เสียงกระแทกแฟ้มแบบแปลนชุดโปรเจกต์ลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังปัง จนแก้วกาแฟเซรามิกสั่นสะเทือนระรัว น้ำสีดำเข้มกระฉอกออกมาเลอะขอบกระดาษสีขาว พริมพรายตวัดสายตาคมกริบมองร่างสูงโปร่งที่นั่งหลังงออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพารุ่นเก่าคร่ำครึ เส้นผมยุ่งเหยิงราวนกกระจอกไม่ได้รับการหวี และแว่นสายตากรอบหนาที่เลื่อนลงมาเกือบถึงปลายจมูก นั่นล่ะค่ะ... ภาพของอีตานายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน หรือ "คีย์" พ่อหนุ่มวิศวะคอมพิวเตอร์ผู้ทำให้ชีวิตการเรียนแฟชั่นดีไซน์ปีสามของเธอกลายเป็นนรกขุมย่อมๆ ในโปรเจกต์งานคู่ข้ามคณะนี้
"นี่นายคีย์! นายอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกหรือสมองฝังชิปประมวลผลจนเพี้ยนไปแล้วคะ ถึงได้เอาโค้ดบ้าบออะไรนี่มาแปะไว้บนชุดราตรีผ้าชีฟองซิลค์ออร์แกนซ่าของฉัน!" พริมพรายเท้าสะเอว เชิดหน้าขึ้นด้วยความโมโหจนแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ ปลายนิ้วเรียวที่เพ้นท์ลายเล็บเจลสีพาสเทลชี้ไปยังหน้าจอโน้ตบุ๊กที่มีตัวเลขและตัวอักษรสีเขียววิ่งรัวเป็นแถว
คีย์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ผ่านเลนส์แว่นหนาเตอะ เขาไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือสะดุ้งสะเทือนกับเสียงกรี๊ดกร๊าดของแม่ดีไซเนอร์สาวจอมเหวี่ยงเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแค่ขยับกรอบแว่นขึ้นเล็กน้อยด้วยปลายนิ้วชี้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเย็นชาที่ชวนให้อยากเอาแฟ้มฟาดหน้าสักที
"มันไม่ใช่โค้ดบ้าบอครับ... เอ้ย... โค้ดบ้าบออะไร พริมพราย" คีย์เกือบเผลอหลุดปากพูดคำผู้ชายออกมา แต่ก็รีบเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อเห็นดวงตากลมโตของแม่คุณวาวโรจน์ "มันคืออัลกอริทึมการคำนวณน้ำหนักผ้าและการทิ้งตัวของเส้นใย เพื่อให้เวลาเดินบนรันเวย์ ชุดมันจะไม่พลิ้วไหวเกินจนโป๊ไงครับ... เอ๊ย! จนเกินงาม"
"ไม่ต้องมาทำเป็นพูดจาหลักการวิทยาศาสตร์เลยนะคะ! ชุดของฉันถูกออกแบบมาให้มีความเซ็กซี่แบบไฮแฟชั่น แบบที่ปารีสแฟชั่นวีคเขาทำกัน นายจะเอาเลขฐานสองหรือโค้ดโปรแกรมเมอร์ต๊อกต๋อยมายัดใส่ชายกระโปรงไม่ได้ มันทำลายสุนทรียศาสตร์ของดีไซน์หมด!" พริมพรายเดินเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนแทบจะสิงร่างอีกฝ่าย ดวงตาคู่สวยจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง
บรรยากาศในห้องสตูดิโอเล็กๆ ของคณะสถาปัตย์ที่ใช้เป็นกองกลางสำหรับทำโปรเจกต์ร่วมกันค่อนข้างอึมครึม กลิ่นอายของกาแฟสำเร็จรูปและกระดาษร่างแบบคละคลุ้งไปทั่ว พริมพรายสะบัดหน้าหนี พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อไม่ให้เผลอหยิบกรรไกรตัดผ้าแถวนั้นมาจ้วงหัวไอ้คนตรงหน้า เหตุการณ์เมื่อคืนที่เธอเห็นเขาใส่ฮู้ดดำยืนยิ้มมุมปากพิงกำแพงคอนโดฯ ยังหลอนติดตาอยู่เลย แถมพอทักแชตไปถาม อีตานนี่ก็อ่านไม่ตอบ ปล่อยให้เธอนอนกระสับกระส่ายคิดไปเองทั้งคืนว่าเขาเป็นสตอล์กเกอร์โรคจิตหรือเปล่า
*Notification เสียงแชตไลน์ดังขึ้น*
[Key_01]: ดื้อจังวะ
[Key_01]: สั่งแก้ตรงชายกระโปรงอีกรอบ เดี๋ยวพรุ่งนี้เอาโค้ดลายปักดิจิตอลมาให้ดู ชุดเธอจะล้ำจนกรรมการตาค้างเลย เชื่อฉันสิยัยตัวแสบ
พริมพรายก้มมองโทรศัพท์มือถือในมือที่สั่นครืด นิ้วเรียวกดแป้นพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วจนแทบจะทะลุจอ
[PrimPrai_]: ใครยัยตัวแสบฟะ! แล้วไม่ต้องมาสั่ง ฉันเป็นหัวหน้าทีมดีไซน์ นายมีหน้าที่แค่ทำตามที่ฉันสั่ง ไม่ใช่มาครีเอทอะไรเองพิสดารแบบนี้! 😡
[Key_01]: หัวหน้าทีมแต่ไม่มีหัวคิดเรื่องโครงสร้างโครงร่างชุดเลยนะคุณดีไซเนอร์ ถ้าไม่มีโค้ดระบบไฟเบอร์ออปติกที่ฉันฝังไว้ ชุดราตรีปักเลื่อมของเธอจะส่องแสงไฟนีออนไม่ได้ตอนปิดไฟรันเวย์ จำไม่ได้เหรอว่าโจทย์ปีนี้คือ 'Future Cyberpunk' น่ะ หืม?
พริมพรายชะงักกึก สมองที่กำลังพยายามหาคำด่ามาโต้เถียงหยุดทำงานไปชั่วขณะ... จริงด้วยสé! โจทย์หลักของโปรเจกต์นี้คือความล้ำยุคผสมผสานแฟชั่นกับเทคโนโลยี เธอ มัวแต่ไปเน้นความพริ้วไหวของเนื้อผ้าจนลืมกิมมิคสำคัญเรื่องแสงไฟที่ต้องประสานกับระบบคอมพิวเตอร์ที่คีย์รับผิดชอบไปเสียสนิท
หญิงสาวเม้มปากแน่น ความมั่นใจเมื่อครู่ลดฮวบลงเหลือศูนย์ ใบหน้างามหันขวับกลับมามองนายแว่นเงียบที่ตอนนี้กำลังยกยิ้มมุมปากแบบเดียวกับผู้ชายในชุดฮู้ดสีดำเมื่อคืนไม่มีผิดเพี้ยน!
หัวใจของพริมพรายกระตุกวูบอย่างแรง ร่างสูงโปร่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหน้า กับเงาดำปริศนาที่ระเบียงคอนโดเมื่อคืนซ้อนทับกันสนิท... เป็นไปไม่ได้น่า! นายแว่นเฉิ่มเชยเก็บตัวคนนี้น่ะเหรอจะเป็นคนเดียวกับเจ้าของรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้ใจเธอสั่นเล่น?
"นาย..." พริมพรายเอ่ยเสียงแผ่วลง ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่วันหายไปไหนหมดไม่รู้ เหลือเพียงความสงสัยที่ตีรวนขึ้นมาในอก "นายเป็นใครกันแน่คะเนี่ย ทำไมถึงรู้เรื่องดีไซน์ของฉันดีนัก ทั้งที่นายเรียนวิศวะฯ แท้ๆ"
คีย์ค่อยๆ ถอดแว่นสายตากระจกหนาออก ใช้เสื้อฮู้ดสีเทาเช็ดเลนส์ช้าๆ เผยให้เห็นดวงตาคมกราบกริบเป็นประกายวิบวับภายใต้แสงไฟสลัวของสตูดิโอ เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้เธอทีละน้อย จนพริมพรายต้องถอยหลังกรูดไปชนกับชั้นวางม้วนผ้าด้านหลัง
"อยากรู้เหรอครับ..." เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลผิดคาดกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู จนพริมพรายรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ถ้าอยากรู้ความลับของโปรแกรมเมอร์คนนี้... เย็นนี้ไปกินชาบูกับฉันที่ร้านหน้ามอ แล้วฉันจะเล่า 'ทุกเรื่อง' ให้ฟังแบบหมดเปลือกเลย... ว่าทำไมฉันถึงจำขนาดตัว... เอ๊ย... จำสัดส่วนชุดทุกมิลลิเมตรของเธอได้แม่นนัก"
พริมพรายหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันที ยัยดีไซเนอร์สาวกำลังจะอ้าปากด่ากราดแก้เขิน แต่จังหวะนั้นเอง ประตูสตูดิโอไม้บานใหญ่ก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความเกรงใจ พร้อมกับร่างของรุ่นพี่ปีสี่สุดฮอตคณะบริหารธุรกิจ—'พี่กรณ์'—ที่ก้าวเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้กุหลาบแดงช่อโตในมือ และรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ทำเอาสาวๆ ทั้งคณะกรี๊ดสลบ
"พริมครับ พี่เอาชาบูกับข้าวเย็นมาฝาก... เอ๊ะ น้องคีย์ก็อยู่ด้วยเหรอครับเนี่ย ทำไมบรรยากาศมันดู... มาคุจัง?"
ขอขอบคุณทุกกำลังใจและการติดตามจากใจของนักเขียนสายป스ฟีลกู๊ดคนนี้ด้วยนะคะ!
ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน•ตอนที่ 4
แฟชั่นโชว์กับโค้ดคอมพิวเตอร์
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!