ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนไลน์กลุ่มโปรเจกต์ ‘ออกแบบเสื้อผ้าให้ภาควิชาวิศวะ’ ดังขึ้นเป็นครั้งที่สิบในรอบหนาที แต่มันไม่ใช่เสียงธรรมดานะคะ มันคือเสียงประหารชีวิตที่กำลังสั่นสะท้อนอยู่ในหัวของพริมพราย ผู้กำลังนั่งกุมขมับอยู่หน้าจอโน้ตบุ๊กยี่ห้อดังในห้องนอนรกๆ ของตัวเอง
ให้ตายเถอะ! นี่เธอกล้าดียังไงไปพิมพ์ประโยคบ้าๆ แบบนั้นลงไปในกลุ่มที่มีอาจารย์ที่ปรึกษาและพวกตัวท็อปคณะวิศวะอยู่กันครบถ้วน!
*‘ถ้าอีตาแว่นหนาหน้ามึนอย่างนายคีย์ เก่งนักก็มาออกแบบเองเลยไหมคะ? หรือว่าเก่งแต่พิมพ์คีย์บอร์ดจิกกัดชาวบ้านไปวันๆ’*
กรี๊ดดดด! พริมพรายอยากจะเอาหัวโขกกับมุมโต๊ะไม้สักให้รู้แล้วรู้รอด นี่เธอสติหลุดไปถึงดาวอังคารตอนไหน ถึงได้เผลอหลุดคำว่า ‘นะคะ’ แบบประชดประชันแถมยังท้าทายอำนาจมืดของตาแว่นโรคจิตนั่นไปได้ ยิ่งคิดยิ่งอยากจะย้อนเวลากลับไปเอานิ้วมือตัวเองมาตัดทิ้งจริงๆ ค่ะ!
มือเรียวบางที่เพิ่งทำเล็บเจลลายตารางมาสดๆ ร้อนๆ กำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังหน้าจอแชตที่ตอนนี้เงียบกริบ... เงียบแบบผิดปกติ เงียบแบบที่เรียกว่า ‘ความเงียบก่อนพายุใหญ่จะมาเยือน’
ไม่มีใครกล้าพิมพ์อะไรต่อจากข้อความของเธอเลยสักคนเดียว อาจารย์ที่ปรึกษาคงกำลังช็อกจนความดันขึ้น ส่วนเพื่อนร่วมทีมสายแฟชั่นของเธอก็คงกำลังวิ่งวุ่นหาพวงหรีดมาส่งให้หน้าห้อง เธอพลาดแล้ว... พลาดแบบมหันต์เลยค่ะยัยพริม!
และแล้ว... ในเสี้ยววินาทีที่หัวใจของพริมพรายหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ฟองอากาศเคลื่อนไหวสามจุดก็ปรากฏขึ้นใต้ข้อความท้าทายนั้น
*Kee: ครับ.*
สั้นๆ ง่ายๆ แค่นี้... แต่มันทำเอาอุณหภูมิในห้องแอร์เย็นเฉียบติดลบกลายเป็นเตาเผาขนาดยักษ์ได้ทันที! คำว่า ‘ครับ’ ของเขาไม่มีเครื่องหมายตกใจ ไม่มีคำอธิบายใดๆ แต่มันแผ่รังสีอำมหิตทะลุจอออกมาจนพริมพรายต้องสะดุ้งเฮือก
ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งสติได้ ฟองอากาศสามจุดก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ยาวเหยียดราวกับเข'ากำลังร่ายโองการแช่งชิงชีวิต
*Kee: ในเมื่อคุณพริมพรายออกปากท้าทายด้วยความมั่นใจขนาดนี้แล้ว ในฐานะตัวแทนฝ่ายวิศวะคอมฯ ที่ ‘เก่งแต่พิมพ์คีย์บอร์ดจิกกัดชาวบ้าน’ อย่างที่ว่า... ผมคงปฏิเสธน้ำใจไม่ได้สินะครับ*
*Kee: งั้นเรามาตกลงกติกากันหน่อยดีไหม? พรุ่งนี้บ่ายโมงตรง ที่ห้องสโมสรนักศึกษาคณะวิศวะ คุณมาพรีเซนต์ไอเดียที่คุณคิดว่า ‘เจ๋ง’ นักหนาให้ผมดูต่อหน้า ถ้ามันเวิร์ก... ผมจะยอมเงียบปากแล้วทำตามที่คุณสั่งทุกอย่าง แต่ถ้ามันห่วยแตก...*
*Kee: คุณต้องเป็นคนจัดการเรื่องเอกสารและงบประมาณทั้งหมดของโปรเจกต์นี้คนเดียว... ตกลงตามนี้นะครับ?*
อ่านจบแล้วพริมพรายแทบจะกรี๊ดออกมาเป็นภาษาบาลี! นี่มันกับดักชัดๆ! ตาแว่นบ้านี่ตั้งใจวางแผนต้อนเธอให้จนมุมตั้งแต่แรกแล้วแน่ๆ รอยยิ้มเย็นชาใต้กรอบแว่นหนานั่นลอยเข้ามาในหัวจนเธอรู้สึกคันไม้คันมืออยากจะเอาเท้าไปลูบหน้าเขาเบาๆ สักทีสองที
ปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง อารมณ์กรุ่นโกรธพุ่งทะยานขึ้นมาถึงขีดสุด ความกลัวเมื่อครู่วันนี้ถูกแทนที่ด้วยความหัวรั้นและทิฐิที่ค้ำคออยู่เต็มอก คนอย่างพริมพรายไม่มีทางยอมแพ้ให้ไอ้ตาแว่นหน้าจืดนี่เด็ดขาด!
*พริมพราย: หึ! คิดว่าฉันกลัวเหรอคะ? ได้เลย! พรุ่งนี้บ่ายโมงตรง เตรียมตัวกราบขอขมาฉันไว้ล่วงหน้าได้เลยค่ะ คุณคีย์สุดหล่อ!*
เธอพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความเร็วแสง พร้อมกับกดส่งแบบไม่คิดชีวิต แม้ว่าในใจลึกๆ จะเริ่มรู้สึกหวิวๆ เหมือนคนกำลังจะโดนถีบตกหน้าผาก็ตามทีเถอะค่ะ
ติ๊ง!
เสียงไลน์ตอบกลับดังขึ้นแทบจะทันที ราวกับว่าเขากำลังถือโทรศัพท์รอจังหวะนี้อยู่ตลอดเวลา
*Kee: ครับ... แล้วเจอกันครับ ‘คุณดีไซเนอร์คนเก่ง’ อย่าเบี้ยวล่ะ เพราะผมไม่ชอบคนพูดไม่รักษาคำพูด*
พริมพรายโยนโทรศัพท์มือถือลงบนเตียงนอนนุ่มฟูอย่างหัวเสีย เธอทิ้งตัวลงนอนหงายแผ่หลา มองเพดานห้องด้วยความรู้สึกหงุดหงิดปนสับสน แปลกจัง... ทั้งที่ควรจะโกรธจนนอนไม่หลับ แต่ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นแรงแปลกๆ ทุกครั้งที่นึกถึงน้ำเสียงกวนประสาทผ่านตัวอักษรพวกนั้นกันนะ?
นี่เธอเป็นอะไรไปเนี่ย!
ผ่านไปเกือบชั่วโมงที่พริมพรายพยายามข่มตาหลับแต่ไม่เป็นผล ในหัวมีแต่ภาพของร่างสูงโปร่งที่มักจะสวมเสื้อฮู้ดสีดำตัวโคร่งกับแว่นสายตากรอบหนา ท่าทางเงียบขรึมเหมือนคนไร้ตัวตนในโลกความเป็นจริง แต่กลับร้ายกาจและแพรวพราวเสียยิ่งกว่าเสือซุ่มในโลกออนไลน์
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกห้องนอนเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล ทำให้พริมพรายที่กำลังพลิกตัวไปมาต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นค่ำคืนป่านนี้แล้ว ใครจะมาเคาะห้องเธออีกเล่า? หรือจะเป็นคุณแม่ที่แอบเอาVitonมาบ่นเรื่องที่เธอเรียนแฟชั่นอีกรอบ?
ร่างบางลุกขึ้นจากเตียง เดินย่องเบาไปเปิดประตูด้วยใบหน้าหงุดหงิดเตรียมจะวีนใส่เต็มที่ แต่ทว่า... เมื่อบานประตูเปิดออก ความตั้งใจที่จะด่าทอกลับกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อพบว่าหน้าห้องของเธอไม่มีใครยืนอยู่เลยสักคน...
มีเพียงกล่องพัสดุสีน้ำตาลขนาดกลางวางอยู่บนพรมเช็ดเท้าหน้าห้อง พร้อมกับกระดาษโน้ตสีชมพูอ่อนแปะทับไว้ด้านบนด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลัง
พริมพรายก้มลงหยิบกระดาษโน้ตแผ่นนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ที่เขียนไว้ด้วยหมึกสีดำสนิท
*‘กันเหนียวไว้ก่อน... พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องอ้างว่าไม่มีชุดใส่มาพรีเซนต์ให้ผมดู’*
*- จากคนที่คุณบอกว่าเก่งแต่คีย์บอร์ด -*
ให้ตายเถอะ! เขารู้ได้ยังไงว่าห้องเธออยู่ไหน?! แล้วกล่องนี่มันคืออะไรกันแน่?!
พริมพรายรีบหันซ้ายแลขวาไปตามทางเดินมืดสลัวของคอนโดทันที หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล และในมุมมืดสุดทางเดินใกล้บันหนีหนีไฟ ร่างสูงโปร่งในชุดฮู้ดสีดำคุ้นตา กำลังยืนพิงกำแพงกอดอกมองตรงมาที่เธอ รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์ถูกส่งผ่านมาในความมืด ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นโบกให้เธอช้าๆ เป็นเชิงบอกลา แล้วหันหลังเดินหายลับไปอย่างไร้เสียง...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความแสบสันของยัยพริมกับตาแว่นคีย์กันนะคะ!
ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน•ตอนที่ 3
สงครามในแชตเริ่มขึ้นแล้ว
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!