"ถ้ายกเลิกข้อความตอนนี้ ยังทันไหมคะไอ้บอทบ้า!"
พริมพรายแทบจะเอาหน้าผากโขกกับโต๊ะไม้สีอ่อนในคาเฟ่คณะวิศวะฯ ให้รู้แล้วรู้รอด นิ้วเรียวที่เพิ่งบรรจงทำเล็บเจลลายตารางสุดชิคจิ้มลงบนหน้าจอสมาร์ทโฟนยิกๆ จนแทบจะทะลุจอ หลังจากเผลอพิมพ์ข้อความประชดประชันส่งไปหาบุคคลที่นั่งอยู่ตรงข้าม
ให้ตายเถอะ... นี่เธอกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย!
ร่างบางในชุดเสื้อฮู้ดโอเวอร์ไซส์สีพาสเทลกับกางเกงคาร์โก้สุดเท่สะบัดหน้าขวับ เงยขึ้นมองผู้ชายตัวสูงที่นั่งฝั่งตรงข้าม คีย์ ในลุคเสื้อชอปวิศวะสีกรมท่าตัวเก่งกับแว่นสายตากรอบหนาเตอะ กำลังนั่งไขว่ห้างถือแก้วกาแฟดำนิ่งๆ ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกราวกับรูปปั้นหิน แต่ถ้ามองให้ดี... พริมพรายสาบานได้เลยว่าเธอเห็นมุมปากหยักลึกนั่นกำลังกระตุกยิ้มอย่างน่าหมั่นไส้
"ไม่ต้องพยายามลบหรอกค่ะ คุณพริมพราย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เจือแววขบขันแพรwพราว "เพราะระบบคลาวด์ของผมเซฟข้อมมูลแบบเรียลไทม์... แถมแจ้งเตือนเด้งขึ้นหน้าจอผมก่อนที่คุณจะกดส่งเสียอีกมั้งคะ"
"ย่ะ! พ่อพ่อโปรแกรมเมอร์มือหนึ่ง พ่อพระเอกโปรแกรมมิ่ง!" พริมพรายแยกเขี้ยวใส่ทันที มือเรียวคว้าแก้วชาไทยปั่นของตัวเองมาดูดแรงๆ เพื่อระบายความหงุดหงิด "นี่นายว่างมากเหรอ ถึงได้มานั่งเขียนบอทบ้าบอคอยตามส토กชีวิตฉันเนี่ย ห๊ะ? ไม่มีโปรเจกต์จบจะทำหรือไง ถึงได้เอาเวลาว่างมานั่งแกงเพื่อนร่วมมหาลัยเล่นสนุกแบบนี้!"
"ไม่ได้สโตกครับ... เรียกว่า 'ใส่ใจ' ต่างหาก" คีย์ยื่นมือมาดันกรอบแว่นให้เข้าที่ ดวงตาคมกริบที่ซ่อนอยู่หลังเลนส์หนาช้อนขึ้นสบตาเธอนิ่งๆ "อีกอย่าง... ผมไม่ได้ทำบอทไว้แกล้งทุกคนด้วยนะ ผมทำไว้เตือนภัย 'เฉพาะกิจ' สำหรับผู้หญิงปากเก่งที่ชอบเดินซุ่มซ่ามชนโต๊ะคนอื่นในคณะผมต่างหาก"
กรี๊ด! อยากจะกรี๊ดเป็นภาษาอาร์เจนตินaให้คอแตกไปเลย!
พริมพรายรู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบจนร้อนผ่าว ยัยพริมคนสวยผู้ทรงอิทธิพลแห่งคณะแฟชั่นดีไซน์ ต้องมาเสียฟอร์มให้ไอ้แว่นหนาเตอะนี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่เรื่องที่เธอเผลอทำแฟ้มดีไซน์เนอร์หล่นกระจายเกลื่อนโรงอาหาร จนถึงเรื่องที่เธอชอบบ่นงอแงลงในสตอรี่ไอจีแบบปิดเพื่อนสนิท... แต่ทำไมไอ้หมอนี่ถึงรู้ทุกเรื่องราวกับฝังไมโครชิปไว้ที่ตัวเธอกันนะ!
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะเงียบลงไปถนัดตา เหลือเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากลำโพงของร้าน แต่เคมีประหลาดๆ ระหว่างคนทั้งสองกลับเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ พริมพรายหรี่ตามองคนตรงข้ามอย่างจับผิด สมองอันชาญฉลาดที่มักจะคิดแพทเทิร์นชุดคอลเลกชันใหม่ๆ เริ่มทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อวิเคราะห์ 'พฤติกรรมแปลกๆ' ของผู้ชายคนนี้
ตั้งแต่วันแรกที่บังเอิญเจอ...
ถึงแม้คีย์จะทำตัวเงียบขรึม พูดน้อย และพยายามทำตัวให้กลืนหายไปกับบรรยากาศราวกับอากาศธาตุ แต่พริมพรายกลับเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
หนึ่ง... ทุกครั้งที่เธอเดินผ่านตึกวิศวะฯ ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะบังเอิญเดินสะดุดหรือเกือบหกล้มแล้วไม่มีเบาะรองรับ เพราะมักจะมี 'ความบังเอิญ' ที่ทำให้เธอไม่เจ็บตัวตลอด เช่น กล่องพัสดุที่วางขวางทางถูกเลื่อนออกอย่างเงียบๆ หรือแม้กระทั่งเก้าอี้ที่ถูกเลื่อนมารองรับพอดี
สอง... กาแฟแก้วโปรดรสชาติหวานน้อยที่มักจะปรากฏอยู่บนโต๊ะทำงานในสตูดิโอแฟชั่นของเธอทุกเช้า พร้อมโน้ตลายมือหวัดๆ แต่สะอาดสะอ้านที่เขียนเตือนว่า *'วันนี้พายุเข้า พกร่มด้วยนะดีไซน์เนอร์ตัวแสบ'* ซึ่งเธอยังหาตัวคนทำไม่ได้จนถึงตอนนี้
และสาม... แววตาหลังกรอบแว่นหนานั่น เวลาที่เขามองเธอ มันไม่ใช่สายตาของคนแปลกหน้าทั่วไปที่บังเอิญรู้จัก แต่มันคือสายตาของคนที่ 'มองเห็น' เธอในทุกๆ รายละเอียด แม้กระทั่งตอนที่เธอกำลังหงุดหงิดจนหัวฟู
"นี่..." พริมพรายวางแก้วชาไทยลงเสียงดังจนน้ำแข็งกระฉอก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วกอดอกมองเขาด้วยสายตาสืบสวน "ถามจริงเถอะ นายเป็นใครกันแน่เนี่ย คีย์?"
คีย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากหายไป แทนที่ด้วยใบนิ่งสนิทที่คาดเดาความรู้สึกไม่ได้ "ผมก็คีย์ไงครับ... นักศึกษาปีสี่ภาควิชาคอมพิวเตอร์ ที่เพิ่งโดนคุณว่าไปหมาดๆ เมื่อกี้"
"อย่ามาเล่นลิ้นนะ!" พริมพรายโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงหวานเริ่มกดต่ำลงอย่างจริงจัง "คนธรรมดาที่ไหนเขาจะรู้ว่าฉันชอบกินชาไทยหวานหกสิบเปอร์เซ็นต์? คนธรรมดาที่ไหนเขาจะนั่งแกะรอยสตอรี่ไอจีหลุมของฉันได้ทุกโพสต์? แล้วก็... คนธรรมดาที่ไหนเขาจะทำตัวเป็นเงาตามตัวฉันไปซะทุกที่แบบนี้!"
คีย์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ แววตาภายใต้กรอบแว่นไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมานิ่งสนิทเช่นเดิม บรรยากาศรอบตัวเขากลับมีความกดดันแปลกๆ แผ่ออกมาจนพริมพรายต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ถ้าผมบอกว่า..." คีย์เว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลกว่าปกติจนน่าใจหาย "ผมมองคุณมานานกว่าที่คุณคิดล่ะครับ พริมพราย"
หัวใจดวงน้อยในอกข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างแรง พริมพรายเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ความกวนประสาทที่เคยมีมลายหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความตื่นตระหนกและคำถามมากมายที่ตีกันยุ่งเหยิงในหัว นานแค่ไหนกันนะที่ผู้ชายคนนี้เฝ้ามองเธออยู่?
ก่อนที่พริมพรายจะได้เอปากโวยวายกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งทะยานขึ้นมา เสียงแจ้งเตือนสมาร์ทโฟนของคีย์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ติ๊ง!*
คีย์ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มกวนๆ แบบเดิม มันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้พริมพรายรู้สึกว่า 'กำลังมีเรื่องใหญ่' เกิดขึ้น
"ดูเหมือนว่า... เราจะคุยกันยาวไม่ได้แล้วล่ะครับ" คีย์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ถอดแว่นสายตากรอบหนาออกเช็ดกับชายเสื้อชอปอย่างใจเย็น เผยให้เห็นดวงตาคมเข้มชัดเจนไร้กรอบใสบังตา ซึ่งมันทำให้ใบหน้าหล่อเหลาแบบดิบๆ ของเขาดูทรงพลังจนพริมพรายถึงกับพูดไม่ออก
"อะไรของคุณอีกเนี่ย? จะรีบไปไหน?" พริมพรายถามเสียงสั่นโดยไม่รู้ตัว
คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะที่เธอนั่งโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้จนพริมพรายต้องเอนหลังหนีด้วยความตกใจ
"หันไปมองข้างหลังคุณสิครับ..." คีย์กระซิบแผ่วเบaข้างหู น้ำเสียงทุ้มต่ำชวนใจสั่น "คนที่คุณไม่อยากเจอที่สุด... กำลังเดินตรงมาที่โต๊ะเราแล้วล่ะครับ พริมพราย"
พริมพรายเบิกตากว้าง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอค่อยๆ หันขวับกลับไปมองทางประตูคาเฟ่... และวินาทีนั้นเอง เลือดในกายก็เย็นเฉียบลงทันทีเมื่อเห็นร่างสูงโปรดปรานของใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาในร้าน พร้อมกับรอยยิ้มการค้าที่เธอยังไงก็จำได้แม่น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
— พีชชี่เบอร์รี่
ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน•ตอนที่ 6
ความลับใต้กรอบแว่น
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!