ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน•ตอนที่ 20

ความขี้หึงที่ปิดไม่มิด

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
"บอกว่าอย่ามองนานไงคะ ตาบอดขึ้นมาพริมไม่รับผิดชอบนะ" เสียงทุ้มต่ำที่จงใจกดให้ต่ำจนเกือบเป็นกระซิบดังขึ้นชิดใบหู พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของนายแว่นเงียบที่เคยไร้ตัวตนในสายตาใครต่อใคร แต่ตอนนี้กลับก้าวเข้ามาขวางกั้นระหว่างพริมพรายกับรุ่นพี่ปีสี่จากคณะบริหารธุรกิจไว้อย่างพอดิบพอดี บรรยากาศบริเวณหน้าตึกคณะแฟชั่นดีไซน์ในยามบ่ายที่ควรจะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของผ้าลินินและเสียงหัวoาะ กลับพลันอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็นเมื่อ ‘พี่กรณ์’ เดือนคณะบริหารฯ คนดัง ยื่นกล่องของขวัญผูกโบสีแดงเพลิงมาตรงหน้าพริมพรายพร้อมรอยยิ้มละลายใจสาว ทว่ายังไม่ทันที่นิ้วเรียวยาวจะเอื้อมไปปฏิเสธตามสไตล์คนปากร้าย คีย์—คนที่ควรจะนั่งก้มหน้าเขียนโค้ดอยู่มุมห้องซ้อม กลับโผล่พรวดมาคว้าข้อมือเธอไว้แล้วดึงเข้าไปยืนหลบหลังไหล่กว้างของตัวเองซะอย่างนั้น "อ้าว น้องคีย์... มีธุระอะไรกับพริมเหรอครับ พอดีพี่กำลังคุยกับน้องเขาอยู่" พี่กรณ์เลิกคิ้วสูง มองเด็กหนุ่มสวมแว่นกรอบหนาด้วยสายตาประเมินและขบขันเล็กน้อย "ธุระเหรอคะ?" คีย์ดันแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อยด้วยมืออีกข้าง รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาหลังเลนส์หนานั้นเลยสักนิด "ก็... พริมเป็นคนดูแลตารางงานตัดเย็บให้ผมครับ ถ้าไม่มีพริม โปรジェクト ของผมพังแน่ๆ เพราะฉะนั้น... คนแปลกหน้าที่ชอบเอาของรกๆ มาแจกเรี่ยราด ช่วยถอยไปไกลๆ โต๊ะทำงานพวกเราหน่อยนะคะ รบกวนพื้นที่ส่วนรวมค่ะ" "เดี๋ยวนะอีตาคีย์! ใครบอกว่าฉันเป็นคนดูแลนายยะ!" พริมพรายโผล่หัวออกจากด้านหลังไหล่หนา หน้าตาตื่นด้วยความตกใจ ปนหมั่นไส้จนอยากจะหยิกแขนสักที สองมือเล็กทุบเบาๆ ที่แผ่นหลังกว้างของคนตัวสูงที่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ "พี่กรณ์คะ อย่าไปฟังเด็กนี่เพ้อเจ้อเลยค่ะ พริมไม่ได้..." "ไม่ได้อะไรคะ? เมื่อคืนในแชต์ยังบอกว่าชั้นเป็นทาสแมว (...) เอ๊ย ทาสโปรแกรมเมอร์ของเธออยู่เลยไม่ใช่เหรอ?" คีย์หันกลับมามองค้อนเธอด้วยสายตากลอกกลิ้ง เจ้าเล่ห์เป็นแมวขโมยที่ทำเอาพริมพรายสะดุดลมหายใจไปชั่วขณะ ตายแล้ว! ตาบ้านี่! ไปเอาเรื่องแชต์ส่วนตัวมาพูดกลางแจ้งหน้าคนอื่นได้ยังไงกันเล่า! หน้าเนียนๆ ของพริมพรายร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจนลามไปถึงใบหู เธอรีบยกมือขึ้นปิดปากร่างสูงที่ทำท่าจะพูดอะไรน่าอายออกมาอีก พลางส่งยิ้มแห้งๆ ให้รุ่นพี่บริหารที่ตอนนี้หน้าเสียไปถนัดตา "เอ่อ... งั้นพี่ไว้ค่อยมาคุยใหม่ก็แล้วกันนะพริม" พี่กรณ์หัวเราะกลบเกลื่อนความเงิบ ก่อนจะรีบเดินเลี่ยงออกไปจากตรงนั้นอย่างเสียหน้า พริมพรายรีบชักมือกลับทันทีเมื่อลับหลังรุ่นพี่ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมา พร้อมกับเอื้อมมือไปบิดแขนแกร่งของคนตัวสูงที่ยืนลอยหน้าลอยตาลอยนวลอยู่ตรงหน้าทันที "โอ๊ย! เจ็บนะพริม มือหนักเป็นช้างเลยเหรอเนี่ย" คีย์แกล้งร้องโودโอย ย่อตัวลงเล็กน้อยทำท่าทางเจ็บปวดเกินจริง ทั้งที่กล้ามเนื้อแน่นๆ ใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มไม่ได้สะเทือนอะไรเลยสักนิด "สมน้ำหน้า! ใครใช้ให้แกมายุ่งเรื่องชาวบ้านห๊ะ! พี่กรณ์เขาจะจีบฉันมันเกี่ยวอะไรกับนาย แถมยังมาพูดจาหาเรื่องเขาแบบนั้นอีก เดี๋ยวเขาก็หมั่นไส้เอาซะหรอก" พริมพรายเท้าสะเอว เชิดหน้าขึ้นเถียงด้วยความขัดใจ ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนจนแทบจะทะลุแว่นหนาของอีกฝ่าย "ก็ไม่เกี่ยวหรอกครับ..." คีย์หุบยิ้มกวนๆ ลงทันที แว่นหนาถูกดันขึ้นอีกครั้ง แต่นัยน์ตาคู่คมที่ซ่อนอยู่หลังเลนส์กลับฉายแวววับจริงจังจนพริมพรายเผลอชะงัก "...แต่เห็นแล้วมันขัดตา" "ขัดตาอะไรของนาย?" "ก็คนมัน... หวงมั้งคะ" คำพูดราบเรียบแต่ทิ้งน้ำหนักกระแทกใจกลางอกแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้พริมพรายถึงกับใบ้กิน สมองที่เคยประมวลผลคำด่าได้รวดเร็วดั่งติดเทอร์โบ กลับชะงักกะทันหันราวกับระบบร่ม ลมหายใจสะดุดไปจังหวะหนึ่งเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่นิ่งสนิท คีย์ไม่ได้หลบตา เธอเห็นความจริงจังที่สะท้อนอยู่หลังกรอบแว่นนั้นชัดเจน มันไม่ใช่การแกล้งหยอกเล่นแบบทุกที แต่มันคือความรู้สึกบางอย่างที่เด่นชัดจนน่ากลัว "นาย... พูดบ้าอะไรเนี่ย ร้อนจนเพ้อเหรอตาแว่น" พริมพรายหลบสายตา เส Mak อมยิ้มกลบเกลื่อนความประหม่าที่พุ่งพล่านจนหัวใจเต้นโครมครามดังจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "กลับห้องไปทำงานเลยนะ! งานปักเลื่อมชุดโชว์เคสยังไม่เสร็จ อย่ามาอู้แถวนี้!" พูดจบเธอก็หมุนตัวหนี ทำท่าจะเดินก้าบๆ หนีเตลิดไปทางตึกคณะ แต่ข้อมือเล็กกลับถูกคว้าเอาไว้ด้วยปลายนิ้วอุ่นจัด แรงดึงเบาๆ ทำให้ร่างของเธอเซถอยหลังกลับไปปะทะกับแผ่นอกกว้างของคนด้านหลังอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษและไอแดดอ่อนๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัวจนพริมพรายแทบไม่กล้าขยับ "พริม..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบaอยู่ชิดริมหู จนเส้นขนอ่อนลุกชัน "ถ้าไม่อยากให้หึง... ก็เลิกมองผู้ชายคนอื่นนอกจากผมสักทีสิครับ" ให้ตายเถอะ! นี่มันไม่ใช่แค่การหยอกเล่นตามประสาคนกวนประสาทแล้ว แต่นี่มันคือการรุกฆาตที่ทำให้คนปากจัดอย่างพริมพรายไปต่อไม่เป็นเลยสักนิด! ใบหน้านวลแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอ เธอเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ขณะที่กำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อกู้ฟอร์มสาวมั่นผู้ไม่เคยแพ้ใคร เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะพอดี *Ping!* พริมพรายรีบผละออกจากอ้อมแขนของคนตัวสูงอย่างลนลาน ควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาหวังจะใช้เป็นข้ออ้างหนีความน่าอาย แต่ทว่า... หน้าจอแสดงผลข้อความแอปพลิเคชันแชต์จากบัญชีนิรนามที่เธอเพิ่งบล็อกไปเมื่อวานกลับเด้งขึ้นมาหราต่อหน้าต่อตา โดยมีข้อความล่าสุดส่งตรงมาเมื่อวินาทีนี้เอง [Key_01]: "ยอมรับเถอะครับ ว่าใจเต้นแรงอยู่เหมือนกัน" พริมพรายเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคนที่ยืนกอดอกยิ้มมุมปากอยู่ข้างๆ ทันที ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากโวยวายใส่ความเจ้าเล่ห์ของโปรแกรมเมอร์หนุ่ม หน้าจอโทรศัพท์ในมือก็สั่นระรัวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับข้อความใหม่ที่ทำให้เธอลืมหายใจ [Key_01]: "ส่งสติกเกอร์รูปหัวใจกลับมาตอนนี้... แล้วผมจะยอมหยุดแกล้ง... หรือจะให้ผมสารภาพต่อหน้าตรงนี้เลยล่ะครับ ว่าผมชอบคุณเข้าจริงๆ แล้ว" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับจังหวะหัวใจของน้องพริมและตาคีย์ในตอนนี้นะคะ พีชชี่เบอร์รี่ค่ะ
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%