ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน•ตอนที่ 7

สกิลกวนที่ไม่มีใครเกิน

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
เสียงคีย์บอร์ดแมคบุคล4รัวกระทบกันรัวๆ ดังสนั่นราวกับจะประกาศสงครามโลกครั้งที่สาม สะท้อนก้องห้องสมุดคณะวิศวะที่เงียบสงบจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ... แต่สำหรับพริมพรายในวินาทีนี้ เสียงเหล่านั้นไม่ใช่เสียงการทำงานค่ะ มันคือเสียงนับถอยหลังสู่ความหายนะชัดๆ! “อีตาแว่นประสาทแดก! นายนี่มัน... มันเกินเยียวยาแล้วนะ!” พริมพรายหวีดร้องออกมาเบาๆ อย่างสุดกลั้น สองมือบางขยุมเส้นผมสีน้ำตาลประกายทองของตัวเองจนยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ดวงตากลมโตที่เคยกรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวคมเฉกเช่นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่ ตอนนี้แทบจะลุกเป็นไฟด้วยความแค้นเคืองขั้นสุด หน้าจอแล็ปท็อปเบื้องหน้ากำลังแสดงผลงานพรีเซนต์โปรเจกต์คู่ระหว่างคณะ ที่เธอทุ่มเทอดนอนหลังขดหลังแข็งทำมาสามวันสามคืนเต็มๆ แต่วินาทีนี้ หน้าสไลด์มินิมอลลิสต์สุดเก๋ไก๋ คลีนๆ คูลๆ สไตล์ลูกคุณหนูไฮแฟชั่นของเธอกลับถูกแปลงโฉมใหม่... กลายเป็นธีม ‘ระบบเครือข่ายฐานข้อมูลไร้สาย’ ที่มีรูปกราฟิกโค้งๆ สีเขียวสะท้อนแสงพาดผ่านหน้าจอไปมาเหมือนหน้าจอเซฟเวอร์ในหนังไซไฟเกรด B ไม่มีผิดเพี้ยน! ให้ตายเถอะ! นี่มันงานแฟชั่นโชว์คอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วงนะคะ ไม่ใช่ห้องปฏิบัติการควบคุมขีปนาวุธนิวเคลียร์! ร่างบางกระแทกนิ้วลงบนแป้นพิมพ์มือเป็นระระระรัว รัวแชตพุ่งตรงไปหาคู่หูสุดแสบที่นั่งอยู่ฟากตรงข้ามของโต๊ะยาวตัวเดียวกันทันที *(แชต)* **Prim_Pราย:** นายคีย์! อีตาบ้าวิศวะ! นายทำบ้าอะไรกับสไลด์งานฉันฟะ! **Prim_Pราย:** อยากโดนจับยัดใส่เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญหน้ามอ.นักใช่ไหมฮะ ถึงได้กล้าดีมาแก้โค้ดงานพรีเซนต์ของฉันแบบนี้! **Key_Cnx:** อรุณสวัสดิ์ครับคุณดีไซเนอร์มือหนึ่ง (ส่งสติ๊กเกอร์แมวกวนประสาทโบกมือ) สไลด์เมื่อกี้ผมแค่รีดีไซน์ใหม่ให้มันดู... สมเหตุสมผลขึ้นนิดหน่อย งานแฟชั่นของคุณมันดูฟรุ้งฟริ้งเกินกว่าจะส่งให้คณะกรรมการสายวิชาการตรวจนะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าพวกเราขายสวยอย่างเดียวไม่มีสมอง **Prim_Pราย:** สมองแกสิไม่มี! นั่นมันงานศิลปะ! แฟชั่นคือจิตวิญญาณ นายเอาไอคอนรูปเกียร์รถสậpเพเหระมาแปะไว้บนชุดเดรสผ้าไหมอิตาลีได้ยังไงยะ! ทุเรศมาก! เอาคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! **Key_Cnx:** ไม่เอาครับ แบบนี้เท่ดีออก เข้ากับธีม ‘นวัตกรรมสิ่งทออัจฉริยะ’ ที่เราต้องพรีเซนต์วันพรุ่งนี้เป๊ะๆ เชื่อผมเถอะ... เดี๋ยวกราฟิกมันจะพานายพุ่งทะยานสู่เกรด A เอง พริมพรายเงยหน้าขวับจากหน้าจอ ดวงตาคู่สวยจ้องเขม็งไปทางต้นตอของปัญหา คีย์นั่งไขว่ห้างนิ่งสนิทอยู่หลังแล็ปท็อปสีเงินเครื่องโปรด กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมหนาเลื่อนลงมาต่ำกว่าสันจมูกเล็กน้อยเผยให้เห็นดวงตานิ่งสงบที่ดูราวกับกำลังสนุกสนานกับการได้แกล้งเด็กสาวตรงหน้าให้สติหลุด ร่างสูงโปร่งในเสื้อฮู้ดสีดำสนิทไม่ได้สะท้านสะเทือนกับสายตาอาฆาตมาดร้ายที่ส่งไปให้เลยสักนิด ซ้ำร้ายริมฝีปากบางเฉียบยังยกยิ้มมุมปากขึ้นนิดๆ อย่างน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก “มองผมแบบนั้น ระวังตาเหล่นะครับพริม” เสียงทุ้มต่ำเรียบเรื่อยเอ่ยลอดริมฝีปากออกมาเบาๆ โดยที่มือยังคงพิมพ์โค้ดอะไรสักอย่างยิกๆ ไม่หยุด “ใครมองนายไม่ทราบ! ฉันกำลังแผ่รังสีอำมหิตใส่ต่างหากเล่า!” พริมพรายกระแทกเสียงลอดไรฟัน ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้พลาสติกส่งเสียงครูดกับพื้นดังเอี๊ยด “บอกให้เปลี่ยนกลับเป็นแบบเดิมเดี๋ยวนี้เลยนะคีย์ ถ้าสไลด์ฉันพัง ฉันจะเอาสีสเปรย์ไปพ่นใส่รถมอเตอร์ไซต์คันโปรดของนายจริงๆ ด้วย!” “ลองดูสิครับ” คีย์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ หลังเลนส์แว่นหนานั้นมีความพราวระยับที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน “รถผมจอดอยู่ลานคณะวิศวะ ถ้าเดินไปตอนนี้ทันนะ... แต่บอกไว้ก่อนว่ากุญแจรถผมไม่ได้อยู่ที่ตัว แต่อยู่ที่ห้องพักของผมต่างหาก” ประโยคนั้น... ทำเอาพริมพรายถึงกับชะงักกึก อากาศรอบตัวเหมือนจะอุณหภูมิลดฮวบลงไปดื้อๆ ยัยตัวแสบกะพริบตาปริบๆ สมองอันชาญฉลาดด้านแฟชั่นเริ่มประมวลผลคำพูดสองแง่สองง่ามนั้นทันที... ห้องพักงั้นเหรอ? เขาหมายความว่ายังไงยะ! “อี... ไอ่คนฉวยโอกาส! ใครจะอยากไปห้องนายฟะ!” พริมพรายหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องพึ่งบลัชออน พวงแก้มเนียนระเรื่อด้วยความเขินผสมความโกรธจนแทบจะระเบิด “ทุเรศที่สุด! คิดว่าพูดจาแบบนี้แล้วฉันจะกลัวเหรอ!” “ไม่ได้พูดให้กลัวสักหน่อย แค่บอกทางเลือกเผื่อคุณอยากไปทวงคืนสไลด์งานด้วยตัวเอง” คีย์ยักไหล่ช้าๆ อย่างไม่ยטורยี่ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงบ้าง ร่างสูงโปร่งก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะฝั่งที่เธอยืนอยู่ กลิ่นกายสะอาดๆ เจือกลิ่นเปปเปอร์มินต์จางๆ ลอยมาแตะจมูกพริมพรายในระยะประชิด ทำเอาหัวใจดวงน้อยที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติ กลับรัวกระหน่ำเหมือนกลองเพลในวัดหลวง “แต่อันที่จริง... สไลด์ที่คุณทำมันก็ไม่ได้แย่นะ” “อ้าว... แล้วแกจะมาแก้ทำไมตั้งแต่แรกเล่า!” พริมพรายโวยลั่น แสร้งทำเป็นถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ดวงตากลมโตก็ยังคงจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง “ก็แค่อยากเห็นคุณทำหน้าแบบนี้ไง” คีย์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบเดียว จนพริมพรายต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “เวลาคุณโมโหแล้วหูแดงเนี่ย... มันน่ารักดี” ตู้ม! เหมือนมีระเบิดลูกยักษ์ลงกลางอกของแม่สาวแฟชั่นดีไซน์ค่ะ! ใบหน้างามร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนลามไปถึงใบหู พริมพรายเบิกตากว้างอ้าปากค้าง สมองรวนเรจนประมวลผลคำพูดต่อมาของเขาไม่ทัน นี่... นี่ตาแว่นเฉิ่มเชยคนนี้กล้าหยอดมุกเสี่ยวใส่เธอเหรอเนี่ย! มันผิดคลาส! มันผิดกฎของคณะวิศวะ! “นะ... นาย พูดบ้าอะไรเนี่ย! ถอยไปเลยนะ!” พริมพรายผลักอกแกร่งเบาๆ เพื่อดันตัวเขาให้ออกห่าง แต่คนตัวสูงกลับยืนปักหลักนิ่งสนิทราวกับเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก แถมยังส่งสายתพราวระยับมาให้อย่างเปิดเผย “ไม่ถอยครับ จนกว่าคุณจะยอมรับว่าสไลด์ที่ผมแก้ให้มัน... มีประโยชน์กว่าที่คิด” “ฝันไปเถอะย่ะ! ไม่มีทาง—” พริมพรายยังเถียงไม่ทันจบประโยค จู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืดคราดขัดจังหวะ หน้าจอแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชตชื่อดังเด้งขึ้นมาพอดิบพอดี เป็นข้อความจากกลุ่มรวมเพื่อนสนิทคณะแฟชั่นดีไซน์ที่ส่งรูปถ่ายบางอย่างเข้ามา พร้อมแคปชันตัวโตๆ ที่ทำเอาพริมพรายเลือดในกายแทบจะหยุดไหล *(ข้อความในกลุ่มแชต)* **Min_Fashionista:** แกรรรร! ใครเอาโปรเจกต์ของยัยพริมไปลงเพจสภานักศึกษาแล้ววะเนี่ย ยอดไลก์พุ่งไปสองพันแล้วนะเว้ย! แถมแคปชันคือ... *(แนบลิงก์โพสต์)* พริมพรายหน้าซีดเผือด รีบคว้ามือถือขึ้นมาเปิดดูด้วยความตกใจ ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะกดเข้าไปยังลิงก์เจ้าปัญหา หน้าจอปรากฏภาพหน้าสไลด์งานพรีเซนต์สุดอุบาทว์ที่ผสมผสานระหว่างชุดเดรสผ้าไหมกับกราฟิกวงจรอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวเรืองแสงอันโด่งดังเมื่อครู่นี้... พร้อมข้อความบรรยายใต้ภาพที่เขียนไว้ด้วยลายเซ็นต์กวนประสาทแบบสุดๆ ว่า: *‘ผลงานการออกแบบคอลเลกชันพิเศษ: เมื่อแฟชั่นชั้นสูงต้องโคจรมาพบกับวิศวกรรมคอมพิวเตอร์... ผลงานชิ้นเอกโดย พริมพราย & นายแว่นไร้ตัวตน (ปล. โปรดติดต่อขอรับรหัสผ่านเข้าชมเบื้องหลังได้ที่ห้องแล็บวิศวะโซน C)’* พริมพรายหันขวับกลับมามองหน้าชายหนุ่มทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความโกรธจัดจนแทบจะพ่นไฟได้ “คีย์! นาย! นายเป็นคนเอาไปโพสต์เรอะ! แถมยังใส่เบอร์ห้องบ้าอะไรเนี่ย!” คีย์ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาหมุนเล่นในมือเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา “ไม่ใช่ผมซะหน่อย...” คีย์ลากเสียงยาวอย่างอารมณ์ดี “ผมแค่... ตั้งค่าระบบแชร์อัตโนมัติไว้เฉยๆ เองครับ” พริมพรายสูดหายใจเข้าลึกสุดปอด เตรียมง้างมือเตรียมประเคนฝ่ามืออรหันต์ใส่แขนเสื้อฮู้ดของเขาให้หายแค้น แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตส่วนตัวจากหน้าจอของคีย์ก็ดังขึ้นแทรกกลางอากาศเสียก่อน นิ้วเรียวของชายหนุ่มกดเปิดหน้าจอเพื่อดูข้อความนั้นแวบหนึ่ง แต่แล้ว... รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของเขากลับเลือนหายไปในพริบตา แววตาหลังเลนส์แว่นหนาเปลี่ยนเป็นความนิ่งสนิทที่อ่านไม่ออก บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน พริมพรายชะงักค้างในท่าจะตบ ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยเมื่อเห็นปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของคนตรงหน้า “เป็นอะไรไปยะ? หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว หรือว่าโดนแฮกเพจกลับบ้างแล้ว?” คีย์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขานิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาพริมพรายช้าๆ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความจริงจังบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง “พริม...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอเบาะๆ สุ้มเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่ากลัว “คนที่ส่งข้อความมาหาผมเมื่อกี้... เขาบอกว่าเห็นพี่ชายของคุณกำลังยืนทะเลาะกับใครบางคนอยู่ที่ลานจอดรถหน้าคณะเราตอนนี้” ร่างบางแข็งทื่อไปในทันที... รอยยิ้มและอาการโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น สมองขาวโพลนเมื่อได้ยินคำว่า ‘พี่ชาย’ ลอยเข้าหู ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาติดแท็กความฟินและโบ๊ะบ๊ะไปด้วยกันนะคะ! เจอกันตอนหน้าค่ะ! 💕
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%