เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 10

พายุในห้องบรรทม

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
“ฝ่าบาท... เพลานี้มิใช่เวลามาเล่นสนุกกับรอยแผลของหม่อมฉัน!” เสียงของหลี่มู่เหยียนสั่นพร่าขณะพยายามยันกายหนีจากสัมผัสร้อนผ่าวที่ลากไล้อยู่บริเวณหัวไหล่ กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาผสมกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในห้องบรรทมทำให้บรรยากาศดูอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวลอดผ่านหน้าต่างแกะสลัก จักรพรรดิอี้หลงมิได้ฟังคำทัดทาน พระองค์กดร่างนางลงกับที่นอนหนานุ่มด้วยน้ำหนักที่กึ่งบังคับกึ่งทะนุถนอม “เล่นสนุกหรือ? ข้าเพียงแต่กำลังสงสัยว่าภายใต้ผิวพรรณที่เย็นเยียบราวกับไร้ความรู้สึกนี้... เจ้าจะสามารถเก็บซ่อนชีพจรที่เต้นแรงด้วยความหวาดกลัวเอาไว้ได้นานเพียงใด” อี้หลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นจัดรดรินทำให้นางขนลุกซู่ หลี่มู่เหยียนเม้มปากแน่น ความเจ็บปวดจากคมมีดที่เฉี่ยวผ่านไหล่เมื่อครู่ยังคงแผ่ซ่าน แต่สิ่งที่สั่นคลอนหัวใจนางยิ่งกว่าคือดวงตาคู่คมของบุรุษเบื้องบนที่จ้องมองมาอย่างอ่านทะลุปรุโปร่ง ราวกับเขากำลังมองผ่านร่างเนื้อเข้าไปถึงรอยร้าวในวิญญาณที่นางอุตส่าห์ปิดบังไว้ “หม่อมฉันไม่ได้หวาดกลัว... หม่อมฉันเพียงแค่เบื่อหน่ายกับวิธีการของพระองค์” นางสวนกลับ ดวงตาคู่สวยจ้องตอบอย่างไม่ลดละ แม้ความสั่นไหวในแววตาจะทรยศต่อคำพูดนั้นก็ตาม จักรพรรดิอี้หลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยอำนาจมืด พระองค์เคลื่อนมือลงไปปลดปมเชือกชุดตัวนอกของนางออกอย่างเชื่องช้า “เบื่อหน่ายงั้นรึ? ดี... งั้นมาดูซิว่า คืนนี้เจ้าจะยังเบื่อหน่ายได้อีกนานแค่ไหน ในเมื่อลอบสังหารในวังหลวงยังทำอะไรเจ้าไม่ได้ ก็ให้ความปรารถนาของข้านี่แหละเป็นสิ่งที่ปิดผนึกชีวิตเจ้าไว้” มือนั้นสัมผัสผิวกายส่วนที่ไร้การปกป้อง ความเย็นของอากาศปะทะกับความร้อนของอุ้งมือ ทำให้นางสะดุ้งเฮือก หลี่มู่เหยียนรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ไม่ได้มาจากแค่สถานะจักรพรรดิ แต่มาจากความดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของผู้ปกครอง ความหวาดระแวงว่าผู้ร้ายที่ลอบปองร้ายเมื่อครู่จะยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ผสมโรงกับอารมณ์วาบหวามที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำให้นางตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ฝ่าบาท... เหตุใดต้องเป็นหม่อมฉัน” นางถามเบาหวิว แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงกลายเป็นความร้าวราน “ในวังนี้มีสตรีมากมายที่ปรารถนาจะถวายตัว พระองค์เลือกคนทรยศอย่างหม่อมฉันไปเพื่อสิ่งใดกัน” อี้หลงหยุดชะงัก นิ้วหยาบกร้านเกลี่ยไล้ริมฝีปากนุ่มเบาๆ “เพราะสตรีเหล่านั้นต้องการบัลลังก์... แต่เจ้า ต้องการเพียงความตาย แต่ข้าจะไม่ให้เจ้าตายง่ายๆ มู่เหยียน ข้าจะให้เจ้าได้รู้จักรสชาติของการมีชีวิตอยู่... ผ่านทุกหยาดหยดของความสิเน่หาที่ข้าจะมอบให้ในทุกค่ำคืน” คำพูดนั้นราวกับคำสาปแช่งแต่ก็เปรียบดั่งสายน้ำผึ้งอาบยาพิษ เขาโน้มตัวลงมาประทับจูบที่ซอกคอเบาๆ กลิ่นกายของนางช่างหอมหวานจนเขารู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าสู่ห้วงเหวที่ลึกสุดหยั่ง นางรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือผลักอกแกร่งออก แต่กลับถูกเขาคว้าข้อมือทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะ ความใกล้ชิดที่ไร้ระยะห่างทำให้หัวใจของนางเต้นรัวดั่งกลองศึก ความโกรธแค้นที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวแปลกประหลาด นางรู้สึกได้ถึงความร้อนแรงที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มันรุนแรงพอที่จะเผาผลาญเหตุผลทั้งหมดในหัวของนางให้มอดไหม้ไป “มองข้า...” เขาบัญชา น้ำเสียงเข้มงวดแต่แฝงด้วยความโหยหาที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน หลี่มู่เหยียนปรือตามอง สติของนางเริ่มพร่าเลือน ความเจ็บปวดจากบาดแผลจางหายไป เหลือเพียงกระแสไฟฟ้าที่วิ่งพล่านตามสัมผัสของเขา อี้หลงไม่รอช้า เขาเริ่มรุกเร้าด้วยจุมพิตที่เร่าร้อนและหิวกระหาย ราวกับต้องการสูบวิญญาณของนางเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเขา นางพยายามต่อต้าน แต่กลับเผลอไผลใช้นิ้วจิกลงบนแผ่นหลังแกร่งอย่างลืมตัว ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่แปรเปลี่ยนเป็นความลุ่มหลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์ผู้หนึ่งก็ดังขึ้นหน้าห้องบรรทม พร้อมกับเสียงรายงานที่ทำลายบรรยากาศอันซาบซ่านลงอย่างกะทันหัน “ฝ่าบาท... พบร่องรอยของผู้บุกรุกแล้วพ่ะย่ะค่ะ... พวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว แต่มันซ่อนตัวอยู่ในห้องลับใต้ที่ประทับของพระสนมมู่เหยียน!” ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วร่างของทั้งสองคน อี้หลงผละออกจากนางทันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยวเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบจนน่าขนลุก เขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วหยิบดาบข้างกายขึ้นมาด้วยความทะมัดทะแมง ผิดกับเมื่อครู่ราวกับคนละคน หลี่มู่เหยียนลุกขึ้นนั่ง ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตกใจ มิใช่เพราะคำรายงาน แต่เพราะนางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า... ผู้ที่รู้ทางเข้าออกห้องลับนั้นมีเพียงไม่กี่คน และหนึ่งในนั้นคือคนที่นางเพิ่งจะวางใจให้เป็นผู้ช่วยในช่วงที่ผ่านมา! ในจังหวะที่จักรพรรดิอี้หลงกำลังจะก้าวออกไปจากห้องบานประตูใหญ่กลับถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับใบหน้าของหญิงสาวคนสนิทที่นางไว้ใจที่สุด นางถือมีดสั้นเล่มหนึ่งไว้ในมือ ดวงตาที่เคยอ่อนโยนกลับเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น “ฝ่าบาท... อย่าได้ขยับเชียวเพคะ มิเช่นนั้นข้าจะตัดคอของ ‘องค์หญิงมู่เหยียน’ ผู้นี้ให้ดู!” หวังว่าทุกท่านจะยังคงดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งความลุ่มหลงที่กำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นความระทึกขวัญในบทนี้นะคะ มิคายามวิกาล
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%