"เจ้าว่าอย่างไรนะ!"
เสียงตวาดของหลี่จวินเหยาแทบจะทำให้คานตำหนักสั่นสะเทือน ความเยือกเย็นสงบนิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา เมื่อประโยคประกาศิตจากราชสำนักถูกประกาศก้องผ่านราชโองการสีทองอร่ามในมือขันทีเฒ่า กองทัพหน้า ณ เขาลู่หลิงถูกเผาราบเป็นจุล—นั่นคือข่าวกรองที่เพิ่งกระชากวิญญาณคนฟัง แต่สิ่งที่ไร้เหตุผลยิ่งกว่า คือบทลงท้ายในแผ่นแพรสีเหลืองสดนั้น
*‘...จึงมีพระบรมราชโองการให้แม่ทัพหลี่จวินเหยา นำพาใต้เท้าเซี่ยอวี้หลินแห่งหอสังเกตการณ์ดวงดาว ร่วมเดินทางลงใต้สู่เขาลู่หลิง เพื่อสืบสวนหาต้นตอและคลี่คลายวิกฤตการณ์ครั้งนี้โดยเร่งด่วน’*
ให้ตายเถอะ... นี่มันคือการเอาเสือกับแมวป่ามาขังกรงเดียวกันชัดๆ!
เซี่ยอวี้หลินที่ยืนอยู่เคียงกันไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงปรายตามองม้วนราชโองการด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ราวกับคาดการณ์สถานการณ์บ้าคลั่งนี้ไว้อยู่แล้ว
"ดูท่าทางท่านแม่ทัพจะดีใจจนพูดไม่ออกเลยกระมังคะ" สุภาพสตรีสาวเอ่ยกลั้วหัวเราะ น้ำเสียงของนางเจือความเย้าแหย่ที่จงใจสะกิดต่อมโมโหของบุรุษร่างสูงให้อยู่หมัด "หรือเกรงว่า... การต้องเดินทางร่วมกับสตรีที่ท่านตราหน้าว่า 'งมงาย' จะทำให้ท่านรู้สึกอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีกันแน่?"
"หุบปากของเจ้าซะ เซี่ยอวี้หลิน!" หลี่จวินเหยาหันขวับมามองนาง ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์วาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ สันจมูกโด่งเป็นสันนูนรับกับกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนัด "สถานการณ์ที่เขาลู่หลิงกำลังนองเลือด บ้านเมืองกำลังวิกฤต แต่องค์ฮ่องเต้กลับส่งนักษัตรดวงดาวอย่างเจ้ามาเป็นภาระถ่วงแข้งถ่วงขาข้าเนี่ยนะ? สมองของคนในหอสังเกตการณ์คงถูกฝุ่นละอองจากฟากฟ้ากัดกินจนเพี้ยนไปหมดแล้วกระมัง!"
"ภาระงั้นหรือ?" อวี้หลินก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ความสูงของนางจะไล่เลี่ยเพียงแค่ปลายคางของเขา แต่วิญญาณนักสู้ในแววตานั้นกลับแผ่รังสีความดุดันออกมาไม่แพ้กัน นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ "จำใส่สมองอันคับแคบของท่านไว้ให้ดีนะคะท่านแม่ทัพ ว่าสิ่งที่ท่านเรียกว่า 'ความงมงาย' ของข้า เมื่อครู่เพิ่งจะเตือนสติท่านเรื่องกองทัพหน้าลู่หลิง ก่อนที่ม้าเร็วจะนำข่าวร้ายมาถึงเสียอีก ถ้าไม่มีคำทำนายของข้า ป่านนี้ท่านคงนั่งกินโต๊ะเสวยอย่างสุขสำราญในจวน โดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าหัวของท่านกำลังจะหลุดจากบ่า!"
"เจ้า!" หลี่จวินเหยาโกรธจนลมออกหู มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวของนางไว้แน่นโดยอัตโนมัติ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นทำร้าย แต่หนักหน่วงพอที่จะทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟ
ทว่า เซี่ยอวี้หลินหาได้สะดุ้งสะเทือน นางไม่แม้แต่จะขยับหนี ใบหน้างามเชิดขึ้นท้าทาย ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ กลิ่นอายบุรุษเข้มข้นผสมกลิ่นอายสงครามจากตัวเขาปะทะเข้ากับกลิ่นจางๆ ของสมุนไพรและตำราจากตัวนาง เคมีอันตรายพุ่งปะทะกันกลางอากาศจนคนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ปล่อยค่ะ" อวี้หลินเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าแฝงความเฉียบคม "ถ้าท่านคิดจะใช้กำลังกับข้าตอนนี้ เกรงว่าราชโองการฉบับนั้นคงต้องเปลี่ยนเป็นข้อหาขัดราชโองการแทน... ท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจ กล้าพอที่จะถูกปลดออกจากตำแหน่งเพื่อแลกกับการได้สั่งสอนสตรีตัวเล็กๆ อย่างข้าสักตั้งไหมล่ะคะ?"
ดวงตาคมกริบของหลี่จวินเหยากวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับโต้เถียงเขาฉอดๆ ความรู้สึกบางอย่างตีรวนอยู่ในอก—มันไม่ใช่แค่ความโกรธเกลียด แต่เป็นความรู้สึกหงุดหงิดระคนเร้าใจที่เขาไม่เคยประสบ From women anywhere else. สตรีผู้นี้ช่าง... น่ารำคาญจนเขาอยากจะจับโยนลงจากกำแพงเมืองนัก แต่ในขณะเดียวกัน แรงดึงดูดประหลาดบางอย่างก็กำลังดึงให้เขายิ่งอยากเข้าใกล้เพื่อบดขยี้ความอวดดีนั้นให้แหลกคามือ
"หึ..." แม่ทัพหนุ่มเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาเปลี่ยนเป็นประกายดุดันท1ยท้า "อยากไปนักไม่ใช่หรือไง เขาลู่หลิงน่ะ? ได้... ข้าจะจัดให้ตามคำขอ ข้าจะพาเจ้าไปเห็นกับตาตัวเองว่า โลกแห่งความเป็นจริงที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและซากศพ มันไม่ใช่เรื่องสนุกสนานเหมือนการนั่งคำนวณดวงดาวในหอคอยกระจกของเจ้า!"
"ด้วยความยินดีอย่างยิ่งค่ะ" อวี้หลินยิ้มหวานหยาดเยิ้ม รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษความแสบสันต์ไว้เต็มเปี่ยม "หวังว่าท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจ จะไม่วิ่งร้องไห้กลับมาก่อนที่เราจะไปถึงชายแดนก็แล้วกันนะคะ"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองร้อนระอุราวกับมีเปลวเพลิงล้อมรอบ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลัง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขององค์ชายมู่จื่อที่ปรากฏขึ้น
"ดูท่าทางพวกท่านจะเข้ากันได้ดีกว่าที่คิดนะ... เช่นนั้น ข้าก็หมดห่วง" มู่จื่อกวาดสายตามองทั้งคู่ด้วยแววตาสนุกสนาน "อ้อ ลืมบอกไปอีกเรื่อง..."
องค์ชายหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าลึกล้ำขึ้นจนน่ากลัว
"...คนที่อยู่เบื้องหลังการเผากองทัพหน้าของท่านแม่ทัพ และเป็นคนปล่อยข่าวลือเรื่องคำทำนายดวงดาว... ตอนนี้เขากำลังเดินทางมุ่งหน้าไปสมทบกับพวกท่านที่ชายแดนแล้วเช่นกัน"
หลี่จวินเหยาและเซี่ยอวี้หลินชะงักกึก หันขวับไปมองหน้ากันในเสี้ยววินาทีนั้น ความตึงเครียดสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดเมื่อตระหนักได้ว่า—การเดินทางครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเดินทางไปแก้ปัญหา แต่เป็นกับดักมรณะที่ถูกขีดเส้นไว้รอให้พวกเขาก้าวลงไปตายทั้งคู่!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความแสบสันต์นี้นะคะ
ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้ไขรหัสลับแห่งดวงดาว•ตอนที่ 3
ตั๋วเดินทางที่ไม่ได้ปรารถนา
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เกลียดชังคำทำนาย กับสตรีผู้ไขรหัสลับแห่งดวงดาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
