“หากเจ้าคิดจะก้าวเท้าออกจากตำหนักนี้ด้วยลมหายใจ... จงอย่าหันหลังกลับมามองเงาของตนเอง”
เสียงกระซิบนั้นไม่เพียงแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็ง หากยังแฝงไปด้วยไอสังหารที่ทำให้อากาศรอบกายหลี่มู่เหยียนหนาวเหน็บจนถึงกระดูกสันหลัง นางยืนนิ่งราวกับรูปสลัก กลางห้องบรรทมที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานราคาแพงที่พยายามกลบกลิ่นคาวเลือดที่แฝงมากับลมหนาวภายนอก
มู่เหยียนค่อยๆ หมุนกายกลับอย่างเชื่องช้า ดวงตาหงส์คู่สวยที่มักซ่อนความนัยไว้ลึกซึ้งฉายแววตื่นตระหนกเพียงชั่ววูบ ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังผิวน้ำที่สงบนิ่ง นางพบกับใบหน้าของ ‘เสี่ยวชิง’—นางกำนัลผู้ซื่อสัตย์ที่ติดตามนางมาจากแดนใต้ ผู้ที่นางไว้ใจมากกว่าชีวิตตนเอง แต่ในวินาทีนี้ แววตาของเสี่ยวชิงกลับว่างเปล่า ราวกับไร้ซึ่งวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ที่เคยมีต่อกัน
“เสี่ยวชิง... เจ้าพูดอะไรออกมารู้ตัวหรือไม่?” มู่เหยียนเอ่ยถาม น้ำเสียงเรียบเรื่อยดุจคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่าปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกว้างกลับจิกเข้ากับเนื้อจนห่อเลือด
เสี่ยวชิงไม่ได้ตอบทันที นางขยับตัวเข้าใกล้จนมู่เหยียนได้กลิ่นอายอันคุ้นเคยของเครื่องหอมที่ใช้ในพระตำหนักของจักรพรรดิอี้หลง กลิ่นที่บ่งบอกว่าคนตรงหน้าได้ก้าวผ่านเส้นแบ่งระหว่าง ‘ผู้รับใช้’ กับ ‘สุนัขรับใช้’ ไปเรียบร้อยแล้ว
“สนมฉางไจ้... พระสนมยังทรงลืมไปอีกหรือเพคะ ว่าอดีตที่ฝังอยู่ใต้หิมะ ไม่ได้ถูกแช่แข็งเพื่อรอวันละลาย แต่มันถูกฝังไว้เพื่อให้คนบางคน... มาขุดขึ้นประจานในวันที่ท่านกำลังรุ่งโรจน์ที่สุด” เสี่ยวชิงแค่นยิ้ม รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าขนลุก นางเอื้อมมือมาจับปลายคางของมู่เหยียน บีบเบาๆ แต่หนักแน่นด้วยอำนาจที่ได้รับมอบหมายมา “ฝ่าบาททรงรออยู่ที่ตำหนักอักษร ทรงรับสั่งว่า หากพระสนมไม่เสด็จไป... สิ่งที่พระสนมพยายามปกปิดมาตลอดสิบปี จะกลายเป็นข่าวลือที่ดังที่สุดในวังหลวงก่อนรุ่งสาง”
มู่เหยียนปัดมือนางออกอย่างแรง ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เคยจงรักภักดี “เจ้าขายวิญญาณให้กับเขาไปเท่าไหร่? เงินทอง? อำนาจ? หรือแค่ความสะใจที่เห็นข้าตกต่ำ?”
“ข้าเพียงแค่เลือกข้างที่อยู่รอดเพคะ” เสี่ยวชิงถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว ก้มศีรษะลงต่ำ “คนอย่างพระสนม มักหลงลืมไปว่าในวังหลังแห่งนี้ ไม่มีมิตรแท้ มีเพียงผู้ที่ถือหมากรุก กับผู้ที่เป็นหมากบนกระดาน... และดูเหมือนว่า ท่านจะเป็นหมากตัวที่น่ารังเกียจที่สุดในสายพระเนตรของฝ่าบาท”
มู่เหยียนกำหมัดแน่นจนสั่น หัวใจนางเต้นเร่าด้วยความโกรธแค้นและหวาดหวั่น นางเดินผ่านร่างของเสี่ยวชิงออกไปสู่โถงทางเดินที่มืดมิด มีเพียงแสงจากโคมกระดาษที่สั่นไหวตามแรงลม หิมะแรกของปีเริ่มโปรยปรายลงมาเป็นเกล็ดบางเบา แต่มันกลับตอกย้ำถึงความจริงที่นางไม่อาจหลบหนีได้
เมื่อนางก้าวเข้าสู่ตำหนักอักษร บรรยากาศภายในนั้นเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจตนเอง จักรพรรดิอี้หลงประทับอยู่บนบัลลังก์ไม้จันทน์หอม แสงเทียนสีส้มวูบไหวสะท้อนบนใบหน้าที่หล่อเหลาดุจเทพบุตร ทว่าแววตากลับเย็นชาดุจราชันผู้ไร้หัวใจ ทรงทอดพระเนตรมองมู่เหยียนด้วยสายตาที่ทำให้รู้สึกราวกับถูกเปลื้องผ้าจนล่อนจ้อน
“มาสายนะ ฉางไจ้” อี้หลงเอ่ย เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องไปทั่วตำหนัก ทรงลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงสง่าในฉลองพระองค์สีดำปักดิ้นทองก้าวเดินลงมาหาเสือสาวที่กำลังจนมุม “รู้หรือไม่ว่า ข้าเกลียดที่สุดคืออะไร? คือสตรีที่พยายามเล่นละครตบตาข้า ทั้งที่นางเองก็มีกลิ่นของความลวงคละคลุ้งติดตัวมาตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าวัง”
“หม่อมฉันไม่ทราบว่าฝ่าบาทกำลังตรัสเรื่องอันใด” มู่เหยียนพยายามรวบรวมสติ แม้ร่างกายจะอ่อนเปลี้ยด้วยความหวาดกลัว
อี้หลงเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบพระเนตร “ไม่ทราบงั้นหรือ? งั้นข้าจะทบทวนความจำให้... เรื่องราวของบุตรสาวกบฏที่รอดชีวิตมาได้โดยการสังหารพี่สาวตนเองเพื่อสวมรอยเข้ามาเป็นสนมในวังหลวง... เรื่องนี้ เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้มันเป็นความลับไปได้นานแค่ไหนกัน?”
มู่เหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเหมือนหยุดเต้น คำพูดของพระองค์เหมือนคมดาบที่เชือดเฉือนเข้าไปในจิตวิญญาณ นางรู้ดีว่านางพลาด... พลาดที่เผลอไว้ใจเสี่ยวชิง พลาดที่คิดว่าตนเองจะตบตาบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในแผ่นดินนี้ได้ แต่ความรู้สึกสั่นสะท้านไม่ได้มีเพียงความกลัว มันมีความเร่าร้อนที่แฝงอยู่ใต้ความโกรธแค้น ความรู้สึกที่บอกนางว่า ต่อให้พระองค์จะรู้ความจริง แต่พระองค์ก็ยังต้องการนาง... ในฐานะของเล่นที่แสนอันตราย
อี้หลงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน “คืนนี้ข้าจะมอบทางเลือกให้เจ้า... เจ้าจะยอมเป็นสุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีต่อข้าแต่เพียงผู้เดียวบนเตียงนี้ หรือจะให้ข้าประกาศชื่อจริงของเจ้า แล้วส่งตัวเจ้าไปให้กรมอาญาเฉือนเนื้อทีละชิ้นจนกว่าจะตาย?”
มู่เหยียนเงยหน้าขึ้น สบพระเนตรดุดันนั้นด้วยสายตาที่ท้าทายไม่แพ้กัน ในเมื่อความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม นางจึงไม่มีอะไรต้องเสียอีกต่อไป “ถ้าฝ่าบาทต้องการเพียงร่างกายของหม่อมฉัน ก็จงเอาไปเถอะเพคะ... แต่จำไว้ว่า ร่างกายนี้อาจเป็นของท่าน แต่หัวใจของหม่อมฉัน... คือยาพิษที่จะสังหารท่านในสักวันหนึ่ง”
อี้หลงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูหิวกระหายและพึงพอใจยิ่ง พระองค์กระชากร่างบางเข้าหาตัวจนมู่เหยียนเซถลาเข้าสู่อ้อมกอดที่แกร่งดั่งภูผา มือหนาบีบเค้นเอวคอดกิ่วอย่างจาบจ้วง ราวกับจะแสดงความเป็นเจ้าของเหนือทุกตารางนิ้วบนร่างนาง
“น่าสนุก... ข้าชอบสตรีที่ปากดีเช่นนี้” อี้หลงกระซิบชิดใบหู พลางไล้มือผ่านอาภรณ์ชั้นนอกของนาง “ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะเป็นศัตรูบนเตียงของข้า งั้นคืนนี้ข้าจะสอนให้เจ้าได้รู้ซึ้งว่า... การทรยศต่อข้า มันมีราคาที่เจ้าต้องจ่ายแพงเพียงใด”
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์นับสิบคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงของขันทีคนสนิทที่ตะโกนเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ฮองเฮาเสด็จมาที่ตำหนักอักษรพร้อมด้วยหลักฐานสำคัญ... เรื่องที่พระสนมฉางไจ้ปลอมแปลงฐานะ!”
อี้หลงชะงัก มู่เหยียนเบิกตากว้าง ความเงียบงันที่แสนอึดอัดปกคลุมไปทั่วตำหนัก ทว่าในจังหวะที่มู่เหยียนคิดว่าตนเองสิ้นหวังแล้วนั้น อี้หลงกลับหันมามองนางด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... แววตาที่ไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความตื่นเต้นที่น่าขนลุก
“ดูเหมือนหมากตัวนี้จะยังไม่ถึงคราวตายเสียทีเดียว...” อี้หลงยกยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะดึงมีดสั้นเล่มเล็กจากข้างพระวรกายออกมา แล้วยัดใส่มือของมู่เหยียน “ในเมื่อฮองเฮาอยากจะเล่นเกม... เจ้าก็จงเป็นคนตัดสินใจว่าจะให้เกมนี้จบลงที่เลือดของใคร... เพราะหากเจ้าไม่ฆ่านาง เจ้าก็จะต้องตายแทนที่นางในคืนนี้!”
ประตูด้านนอกถูกกระแทกจนเปิดออก ร่างของฮองเฮาผู้สูงศักดิ์ปรากฏขึ้นพร้อมกับเหล่าข้าราชบริพารที่ถือคบเพลิงสว่างไสว มู่เหยียนมองมีดในมือสลับกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันของฮองเฮา ก่อนจะหันไปสบตากับจักรพรรดิอี้หลงที่ยืนรอคอยความพินาศของนางอย่างใจจดใจจ่อ
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคาดไม่ถึง มู่เหยียนกลับหันปลายมีดไปทางอี้หลง แล้วกระซิบเบาๆ ว่า...
"ฝ่าบาท... หมากตัวนี้ ไม่เคยยอมให้ใครมาตัดสินชะตาชีวิตแทนหรอกนะคะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปในวังวนแห่งสิเน่หาและการทรยศนี้กับมิคายามวิกาลนะคะ
เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 17
ปฐมบทแห่งการทรยศ
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์สิเน่หาพันธนาการหงส์: สุราเมามายใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!