ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน•ตอนที่ 14

ปฏิกิริยาของนายแว่น

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
"บอกแล้วไงคะว่ารอยตัดตรงชายกระโปรงนั่น ตั้งใจให้มันลุ่ยแบบเซอร์ๆ ไม่ใช่เพราะฝีมือฉันห่วยแตกจนเย็บเบี้ยว!" เสียงแหลมสูงของพริมพรายดังสะท้อนก้องไปทั่วสตูดิโอแฟชั่นดีไซน์ชั้นสาม ขณะที่ใบหน้าสวยเฉี่ยวตอนนี้บึ้งตึงจนแทบจะเป็นเลขศูนย์ ยัยตัวแสบของเรากำลังยืนกอดอกเชิดหน้าเถียงกับกรรมการรุ่นพี่ปีสี่หน้าหงิกที่จ้องจับผิดผลงานโปรเจกต์มิดเทอมของเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนเพื่อนร่วมเอกคนอื่นๆ ต่างพากันกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงกระซิบ พริมพรายเม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวที่เพิ่งทำเล็บเจลลายตารางมาหมาดๆ กำชายเสื้อตัวเองแน่นด้วยความโกรธ ความกดดันจากทางบ้านที่อยากให้เธอไปนั่งนับตัวเลขในห้องแอร์เย็นฉ่ำ บวกกับคำวิจารณ์เสียดสีจากกรรมการที่มองว่างานแฟชั่นของเธอเป็นแค่ "ขยะลุ่ยๆ" กำลังจะทำให้เธอระเบิดน้ำตาออกมาอยู่รำไร แต่ด้วยศักดิ์ศรีของแม่สาวมั่น... เธอไม่มีวันยอมร้องไห้ต่อหน้าคนพวกนี้เด็ดขาดค่ะ! "แต่มันดูเหมือนผ้าขี้ริ้วมากกว่างานศิลปะนะพริมพราย เกรด A ของเธอน่ะ สงสัยคงได้มาเพราะหน้าตามากกว่าฝีมือรึเปล่า?" ประโยคเชือดเฉือนนั้นทำเอาพริมพรายหน้าชาดิก สมองขาวโพลนจนคิดคำด่าโต้กลับไม่ทัน ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความเจ็บใจ ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนให้สมกับ8ฉายาตัวแม่ ทว่าจู่ๆ ก็มีมือหนาของใครบางคนเอื้อมผ่านไหล่เธอเข้ามาหยิบชุดเดรสตัวปัญหาขึ้นไปถือไว้กลางอากาศ กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มผสมกับกลิ่นกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ ลอยแตะจมูก พริมพรายชะงัก หันขวับไปมองเจ้าของร่างสูงที่ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับคณะกรรมการอย่างเงียบเชียบ นายแว่น... ตาคีย์! หนุ่มวิศวะคอมฯ หน้าตาจืดชืดที่ชอบทำตัวล่องหนและไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกับโลกแฟชั่นเลยแม้แต่นิดเดียว หมอนี่โผล่มาทำไมแถวนี้คะเนี่ย! "ขออนุญาตแทรกนะครับ... เอ๊ด... ขออนุญาตแทรกค่ะ" คีย์แก้ไขคำพูดตัวเองอย่างรวดเร็วเมื่อเหลือบเห็นสายตาพิฆาตของพริมพรายที่ส่งสัญญาณเตือนภัยมาให้ เจ้าตัวดันแว่นหนาเตอะขึ้นสันจมูก ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์แต่แววตากลับคมกริบอย่างน่าประหลาด "งานชิ้นนี้ไม่ได้ตัดเย็บเบี้ยวครับ... เอ่อ ค่ะ" คีย์กระแอมเบาๆ เพื่อปรับโทนเสียงให้เป็นทางการ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่โครงสร้างตะเข็บซ่อนด้านใน "ถ้าสังเกตด้วยแว่นขยายกำลังขยายสิบเท่า หรือถ้ากรรมการมีความรู้เรื่องอัลกอริทึมการคำนวณโครงสร้างผ้าเชิงพารามิตร จะเห็นว่าการรุ่ยของด้ายชุดนี้ถูกคำนวณองศาแรงดึงมาแล้วสามสิบเจ็ดจุด เพื่อให้เวลาสวมใส่แล้วผ้าจะทิ้งตัวรับกับสรีระพอดิบพอดี ไม่ต่างอะไรกับโค้ดโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาอย่างไร้ที่ติ... ถ้ามองไม่ออกว่านี่คือดีไซน์ ก็แปลว่าโปรแกรมในหัวของกรรมการ อาจจะต้องกดรีสตาร์ทอัปเดตเวอร์ชันใหม่สักรอบแล้วล่ะครับ เอ๊ย... ค่ะ!" สิ้นเสียงนิ่งๆ แต่เชือดนิ่มๆ ของนายแว่น ทั้งสตูดิโอเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน กรรมการรุ่นพี่หน้าเสียอ้าปากพะงาบๆ เถียงไม่ออกเพราะตามหลักการทางเทคนิคที่คีย์ร่ายยาวออกมาฟังดูน่าเชื่อถือและล้ำลึกเกินกว่าที่เด็กปีสี่คนนั้นจะเถียงสู้ ส่วนพริมพรายนะหรือคะ... ตอนนี้เธออ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน มองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังเธอไว้อย่างอึ้งสนิท นี่ตาแว่นไร้ตัวตนคนนั้น ไปเอาความมั่นหน้าและสกิลฝปากกล้ามาจากไหนกันคะเนี่ย! พอเคลียร์สถานการณ์จนกรรมการต้องโบกมือยอมปล่อยผ่านและเดินหนีไปเพราะความจำนนต่อหลักการ คีย์ก็รีบสาวเท้ายาวๆ เดินเลี่ยงหนีออกไปทางประตูหลังสตูดิโอทันทีโดยไม่รอฟังคำขอบคุณสักแอะ พริมพรายที่ได้สติจึงรีบวิ่งตามสับขาวยาวๆ ออกไปคว้าชายเสื้อฮู้ดสีดำของเขาไว้ทันในมุมตึกมุมอับที่ปลอดผู้คน "นี่นาย!" พริมพรายแหวใส่ด้วยความหมั่นไส้ปนความรู้สึกประหลาดที่กำลังตีรวนอยู่ในอก "ใครใช้ให้มายุ่งเรื่องของฉันยะ? แล้วเมื่อกี้อะไร... ไปเอาความมั่นมาจากไหนไปเถียงพี่เขาแบบนั้น แถมยังมาแอบแซะเขาเรื่องรีสตาร์ทรอบใหม่อีก นายไม่ใช่เด็กแฟชั่นสักหน่อย มายุ่งอะไรด้วย!" คีย์หยุดเดิน ชะسตากลับมามองหน้าคนตัวเล็กที่กำลังหายใจฮึดฮัดด้วยความเหนื่อยและอารมณ์กรุ่นๆ แววตาสีเข้มหลังกรอบแว่นหนาไหววับชั่วพริบตา ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างกวนประสาท "ก็เห็นยืนหน้าดำคร่ำเครียด ทำท่าเหมือนจะพ่นไฟใส่ใครได้ตลอดเวลา... กลัวว่ายัยตัวแสบแถวนี้จะโดนหักคะแนนจนต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งซะก่อนน่ะสิครับ" คีย์จงใจแกล้งหยอดคำพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนให้เลือดขึ้นหน้า "ใครร้องไห้ไม่มี! แล้วเรียกใครว่ายัยตัวแสบฮะตาแว่นประสาท!" พริมพรายยกมือขึ้นตีแขนเขาเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้ แต่คนตัวสูงกลับไม่หลบแถมยังยืนรับมือเธอหน้าตาเฉย รอยยิ้มมุมปากของเขานั่นมันช่างน่าทุบให้ยุบนัก! ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังยืนยื้อยุดฉุดกระชากลับไปกลับมาท่ามกลางบรรยากาศชวนอมยิ้ม เสียงแจ้งเตือนสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของคีย์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *ติ๊ง!* คีย์หยิบมือถือขึ้นมาดูหน้าจอ แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกวูบหนึ่งอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวรีบกดหน้าจอัวรัวเพื่อปิดแจ้งเตือน แต่ช้าไป... เพราะพริมพรายที่ยืนชะโงกหน้าเข้ามาส่องด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตาไวเหลือบไปเห็นข้อความบนหน้าจอแชตแอปพลิเคชันสีเขียวที่เพิ่งเด้งขึ้นมาหมาดๆ ชัดเจนเต็มสองตา *[ข้อความจาก: My Secret Hater]* *"ที่ช่วยออกตัวปกป้องเมื่อกี้... เพราะแอบชอบฉันเข้าแล้วล่ะสิ ยัยดีไซน์เนอร์ขี้โวยวาย"* พริมพรายชะงักกка กะพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วจากเหตุการณ์เมื่อครู่เชื่อมโยงกับหน้าจอโทรศัพท์ในมือของคนตรงหน้า เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นรัวระรัวราวกับตีกลองชุดใหญ่ เดี๋ยวนะคะ... หรือว่านายแว่นเงียบขรึมคนนี้... คือคนเดียวกับเจ้าของแชตกวนประสาทที่คอยตามป่วนเธอบนโลกออนไลน์มาตลอดตั้งแต่เปิดเทอม! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมลุ้นและอมยิ้มไปกับความป่วนชวนใจเต้นของน้องพริมและตาคีย์นะคะ
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%