"บอกว่าไม่ต้องมาไงคะ! อีตาแว่นประสาทแดก! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง!"
เสียงโวยวายแหบแห้งราดด้วยความหงุดหงิดปนเปื้อนพิษไข้ดังลั่นห้องพักสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัด ท่ามกลางกองผ้าดิบ กระดาษแพทเทิร์น และร่างบางของพริมพรายที่กำลังนอนขดตัวซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าเนียนใสตอนนี้แดงก่ำเพราะพิษไข้ ปากคอที่เคยเจรจาพาทีฉอดๆ กลับแห้งผากจนแทบปริแตก แต่กระนั้นดวงตากลมโตก็ยังคงถลึงมองผู้บุกรุกหน้าตายที่ถือวิสาสะไขกุญแจห้องเข้ามาหน้าตาเฉย
คีย์ในชุดเสื้อฮู้ดสีดำสนิทและแว่นตาหนาเตอะไม่ได้สะท้านสะเทือนกับเสียงด่าทอนั้นเลยแม้แต่น้อย เขาวางถุงโจ๊กอุ่นๆ และยาบรรเทาไข้ลงบนโต๊ะทำงานที่มีเศษซากร่างโปรเจกต์แฟชั่นดีไซน์กองสุมกันราวกับรังหนู ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเดินดุ่มๆ เข้ามาประชิดเตียงนอน
"ถ้าฉันไม่มา... เธอก็คงนอนตายคาโต๊ะตัดเย็บชุดส่งอาจารย์ไปแล้วค่ะ ยัยตัวแสบ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่แฝงแววเอือมระอาเอ่ยขึ้น พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่เอื้อมมาแตะหน้าผากมนของเธออย่างถือวิสาสะ พริมพรายสะดุ้งสุดตัว พยายามปัดป้องมือคู่นั้นออกด้วยความฮึดฮัด
"อี๊! ใครอนุญาตให้แตะเนื้อต้องตัวคะ! มือเย็นชะมัด... แล้งฉันเหรอไอ้แว่น!"
"ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้ยังจะมีปากมีเสียงเถียงฉันได้อีกนะ" คีย์ขมวดคิ้วมุ่นหลังสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากหน้าผากของคนป่วย เขาไม่สนใจเสียงบ่นงึมงำประท้วงของร่างบาง มือหนาจัดการดึงผ้าห่มอุ่นขึ้นคลุมไหล่ให้เธออย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนโดยไม่คาดฝันทำเอาพริมพรายชะงักกึก หัวใจดวงน้อยที่เต้นรัวด้วยพิษไข้กลับเต้นรัวแปลกๆ ด้วยเหตุผลอื่นแทน
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ และเสียงลมหายใจร้อนผ่าวของคนป่วย พริมพรายเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นหนา เธอกัดริมฝีปากแห้งผากของตัวเองเบาๆ พยายามขุดคุ้ยหาคำพูดมากวนประสาทกลบเกลื่อนความใจเต้น
"มองอะไรคะ หน้าฉันมีรอยกาวลาเท็กซ์ติดอยู่หรือไง ถึงได้จ้องไม่กระพริบตาเลย... ไปไกลๆ เลยนะ เดี๋ยวติดหวัดไปแล้วฉันไม่รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลหรอกบอกให้รู้ไว้"
"ปากเก่งจังนะพริม... ตอนอยู่ในแชทพิมซะยาวเหยียด พอป่วยแล้วหงอยเป็นแมวป่วยโดนฝนเลยหรือไง" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเตียง หยิบช้อนตักโจ๊กเป่าลมเบาๆ ก่อนจะยื่นมาตรงหน้าเธอ "อ้าปากค่ะ... ถ้าไม่อยากให้ฉันต้องป้อนด้วยวิธีอื่น"
"อี๋! โรคจิต! ใครจะไปยอมให้เธอป้อนเล่า!" พริมพรายโวยวายหน้าแดงแจ๋ ยิ่งกว่าตอนพิษไข้เล่นงานเสียอีก เธอรีบคว้าช้อนมาจากมือเขาด้วยท่าทางทุลักทุเล "กินเองได้น่า มือไม่ได้หักสักหน่อย!"
ภาพหญิงสาวปากเก่งที่พยายามตักโจ๊กเข้าปากทั้งที่มือไม้สั่นระริก ทำให้มุมปากหยักสวยของหนุ่มวิศวะคอมฯ ยกย่องขึ้นเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู คีย์นั่งมองเงียบๆ โดยไม่ปริปากแซวต่อ ปล่อยให้เธอกินข้าวทานยาจนครบถ้วน ท่าทีเงียบขรึมแต่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ยิ่งทำให้หัวใจของดีไซเนอร์สาวปั่นป่วนจนแทบควบคุมไม่อยู่
"อ่ะ อิ่มแล้ว! พอใจยัง? เชิญกลับห้องเธอไปได้แล้วค่ะคุณโปรแกรมเมอร์" พริมพรายวางชามลงเสียงดังกลบเกลื่อนความประหม่า เธอล้มตัวลงนอนดึงผ้าห่มคลุมโปงหนีความอาย
คีย์ส่ายหัวเบาๆ กับความดื้อรั้นของคนบนเตียง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดการเก็บกวาดห้องให้เข้าที่เข้าทางอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงบ่นรำคาญใจจากปากเขาเลยสักคำ จนกระทั่งเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เสียงฝีเท้าที่เดินวนเวียนเงียบหายไป พริมพรายจึงค่อยๆ โผล่หัวออกมาจากผ้าห่มด้วยความสงสัย
ห้องว่างเปล่า...
อีตาแว่นนั่นกลับไปแล้วสินะ... ทำไมใจมันโหวงเหวงแปลกๆ แบบนี้นะ พริมพรายขมวดคิ้วมุ่น เผลอเม้มปากด้วยความน้อยใจนิดๆ ที่เขาปล่อยให้เธออยู่คนเดียวทั้งที่ยังไม่หายดี
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันแชทดังขึ้นขัดจังหวะความคิด พริมพรายรีบคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างหมอนขึ้นมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว hoping ว่าจะเป็นข้อความจากใครบางคน
[Key_01]: "อย่าเพิ่งหลับนะคะ ยาน่าจะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว ฉันต้มน้ำขิงทิ้งไว้หน้าห้อง ตื่นมา Remember ดื่มด้วยล่ะ ยัยตัวแสบ"
[Key_01]: "แล้วก็... พรุ่งนี้ฉันจะมารับไปส่งตึกคณะแต่เช้า ห้ามปฏิเสธ ไม่งั้นฉันจะพังประตูเข้ามาอุ้มเธอไปจริง ๆ ด้วย"
พริมพรายอ่านข้อความเหล่านั้นแล้วเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว แก้มใสร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบไม่ใช่เพราะไข้หวัด แต่เป็นเพราะความอบอุ่นที่ซึมซับเข้ามาในอก เธอรีบพิมพ์ข้อความตอบกลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความหมั่นไส้
[Prim_Ploy]: "ใครใช้ให้มาสั่งคะ! บ้าอำนาจชะมัด! ละครหลังข่าวมาก นายแว่นโรคจิต!"
ติ๊ง! ข้อความตอบกลับจากเขากลับมาทันทีราวกับนั่งเฝ้าหน้าจอ
[Key_01]: "เป็นห่วง... แค่นี้ก็ดูไม่ออกหรือไงครับ ยัยทึ่ม"
กรี๊ด! พริมพรายแทบจะเอาหัวโขกหมอนด้วยความเขินอาย เธอนิ้วสั่นพิมพ์ตอบกลับไปทันทีด้วยความลนลาน
[Prim_Ploy]: "ใครทึ่มยะ! พูดจาแบบนี้อยากโดน... งื้ออออ!"
เธอเผลอพิมพ์คำว่า "อยากโดนจูบเหรอ" ลงไปแทนที่จะเป็นคำว่าตีมือ! พริมพรายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบกดปุ่มยกเลิกข้อความสุดชีวิตด้วยความลนลาน เลือดในกายสูบฉีดจนหน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิม
ทว่า... หน้าจอโทรศัพท์กลับปรากฏสถานะ Read ทันที พร้อมกับข้อความใหม่ที่เด้งขึ้นมาตัดหน้าความพยายามลบข้อความของเธอ
[Key_01]: "ข้อความเมื่อกี้... ฉันแคปหน้าจอไว้ทันนะคะ พริมพราย"
[Key_01]: "พรุ่งนี้ตื่นมารับผิดชอบคำพูดตัวเองด้วยล่ะ... ฝันดีครับ ยัยดีไซเนอร์ขี้อ่อย"
พริมพรายชะាំងค้างเติ่ง โทรศัพท์มือถือแทบจะร่วงหลุดจากมือ หัวใจเต้นโครมครามรุนแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก เมื่อเงาตะคุ่มของใครบางคนกำลังทาบทับอยู่หลังกระจกประตูห้องนอนที่ไม่ได้ล็อกกลอน!
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาอมยิ้มและเขินไปกับความละมุนของน้องพริมและตาคีย์ในค่ำคืนนี้นะคะ พีชชี่เบอร์รี่)
ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน•ตอนที่ 17
เมื่อความกวนกลายเป็นความห่วง
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!