ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้ไขรหัสลับแห่งดวงดาว•ตอนที่ 2

วาจาเชือดเฉือนกลางท้องพระโรง

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"โอ๊ะ ดูเหมือนข้าจะมาขัดจังหวะการสนทนาอันแสนเร่าร้อนของพวกท่านเสียแล้วกระมัง?" น้ำเสียงใสกระจ่างแต่แฝงไว้ด้วยความยียวนกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันระดับเป่าสากในท้องพระโรง เซี่ยอวี้หลินก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้ามาด้วยท่าทีสบายราวกับกำลังเดินชมสวนหลังบ้าน ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมนักดาราศาสตร์หลวงปักด้ายดิ้นเงินลายกลุ่มดาวเปร่งประกายสะท้อนกับแสงคบเพลิง นางไม่ได้ก้มหัว ไม่ได้ย่อกายคารวะตามธรรมเนียมปฏิบัติ จนเหล่าขุนนางเฒ่าต่างพากันสูดปากด้วยความตก สายตาคมกริบดั่งใบมีดของแม่ทัพหลี่จวินเหยาตวัดกลับมามองผู้มาใหม่ทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างหนาจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงหลายองศา แต่เซี่ยอวี้หลินกลับยกยิ้มมุมปาก ส่งสายตาท้าทายกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว "บังAอาจนัก!" ขุนนางฝ่ายบู๊ผู้หนึ่งตบโต๊ะฉาดใหญ่ "สตรีสามหาวผู้นี้เป็นใครกัน ไยจึงบังอาจสามหาวต่อหน้าท่านแม่ทัพและฝ่าบาท!" "ข้าคือผู้ที่จะมาดับไฟบรรลัยกัลป์ที่กำลังแผดเผาความน่าเชื่อถือของราชสำนักต่างหากเล่าใต้เท้า" อวี้หลินตอบกลับทันควันโดยไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต นางปรายตามองขุนนางผู้นั้นด้วยหางตา ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้แท่นประทับมากขึ้น "อีกอย่าง... การที่ท่านแม่ทัพหลี่กำลังยืนกรานหัวชนฝาว่าดวงดาวบนฟ้าเป็นเรื่องไร้สาระ นั่นต่างหากที่กำลังขัดจังหวะเวลาอันมีค่าในการนอนหลับของข้า" หลี่จวินเหยาแค่นเสียง "หึ" ในลำคอ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ชัดเจน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในสามก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายสนามรบและคราบเลือดโชยเข้าแตะนาสิก แต่อวี้หลินไม่มีทีท่าถอยร่นแม้แต่น้อย นางเชิดคางขึ้นสบตากับเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ในตอนนี้ใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน "ปากกล้านักนะแม่นางเซี่ย" หลี่จวินเหยากัดฟันกรอด น้ำเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างเหลืออด "คำทำนายงี่เง่าของเจ้า เกือบทำให้ทหารนับหมื่นต้องไขว้เขวในคืนก่อนออกศึก เจ้ามีความผิดฐานบ่อนทำลายขวัญกำลังใจทหาร สมควรถูกโบยสามสิบทีแล้วเนรเทศออกจากเมืองหลวง!" "โอ้? ท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจในยุทธภพ แต่กลับหวาดกลัวเงาของตัวเองบนท้องฟ้าเนี่ยนะ?" อวี้หลินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะของนางช่างระคายหูเขาเสียเหลือเกิน "ท่านเกลียดชังคำทำนาย เพราะมันตอกย้ำความจริงที่ว่า... ท่านช่วยชีวิตบิดาของท่านไว้ไม่ได้ใช่ไหมล่ะคะ?" กึก! ทั่วทั้งท้องพระโรงตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ชั่วขณะนั้นราวกับเข็มสักเล่มตกพื้นก็ยังได้ยิน หลี่จวินเหยาชะงักกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดดุดันจนน่ากลัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของนางอย่างแรงจนเนื้อผ้าเกือบปริ แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้กระดูกแหลกได้ แต่นางกลับไม่ร้องโอดครวญสักแอะ มีเพียงคิ้วเรียวที่ขมวดเข้าหากันด้วยความเจ็บปวดแต่ยังคงไว้ซึ่งความหยิ่งทะนง "เจ้า... พูดว่าอะไรนะ" เสียงของหลี่จวินเหยาแหบพร่าและเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ข้าบอกว่า... ต่อให้ท่านจะเกลียดชังโชคชะตาแค่ไหน แต่ดาวประจําเมืองที่กำลังโคจรวิปริตในคืนนี้ มันกำลังบอกว่ากองทัพของท่านกำลังเดินเข้าสู่ "ค่ายกลมรณะ" ที่เขาลู่หลิง" อวี้หลินไม่เพียงแต่ไม่กลัวเกรง นางยังโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของแม่ทัพหนุ่มด้วยน้ำเสียงเย้ายวนแต่น่าขนลุก "หากท่านยังดึงดันจะยกทัพออกไปในยามวิกาลนี้โดยไม่ฟังคำเตือนของข้า... ศพของท่านจะไม่แม้แต่จะมีโลงไม้ห่อกลับมาหรอกค่ะท่านแม่ทัพ" เคมีอันร้อนแรงแต่เต็มไปด้วยแรงปะทะพุ่งพล่านระหว่างคนทั้งสองทำให้ขุนนางรอบข้างถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง ความใกล้ชิดที่แนบ ชิดจนเกินงามทำให้หลี่จวินเหยาสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ ประหลาดจากตัวนาง กลิ่นหอมคล้ายดอกไม้ยามค่ำคืนที่ชวนให้รู้สึกปั่นป่วนในท้องอย่างบอกไม่ถูก "สามหาวที่สุด!" หลี่จวินเหยาขบกรามแน่น สันจมูกโด่งคมเกือบจะชนกับปลายจมูกรั้นของนางอยู่แล้ว "เจ้าคิดว่าใช้มารยาหญิงมาขู่ขวัญข้า แล้วข้าจะยอมเชื่อมนต์ดำเดรัจฉานของเจ้าอย่างนั้นรึ?" "มารยาหรือคะ?" อวี้หลินเลิกคิ้วเรียวสูง รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอิ่มสวย "ถ้าท่านคิดว่านี่คือมารยา... งั้นลองก้มลงมองที่มือของท่านสิคะ ว่าตอนนี้มันกำลังสั่นเพราะความกลัว หรือเพราะอะไรกันแน่?" ดวงตาดุของแม่ทัพหนุ่มก้มลงมองมือตัวเองที่ยังคงบีบต้นแขนของนางแน่น... จริงอย่างที่นางว่า มันสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธเกรี้ยวระคนความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อธิบายไม่ถูก ความดื้อรั้นและวาจาเชือดเฉือนของสตรีผู้นี้กำลังท้าทายขีดจำกัดความอดทนของเขาจนถึงขีดสุด "เจ้าอยากลองดีกับข้ามากนักใช่ไหม..." หลี่จวินเหยาโน้มใบหน้ากระซิบชิดริมฝีปากของนาง เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยอันตราย "งั้นคืนนี้... มาดูกันว่าปากเก่งๆ ของเจ้า จะยังแข็งกระด้างอยู่ไหม เมื่ออยู่ใต้ร่างของข้าในค่ายพักแรม!" คำพูดจาจาบจ้วงและสายตากรุ้มกริ่มที่แฝงความคุกคามอย่างแจ้งชัดทำให้อวี้หลินชะงักไปชั่วขณะ เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ นัยน์ตากลมโตวาวโรจน์ขึ้นด้วยความถือดี นางเตรียมจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบสักประโยคให้สมกับความปากเสียของเขา แต่ทว่า... "โครม!" เสียงประตูบานใหญ่ด้านหลังท้องพระโรงถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยพลังภายในอันมหาศาล ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีทองปักลายพยัคฆ์ของ "องค์ชายมู่จื่อ" ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ในมือของเขาลากร่างโชกเลือดขององครักษ์ประจำตัวแม่ทัพเข้ามาโยนกองแทบเท้าของหลี่จวินเหยา "ฮ่าๆๆๆ สนุกกันใหญ่เลยนี่..." องค์ชายมู่จื่อกวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาสสมเพชแกEมขบขัน "ไม่ต้องถกเถียงกันให้เสียเวลาหรอกท่านแม่ทัพ เพราะตอนนี้... กองทัพหน้าของท่านที่เขาลู่หลิง ได้ถูกเผาราบเป็นจุลไปเรียบร้อยแล้ว!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความปากแซ่บของคู่นี้ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้ไขรหัสลับแห่งดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%