"ถ้าคุณคีย์ยังเดินช้ากว่าเต่าต้วมเตี้ยมแบบนี้อีกสามก้าว พริมจะทิ้งคุณไว้ที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงงานแล้วนะคะ!"
เสียงแหลมใสที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดดังทะลุเสียงเครื่องจักรทอผ้าขนาดใหญ่ในโกดังอุตสาหกรรมขนาดยักษ์ พริมพรายสะบัดหน้าม้าที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยอย่างขัดใจ มือข้างหนึ่งกำสมุดแพทเทิร์นแน่นจนสันปกยับยู่ยี่ ส่วนอีกข้างกอดอกมองค้อนร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชื้อสีพื้นธรรมดาที่สวมทับด้วยเสื้อกั๊กช่างซ่อมบำรุง—เดี๋ยวนะคะ ทำไมผู้ชายคนนี้ใส่อะไรก็ดูดีไปหมด แม้แต่แว่นตากลมหนาเตอะที่เกือบจะหลุดร่วงลงมาสันจมูกนั่นก็ยังดู... น่าหมั่นไส้เป็นบ้า!
คีย์หยุดฝีเท้าลงอย่างไม่รีบร้อน เขาปรายตามองป้ายเตือนภัยสีเหลืองสลับดำบนผนัง ก่อนจะหันมามองแม่ดีไซเนอร์ตัวแสบที่กำลังพองลมจนแก้มป่องด้วยความเอือมระอา รอยยิ้มมุมปากที่แทบมองไม่เห็นปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามสไตล์นายแว่นไร้ตัวตน
"ผมเดินความเร็วปกติครับ... อ๊ะ ขอโทษที พริมพรายจำผิด พริมพรายต่างหากที่เดินเร็วเหมือนจะไปวิ่งมาราธอนหนีควายไล่ขwit" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ แต่สายตาสื่อความหมายกวนประสาทแบบสุดพลัง
"นี่คุณ!" พริมพรายแทบจะกรี๊ดออกมาตรงนั้น เธอพุ่งตัวเข้าไปประชิดร่างสูงหมายจะใช้สันสมุดดีไซน์ฟาดหัวคนปากเสียสักที สองเดือนก่อนเขายังเป็นแค่นายแว่นเงียบขรึมที่นั่งมุมอับในห้องคอมพิวเตอร์ ทำไมพอออกมาโลกภายนอกถึงได้กลายร่างเป็นปีศาจฝีปากกล้าที่คอยกวนประสาทเธอได้ทุกวินาทีแบบนี้นะคะ!
"อย่าแม้แต่จะคิดจะใช้สมุดเล่มนั้นทำร้ายร่างกายพนักงานวิชาการเชียวนะคะคุณหนู" คีย์เอื้อมมือหนามาคว้าข้อมือเล็กไว้ทันควัน สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาทำเอาพริมพรายชะงักกึก หัวใจดวงน้อยกระหน่ำตีรัวราวกับกลองเพลในวัด สติสตั๊งที่เคยมีกระเจิดกระเจิงไปหมด กลิ่นหอมสะอาดเจือจางกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มอ่อนๆ จากตัวเขาลอยเข้าจมูกจนเผลอสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว
ให้ตายเถอะ! นี่เธอกำลังแพ้ทางผู้ชายหน้าตายคนนี้อยู่อย่างนั้นเหรอคะเนี่ย!
"ปล่อยเลยนะ! ใครคือนายจ้าง ใครคือลูกจ้างกันแน่คะเนี่ย!" พริมพรายสะบัดข้อมือออกทันที ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายปนเคือง เธอกลบเกลื่อนความใจเต้นด้วยการหันไปสนใจม้วนผ้าลูกไม้สีงาช้างที่วางอยู่บนโต๊ะยาว "แล้วนี่... ผ้าล็อตนี้ที่สั่งทำพิเศษสำหรับคอลเลกชันจบการศึกษาของพริม ทำไมถึงทอออกมาเนื้อหนากว่าที่บรีฟไว้ตั้งสามมิลลิลิตรคะ! แบบนี้ชุดราตรีฟูฟ่องที่พริมออกแบบมันก็จะกลายเป็นชุดเกราะอัศวินไปพอดีน่ะสิ!"
คีย์ขยับแว่นตาเล็กน้อย เขาก้มลงหยิบตัวอย่างผ้าขึ้นมาพิจารณาอย่างตั้งอกตั้งใจ บรรยากาศรอบตัวของหนุ่มวิศวะคนเดิมกลับมาอีกครั้ง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหนาทอประกายความจริงจังและเฉียบคมจนพริมพรายเผลอเงียบเสียงลงโดยอัตโนมัติ
"ความหนาเกินไปสามมิลลิลิตรเกิดจากแรงดึงของเครื่องจักรล็อตใหม่ที่เพิ่งนำเข้าจากเยอรมันครับ ถ้าคุณพริมใช้สมองอันน้อยนิดคิดวิเคราะห์สักนิด จะรู้ว่าผ้าตัวนี้เหมาะกับการทำโครงสร้างกระโปรงสุ่มด้านในมากกว่าจะเอามาทำระบายภายนอก..." คีย์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหยอกเย้า "แต่ก็นะ... ดีไซเนอร์บางคนอาจจะชอบให้างแบบใส่ชุดเกราะเหล็กไปเดินแคทเดินแบบเพื่อป้องกันพวกปากเสียก็ได้มั้งครับ"
"นี่คุณคีย์! อยากโดนเย็บปากติดกับจักรทอผ้าใช่ไหมคะ!"
พริมพรายแยกเขี้ยวใส่ ร่างบางก้าวเข้าไปประชิดจนแทบจะแนบชิดกับอกแกร่ง ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของคีย์ก็แผדเสียงสั่นครืดคราดขึ้นมาขัดจังหวะการปะทะฝีปากพอดี
คีย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบสมาร์ตโฟนหน้าจอแตกยับขึ้นมาดู ปลายสายปรากฏข้อความแจ้งเตือนจากหน้าต่างแชตสีเขียวที่พริมพรายแอบเหลือบไปเห็นโดยบังเอิญ—มันเป็นหน้าจอแชตโปรแกรมเมอร์ที่คุ้นตาอย่างประหลาด รหัสโค้ดชุดยาวเหยียดและโลโก้แมวอ้วนสวมแว่นตาดำที่เธอคุ้นเคยดีเพราะมันคือไอคอนเดียวกับแฮกเกอร์ตัวแสบที่ชอบทักมาปั่นหัวเธอลับหลังในโลกออนไลน์!
หัวใจของพริมพรายกระตุกวูบ ความสงสัยที่สะสมมานานนับเดือนพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เธอมองหน้าคีย์สลับกับหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่อีกฝ่ายรีบกดล็อกหน้าจอเก็บใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว
สายตานิ่งสนิทหลังกรอบแว่นหนานั้นไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—รวดเร็วเสียจนถ้าพริมพรายไม่สังเกตุก็คงมองไม่เห็น
"มองอะไรครับ หน้าผมมีรอยเปื้อนสีพิมพ์ผ้าติดอยู่หรือไง" คีย์เอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับหลบเลี่ยงการสบตาอย่างน่าสงสัย
"เปล่าค่ะ..." พริมพรายหรี่ตามองอย่างจับผิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของแม่ดีไซเนอร์ตัวแสบ "พริมแค่คิดว่า... คุณคีย์เนี่ย มีความลับอะไรปิดบังพริมอยู่หรือเปล่าคะ?"
ความเงียบโรยตัวลงระหว่างคนทั้งคู่ท่าเสียงเครื่องจักรรอบตัวที่เริ่มเบาลง บรรยากาศที่เคยตึงเครียดด้วยการทะเลาะกันเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดอีกรูปแบบหนึ่ง—ความตึงเครียดที่เต็มไปด้วยความลับ ความใกล้ชิด และหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ
ทว่าในวินาทีที่พริมพรายกำลังจะก้าวเข้าไปคาดคั้นคำตอบให้รู้เรื่อง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้จัดการโรงงานพร้อมกับพนักงานอีกสองคนก็เดินตรงดิ่งเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
"คุณคีย์ครับ! แย่แล้วครับ! ระบบควบคุมอุณหภูมิห้องอบผ้าหลักเกิดล่มกะทันหัน ข้อมูลแพตเทิร์นดิจิทัลที่ส่งมาจากเซิร์ฟเวอร์หลักหายเกลี้ยง ทีมโปรแกรมเมอร์หน้างานแก้ไม่ได้เลยครับ!"
คีย์หันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่กำลังแสดงผลหน้าจอสีฟ้าแห่งความตาย (Blue Screen) ร่างสูงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมามองพริมพรายที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
"ดูเหมือนว่า... ผมต้องไปทำงานในฐานะ 'โปรแกรมเมอร์' ให้คุณเห็นแล้วล่ะครับคุณดีไซเนอร์" คีย์ถอดเสื้อกั๊กช่างซ่อมบำรุงออก เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในที่พับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนอย่างคนสุขภาพดี "ยืนรออยู่ตรงนี้เฉยๆ ล่ะครับ อย่าซุ่มซ่ามไปจับอะไรเข้า ไม่งั้นชุดคอลเลกชันจบการศึกษาของคุณได้กลายเป็นเศษผ้าขี้ริ้วจริงๆ แน่"
พูดจบ ร่างสูงก็ก้าวฉับๆ ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลัก มือเรียวยาวเริ่มจดจ่ออยู่บนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วแสง นิ้วมือรัวพิมพ์โค้ดคำสั่งภาษาโปรแกรมมิ่งที่พริมพรายอ่านตามไม่ทันด้วยซ้ำ แสงไฟจากหน้าจอสะท้อนลงบนกรอบแว่นหนา ยิ่งทำให้ผู้ชายคนนี้ดูมีเสน่ห์และน่าค้นหาอย่างประหลาด—จนกระทั่งสายตาของพริมพรายเหลือบไปเห็นท่าทางการพิมพ์มือข้างซ้ายที่กระดกนิ้วก้อยเล็กน้อย... ท่าทางแบบนั้น... รูปแบบการพิมพ์โค้ดแบบนั้น...
มันคือท่าทางเดียวกับ 'โปรแกรมเมอร์ X' คนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน!
พริมพรายอ้าปากค้าง สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง ภาพความกวนประสาทในแชตกับภาพความกวนประสาทต่อหน้าซ้อนทับกันสนิทอย่างไร้รอยต่อ
ให้ตายสิคะคุณผู้ชม! นายแว่นเฉิ่มเบ๊ไร้ตัวตนคนนี้... แท้จริงแล้วคือผู้ชายปากร้ายคนเดียวกันกับคนที่เธอแชตด่าทุกวันเลยอย่างนั้นเหรอคะเนี่ย!
และก่อนที่พริมพรายจะได้เอ่ยปากโพล่งความจริงออกมา คีย์ก็กดปุ่ม Enter ครั้งสุดท้าย เสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ดังสนั่น หน้าจอสีฟ้ากลับมาเป็นหน้าจอระบบควบคุมปกติอย่างรวดเร็ว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนป๊อปอัพสีแดงสว่างวาบขึ้นกลางจอคอมพิวเตอร์หลัก—มันเป็นหน้าจอแชตส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือของเธอโดยตรง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์จากสมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อของพริมพรายดังขึ้นพร้อมกัน: *[Kee_Official: แสบนักนะ... ยัยแมวขี้โวยวาย รู้ความจริงตอนนี้ จะยังกล้าจูบฉัน เอ้ย จะยังกล้าต่อปากต่อคำอีกไหมล่ะครับ?]*
พริมพรายเบิกตากว้าง หันขวับไปมองคีย์ที่กำลังหันกลับมาส่งยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ให้เธออย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า
.
.
.
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาปะทะความฟินและเอาใจช่วยยัยตัวแสบของเราในตอนนี้นะคะ! ห้ามพลาดตอนหน้าเด็ดขาดเพราะความลับกำลังจะถูกเปิดเผยแบบหมดเปลือกแล้วค่ะ! 💕
ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน•ตอนที่ 9
นัดกระชับมิตร...หรือนัดตีกัน?
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!