ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน•ตอนที่ 19

คำพูดที่ไม่เข้าหู

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
"บอกแล้วไงคะว่าถ้าจะเลี้ยงกาแฟ คราวหน้าขอเป็นร้านที่มีเมนูโกโก้ปั่นลดหวานสองเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ร้านรถเข็นหน้าคณะที่น้ำแข็งละลายไวกว่าความจริงใจของพี่แบบนี้" เสียงใสแจ๋วของพริมพรายดังขึ้นแทรกเสียงจอแจของโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ มือเรียวบางกำลังสะบัดปลายพู่กันร่างแบบชุดคอลเลกชันหน้าลงบนสมุดสเก็ตช์เล่มโปรด โดยมีแก้วกาแฟโบราณรสชาติหวานเจี๊ยบวางอยู่ข้างๆ เป็นหลักฐานว่าเธอโดน "รุ่นพี่ปีสี่" สายตื๊อคนนี้ตามเกาะแกะมาตั้งแต่ตึกแฟชั่นจนถึงแดนสิงห์รังวิศวะ "โหน้องพริมครับ พี่อุตส่าห์เดินไปซื้อให้ถึงตึกนู่น แถมยังใส่ความใส่ใจลงไปในแก้วตั้งร้อยเปอร์เซ็นต์..." พี่กรณ์ รุ่นพี่หน้าตาดีดีกรีประธานสโมสรนักศึกษาทำหน้าหงิกอย่างน่ารักพยายามจะเรียกร้องความเห็นใจ พลางขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ร่างบางอีกนิดจนแทบจะชิดติดโต๊ะ "เรื่องแค่นี้เอง ยิ้มให้พี่สักนิดไม่ได้เหรอครับ" "ถ้าพริมยิ้มให้ พี่กรณ์คงเข้าใจผิดคิดว่ามีใจ แล้วถ้าพริมเผลอใจให้จริงๆ ชีวิตวิศวะปีสี่ของพี่คงมีแต่เรื่องปวดหัวนะคะ เพราะพริมเป็นคนเรื่องเยอะระดับสิบค่ะบอกเลย" พริมพรายเงยหน้าขึ้นจากสมุดสเก็ตช์ ส่งยิ้มหวานหยดแบบเคลือบยาพิษไปให้ พร้อมกับดวงตากลมโตที่ฉายแววความดื้อรั้นเต็มพิกัด แต่บรรยากาศการหยอกล้อที่กำลังสนุกสนาน กลับต้องสะดุดกึกลงทันที เมื่อเงาสูงโปร่งของใครบางคนทาบทับลงมาบนโต๊ะ คีย์ยืนนิ่งสนิทอยู่ตรงนั้น ร่างสูงในชุดเสื้อช็อปสีกรมท่าเข้มที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นลำคอแกร่ง แว่นสายตากรอบเหลี่ยมหนาช่วยบังประกบดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความรู้สึกเอาไว้ภายใต้เลนส์หนาเตอะ แต่วันนี้... สันกรามคมกริบของเขากลับขบเข้าหากันจนขึ้นเป็นสันนูนชัดเจน มือหนาที่ถือแฟ้มเอกสารรายงานโปรเจกต์ตัวเขื่องกำแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด บรรยากาศรอบตัวของพ่อหนุ่มแว่นเงียบขรึมคนนี้แผ่รังสีความเย็นยะเยือกออกมาแบบไม่เกรงใจใคร จนพี่กรณ์ที่นั่งยิ้มอยู่เมื่อครู่ถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน "อ้าว... ไอ้คีย์ มาพอดีเลย มึงจะเอาแบบแปลนวงจรไปปรึกษาอาจารย์ไม่ใช่เหรอวะ" พี่กรณ์หัวเราะกลบเกลื่อนความอึดอัด พยายามตบบ่าร่างสูงที่ยืนนิ่งเป็นเสาหิน แต่คีย์ไม่ได้ปรายตาแลรุ่นพี่ร่วมคณะเลยแม้แต่น้อย สายตาภายใต้กรอบแว่นนั้นพุ่งตรงไปยังร่างบางที่กำลังนั่งพับเพียบทำเป็นสนใจแต่ลายผ้าในสมุดสเก็ตช์ "งานโปรเจกต์กลุ่มวิชา AI ที่สั่งเมื่อวาน เธอส่งเดดไลน์คืนนี้เที่ยงคืน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เจือความหงุดหงิดที่อัดแน่นจนคนฟังอย่างพริมพรายยังต้องแอบกลืนน้ำลาย "แล้วไงคะ? พริมก็กำลังทำส่วนของพริมให้อยู่เนี่ย อย่ามาทวงแบบไร้มนุษยธรรมได้ไหมคะคุณหัวหน้ากลุ่ม" พริมพรายเงยหน้าขึ้นเถียงกลับทันควันตามนิสัยขี้โวยวายที่ไม่เคยยอมใคร แต่พอสบเข้ากับดวงตาคมที่มองมานิ่งๆ เธอก็รู้สึกเหมือนมีก้อนสะดืออะไรไม่รู้มาจุกอยู่ที่คอ ทำไมสายตานั้นถึงได้ดูดุเหมือนแมียักษ์ดุยิ่งกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาอีกเล่า! "ไม่ได้ทวงแบบไร้มนุษยธรรม... แต่เตือนสติว่าสมองคนเรามีขีดจำกัด ถ้ามัวแต่เอาเวลาไปนั่งรับกาแฟจากคนอื่น ระวังตอนตีสองจะมานั่งร้องไห้เพราะโค้ดพังเหมือนแมวโดนทิ้ง" คีย์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ แต่ทุกคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักนั้นช่างเชือดเฉือนจนพี่กรณ์ถึงกับหน้าเจื่อน "นี่คุณ! พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อยนะคะ พริมจะคุยกับใคร กินกาแฟกับใคร มันก็เรื่องส่วนตัวของพริมป่ะคะ ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครนี่นา!" พริมพรายปะทะสายตากลับทันที เลือดลมในกายสูบฉีดจนแก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธ "เหอะ... ส่วนตัวเหรอ" คีย์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นติดจะเย้ยหยันเล็กน้อย "ถ้าแบ่งเวลามาใส่ใจงานกลุ่มครึ่งหนึ่งของเวลาที่เธอใช้บริหารเสน่ห์ใส่คนอื่น ป่านนี้โปรเจกต์คงเสร็จไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ไม่ต้องมานั่งทำหน้ามึนให้คนอื่นเขาเลี้ยงน้ำหวานแก้เขินหรอก" "กรี๊ด! นี่คุณคีย์! คุณว่าใครทำหน้ามึนฮะ!" พริมพรายปะทะคารมเดือด ปิดสมุดสเก็ตช์เสียงดังปังจนแก้วกาแฟกระฉอก เธอผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับร่างสูงที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงหัวไหล่อย่างไม่เกรงกลัว "ปากเสียแบบนี้ชาติหน้าเกิดมาเป็นกระบองเพชรเหอะ จะได้ไม่มีใครเข้าใกล้ได้เลย!" "ก็ดี... ดีกว่าเกิดมาเป็นดอกไม้ริมทาง ที่ใครเดินผ่านก็เด็ดดมแล้วก็โยนทิ้ง" คีย์สวนกลับทันควันอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะหันหลังขวับแล้วก้าวยาวๆ เดินหนีหายเข้าไปในตึกคณะทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้แม่ตัวแสบได้อ้าปากเถียงต่อแม้แต่คำเดียว "ไอ้... ไอ้บ้าแว่นน้ำแข็งไส! ฮึ่ย! หงุดหงิดอะไรนักหนาวะเนี่ย ประจำเดือนไม่มาหรือไงวะตาบ้าเอ๊ย!" พริมพรายฮึดฮัดกระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความโมโห มือเรียวกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ ปากก็บ่นงึมงำด่าตามหลังร่างสูงที่เดินหายลับไป พี่กรณ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้แต่กระพริบตาปริบๆ ด้วยความทำตัวไม่ถูก ได้แต่หัวเราะแห้งๆ แล้วเอ่ยปลอบใจ "เอ่อ... น้องพริมครับ สงสัยไอ้คีย์มันคงเครียดเรื่องโปรเจกต์จริงๆ แหละครับ ปกติมันไม่เคยปากร้ายใส่ใครแบบนี้เลยนะ" "ไม่ต้องมาแก้ตัวแทนมันเลยค่ะพี่กรณ์! วันนี้พริมอารมณ์เสียแล้ว ไม่คุยด้วยแล้วค่ะ!" พริมพรายหันไปแหวใส่รุ่นพี่ที่ซวยโดนหางเลขไปด้วย ก่อนจะคว้ากระเป๋าผ้าแคนวาสและสมุดสเก็ตช์ยัดใส่เป้าแบบไม่ใยดี แล้วเดินจ้ำอ้าวหนีออกจากโรงอาหารด้วยความหัวเสียสุดขีด ลับหลังร่างบางที่เดินกระแทกส้นเท้าปึงปังออกไป คีย์ที่หลบมุมอยู่ตรงเสาต้นใหญ่ถัดจากทางเดินขึ้นตึก ค่อยๆ ถอดแว่นสายตาออกมาใช้ผ้าเช็ดแว่นเช็ดเบาๆ เพื่อซ่อนประกายตาร้อนรนที่ฉายชัดอยู่ภายใน นิ้วเรียวหนาหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมา เปิดแอปพลิเคชันแชทสีเขียวที่ค้างหน้าจอแชทกับ "ยายแมวจอมวุ่น" เอาไว้ นิ้วแกร่งลังเลอยู่ครู่ใหญ่ว่าจะพิมพ์อะไรลงไปดีระหว่างคำขอโทษที่พูดแรงเกินไป กับคำเตือนสติโง่ๆ ที่กลัวว่าเธอจะไปหลงคารมไอ้รุ่นพี่คนนั้นเข้าจริงๆ ท้ายที่สุด... ข้อความที่ถูกพิมพ์ยาวเหยียดด้วยความหงุดหงิดปนเป็นห่วง ก็ถูกส่งออกไปในจังหวะที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ *(คีย์ส่งข้อความ)* *คีย์: เลิกกับไอ้รุ่นพี่นั่นซะ ถ้าไม่อยากให้พี่รหัสคนนี้เดินไปเทกาแฟราดหัวมันกลางโรงอาหาร* พริมพรายที่เพิ่งเดินพ้นประตูคณะวิศวะมาหมาดๆ ก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สั่นครืด พอเห็นข้อความนั้น เธอก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนหมั่นไส้ นิ้วเรียวรีบกดแป้นพิมพ์ตอบกลับทันทีด้วยความเร็วแสงเพื่อจะด่ากราดเขากลับไปให้สะใจ *(พริมพรายกำลังพิมพ์...)* *พริมพราย: แกเป็นใครฟะ ถึงมาสั่งชั้นยะ! อยากโดนฉันเอาพู่กันจิ้มตาแตกสักทีไหมไอ้แว่นประสาทเสื่อม! แล้วใครบอกว่าเป็นแฟนรุ่นพี่ ห้ะ! มโนเก่งยิ่งกว่ายายข้างบ้านอีกนะนายบ้า—* พริมพรายพิมพ์ข้อความยาวเหยียดด้วยความโมโหจนลืมเช็คสติ แต่จังหวะที่นิ้วเรียวกำลังจะกดปุ่มส่งข้อความเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดที่มี นิ้วเจ้ากรรมดันไปกดโดนปุ่ม "ส่ง" แบบไม่ตั้งใจ แถมพอกดส่งเสร็จ ระบบเจ้ากรรมยังโชว์ฟังก์ชันใหม่ที่ทำให้เธออยากจะเอาหัวโขกเสาไฟฟ้าแถวนั้นให้ตายคาที่ *(ระบบแจ้งเตือน: คุณได้ส่งสติกเกอร์รูปหัวใจดวงโตสีชมพูหวานแหวว แนบไปพร้อมกับข้อความสารภาพรักยาวสามบรรทัดเมื่อสวินาทีที่แล้ว)* ชิบหายแล้ว... ยัยพริม! พริมพรายยืนแข็งทื่อเป็นหิน มือไม้เย็นเฉียบ ใบหน้าร้อนผ่าวราดด้วยน้ำเดือด เธอลนลานพยายามใช้นิ้วจิ้มหน้าจอยิกๆ เพื่อกดยกเลิกข้อความ แต่นิ้วเจ้ากรรมดันสั่นจนกดพลาดไปโดนปุ่ม **"ลบเฉพาะฉัน"** แทนที่จะเป็น **"ยกเลิกข้อความสำหรับทุกคน"** ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความตอบกลับจากฝั่งตรงข้ามดังขึ้นทันที พร้อมกับสถานะ "อ่านแล้ว" ที่ขึ้นโชว์หราบนหน้าจออย่างรวดเร็วราวกับเขานั่งรอสเตตัสเธออยู่ก่อนแล้ว พริมพรายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึกในอก เมื่อหน้าจอแชทปรากฏข้อความสั้นๆ จากคนปากแข็งที่เพิ่งทำให้เธอหัวเสียไปเมื่อครู่ *คีย์: หึ... ปากบอกเกลียดฉัน แต่ส่งหัวใจมาให้แบบนี้ หมายความว่าไงล่ะครับ ยัยตัวแสบ* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับจังหวะหัวใจของน้องพริมและตาคีย์ในตอนนี้นะคะ พีชชี่เบอร์รี่ค่ะ
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%