังคงซ่อนเข็มเล่มเล็กไว้ในใจ—ความแค้นที่ครอบครัวทอดทิ้งนางไว้กลางดงอสรพิษแห่งนี้ เพื่อให้มีวันนี้ วันที่นางจะกลายเป็น ‘หงส์’ ที่อยู่เหนือบัลลังก์มังกร
มือเรียวบางของมู่เหยียนค่อยๆ เคลื่อนไปปลดสายรัดพระภูษาของจักรพรรดิด้วยความบรรจง นางมิได้เร่งรีบ ทว่าทุกสัมผัสกลับทำให้ลมหายใจของอี้หลงติดขัด นิ้วนางลากผ่านแผงอกหนาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อก่อนจะหยุดลงที่หน้าท้องแกร่ง ความเงียบในห้องบรรทมถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งสอง
“ฝ่าบาทเพคะ...” มู่เหยียนกระซิบชิดใบหูหนา ลมหายใจอุ่นร้อนของนางทำให้จักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดถึงกับชะงัก “อย่าได้มองหม่อมฉันเป็นเพียงสตรีที่รอรับการตักตวง... แต่จงมองข้าเป็นคู่ปรับที่จะทำให้พระองค์ต้องร้องขอ... ความเมตตา”
คำท้าทายนั้นกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวอี้หลงให้ตื่นเต็มที่ พระองค์พลิกร่างนางลงบนเตียงกว้างที่ปูด้วยผ้าไหมสีม่วงเข้มราวกับจะประกาศศักดา ร่างใหญ่โถมทับลงมาบดบังแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลัก ความเร่าร้อนบนเตียงหงส์เริ่มบรรเลงขึ้นท่ามกลางเงามืดที่ปกคลุมไปทั่ววังหลัง มันมิใช่เพียงบทรัก แต่เป็นการรบที่ไร้ซึ่งอาวุธ มีเพียงร่างกายและเล่ห์สิเน่หาเป็นเครื่องมือ
มู่เหยียนหลับตาลงรับสัมผัสที่รุนแรงและป่าเถื่อนของจักรพรรดิ แม้ความเจ็บปวดจะแล่นพล่านไปทั่วร่าง ทว่าในใจนางกลับมีเพียงความเงียบสงบอันเยือกเย็น นี่คือหมากตาแรก... หมากตาที่นางจะทำให้บุรุษผู้นี้สูญเสียตัวตน และตกเป็นทาสแห่งความปรารถนาของนางตลอดกาล
จังหวะแห่งราคะดำเนินไปอย่างดุเดือดและเร่าร้อน แสงจันทร์ภายนอกดูเลือนรางไปถนัดตาเมื่อเทียบกับเปลวเพลิงที่ปะทุอยู่บนเตียงบรรทม มู่เหยียนกัดริมฝีปากแน่นพยายามสะกดกลั้นเสียงครางที่อาจทำลายมาดที่วางไว้ แต่แล้ว... มือของนางที่พยายามผลักไส กลับขยุ้มลงบนแผ่นหลังของจักรพรรดิแน่นขึ้น
ทว่าในจังหวะที่ทุกอย่างดูเหมือนกำลังจะดำดิ่งสู่จุดสูงสุด อี้หลงกลับหยุดชะงักกะทันหัน พระองค์เงยพระพักตร์ขึ้นมองใบหน้าที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อของมู่เหยียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่สายตาแห่งความใคร่เพียงอย่างเดียว แต่มันมีความสงสัยใคร่รู้อยู่ลึกๆ
“เจ้าเป็นใครกันแน่... มู่เหยียน?” อี้หลงถามเสียงต่ำ “ทำไมแววตาของเจ้าถึงได้เย็นชาถึงเพียงนี้ ในขณะที่ร่างกายของเจ้ากำลังสั่นสะท้านอยู่ใต้ร่างของข้า?”
ก่อนที่มู่เหยียนจะได้เอ่ยคำใดแก้ต่าง มือของนางก็สัมผัสได้ถึง ‘บางอย่าง’ ที่ซ่อนอยู่ในซอกเร้นระหว่างเสื้อผ้าของจักรพรรดิที่กองอยู่ข้างเตียง มันคือตราประทับลับที่นางเฝ้าตามหามานานนับปี... ตราประทับของตระกูลที่ทรยศครอบครัวของนาง และมันกำลังอยู่ในความครอบครองของชายที่นางกำลังปรนเปรออยู่ตอนนี้!
ความตกใจทำให้มู่เหยียนเบิกตากว้าง สัมผัสถึงความหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามาในจังหวะที่นางควรจะเป็นฝ่ายชนะ และก่อนที่นางจะทันได้ตัดสินใจว่าจะดึงตรานั้นออกมาหรือแสร้งทำเป็นไม่เห็น ประตูห้องบรรทมก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงขันทีคนสนิทที่ตะโกนเข้ามาราวกับมีเรื่องด่วนคอขาดบาดตาย
“ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! สนมเอกฝ่ายซ้ายสิ้นพระชนม์ในห้องบรรทม และพบจดหมายลับที่ระบุชื่อของ... สนมมู่เหยียน!”
มู่เหยียนตัวแข็งทื่อ อี้หลงที่อยู่เหนือร่างนางก้มลงมองนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากราคะเป็นความเหี้ยมเกรียมในพริบตา นิ้วพระหัตถ์ที่เคยสัมผัสนางอย่างอ่อนโยน บัดนี้กลับบีบต้นคอนางไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก
มิคายามวิกาลหวังว่าทุกท่านจะตื่นตะลึงไปกับจุดพลิกผันของมู่เหยียนในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 2
รัตติกาลใต้เงาหงส์
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!