"ฝ่าบาททรงมีธุระเร่งด่วนอันใดหรือเพคะ ถึงได้ปล่อยให้ความอบอุ่นบนเตียงมอดดับไปเช่นนี้"
สุ้มเสียงของหลี่มู่เหยียนราบเรียบราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม แต่นัยน์ตาดอกท้อคู่สวยกลับวาวโรจน์ด้วยประกายบางอย่างที่ไม่อาจหยั่งถึง นางยังคงเอนกายอยู่บนฟูกนุ่มหุ้มแพรต่วน ขยับเรือนร่างที่ยังหลงเหลือร่องรอยรักประทับไว้ทั่วผิวกายขาวจัดให้พิงกับหมอนปักลายหงส์ แผ่นหลังเนียนละเอียดของนางเผยให้เห็นรอยจุมพิตและรอยข่วนจางๆ จากฝีมือของบุรุษผู้ที่กำลังยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้า
อี้หลงไม่ได้หันกลับมามอง มือแกร่งที่เคยลูบไล้ผิวเนื้อนางอย่างหิวกระหาย กลับกำลังกุมด้ามกระบี่ข้างกายไว้แน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์เงาดังแว่วมาจากโถงด้านนอก ผสมปนเปไปกับกลิ่นอายคาวเลือดที่โชยมากับสายลม
"มีคนกล้าท้าทายบัญชาของข้าถึงในตำหนักกลาง" อี้หลงเค้นเสียงรอดไรฟัน "มู่เหยียน เจ้าจงซ่อนตัวอยู่หลังฉากกั้นเสีย อย่าได้ส่งเสียง"
มู่เหยียนไม่ได้ขยับกายไปตามคำสั่ง นางเพียงเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างเยือกเย็น นิ้วเรียวไล้ไปตามแนวผ้าห่มที่ปิดคลุมร่างเปลือยเปล่าของตนเองช้าๆ "หากลูกธนูเหล่านั้นไม่ได้มุ่งหมายมาที่หม่อมฉัน เหตุใดหม่อมฉันต้องกลัวเล่าเพคะ? ในเมื่อความตายที่ฝ่าบาทได้รับ... ก็คือสิ่งที่ข้าเฝ้าปรารถนามาตลอดทั้งชีวิต"
ฉับพลัน! บานประตูไม้แกะสลักถูกถีบกระเด็นเข้ามาพร้อมกับคมธนูอาบยาพิษที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง อี้หลงตวัดกายหลบด้วยความชำนาญ กระบี่ในมือวาดวงโค้งเป็นประกายสีเงินตัดผ่านอากาศ เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานไปทั่วตำหนัก
ในความโกลาหลนั้น มู่เหยียนยังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น นางเฝ้ามองจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจกำลังปัดป้องคมดาบจากมือสังหารนับสิบที่โผล่พรวดเข้ามาจากช่องลับใต้ฝ้าเพดาน นี่คือหมากที่นางวางไว้... ข่าวลับฉบับนั้นที่นางส่งให้ตระกูลศัตรู มิใช่เพียงเพื่อล่ออี้หลงมาติดกับ แต่เพื่อดูว่า 'มังกร' ตนนี้จะดิ้นรนอย่างไรเมื่อถูกล้อมด้วยคมเขี้ยวที่ซ่อนเร้น
"เจ้าวางแผนนี้มาตั้งแต่วันไหน!" อี้หลงตวาดลั่นขณะแทงกระบี่ทะลุอกมือสังหารคนหนึ่ง เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นหินอ่อน ผืนผ้าที่กั้นระหว่างเขากับมู่เหยียนขาดวิ่นด้วยคมดาบ
มู่เหยียนลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้จะเปลือยเปล่าไร้เครื่องอาภรณ์ แต่ท่าทีของนางกลับดูสง่างามดั่งราชินีผู้ครองโลกหล้า นางก้าวเดินไปหาจักรพรรดิที่กำลังหอบหายใจถี่ด้วยความโกรธแค้น สายตาของนางเต็มไปด้วยความเวทนาและสะใจ "แผนการหรือเพคะ? หม่อมฉันเพียงแค่ช่วยเร่งวันเวลาที่ฝ่าบาทควรจะได้รับผลกรรมให้เร็วขึ้นเท่านั้น... ฝ่าบาทมองข้าเป็นเบี้ยหมากมาตลอดมิใช่หรือ? วันนี้เบี้ยตัวนี้แหละ จะขอแทงทะลุหัวใจมังกรของฝ่าบาทเอง"
อี้หลงชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายสังหารรอบกายเขารุนแรงขึ้นจนมู่เหยียนสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม เขาไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่อความพ่ายแพ้ง่ายๆ ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากความเดือดดาลเป็นความกระหายเลือดที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม
"เจ้าคิดว่าข้ามาที่นี่เพียงลำพังหรือ?" อี้หลงแค่นหัวเราะ ก่อนจะคว้าตัวมู่เหยียนเข้ามาแนบชิด พลางใช้กระบี่ปลายแหลมจี้ที่ลำคอระหงของนาง แรงกดนั้นทำให้ผิวเนื้อนางขึ้นรอยแดงก่ำ "หากข้าต้องตาย เจ้าก็ต้องลงไปปรโลกกับข้าในฐานะเมียข้าที่นอนตายอยู่ข้างกัน!"
ขณะที่มือสังหารที่เหลือพุ่งเข้ามาหมายจะปลิดชีพทั้งสอง เสียงแตรสัญญาณจากทหารองครักษ์หลวงดังกึกก้องไปทั่วทั้งวังหลวง แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ประตูตำหนักที่พังทลายลงนั้นไม่ได้มีเพียงทหารของอี้หลงที่กรูกันเข้ามา แต่ยังมีเงาร่างหนึ่งที่ก้าวเข้ามาอย่างสุขุม มือหนึ่งถือพัดจีบ อีกมือถือฎีกาที่ปิดผนึกด้วยตราประทับสีทองของฮ่องเต้องค์ก่อนที่ควรจะสวรรคตไปนานแล้ว!
หญิงสาวผู้มาใหม่ก้าวข้ามผ่านศพของมือสังหารด้วยท่าทีเยือกเย็น นางเงยหน้าขึ้นสบตากับมู่เหยียน ก่อนจะหันไปหาอี้หลงที่ใบหน้าเริ่มซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
"ฝ่าบาทเพคะ... ความลับที่ท่านซ่อนไว้ในสุสานหลวง บัดนี้ถูกเปิดเผยออกมาให้คนทั้งแผ่นดินได้รับรู้แล้ว"
รี้ดเดอร์ที่รักของมิคายามวิกาล... ความสัมพันธ์ที่พันธนาการด้วยความแค้นและราคะนี้ จะจบลงอย่างไรในเมื่อตัวหมากตัวสุดท้ายได้ก้าวออกมาแล้ว? โปรดติดตามในตอนถัดไปนะคะ!
เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 21
แผนลอบสังหาร
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!