"ห้องพักหมดค่ะคุณพริมพราย เหลือห้องสุดท้ายแบบเตียงเดี่ยวคิงไซส์... และทางเราไม่อมีนโยบายเสริมเตียงด้วยนะคะ"
เสียงพนักงานต้อนรับหน้าฟรอนต์ของรีสอร์ทกลางหุบเขาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่จริงใจที่สุดในโลก แต่สำหรับพริมพรายแล้ว มันคือรอยยิ้มที่เหมือนส่งเธอลงไปในขุมนรกโลกันตร์ชัดๆ
นักศึกษาสาขาแฟชั่นดีไซน์สาวเบิกตากว้าง หันขวับไปมองคีย์ที่กำลังยืนล้วงกระเป๋าเสื้อฮู้ดสีดำ ทำหน้าตายเฉยเมยราวกับว่าเรื่องเตียงเดี่ยวห้องเดียวในป่าเขาค่ำคืนนี้ เป็นเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับเขาเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าคมคายภายใต้กรอบแว่นหนานั่นหันมาสบตาเธอ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมาให้แบบไม่ต้องขออนุญาต... รอยยิ้มของผู้ถือไพ่เหนือกว่าในทุกๆ ทาง
"คุณพูดว่าอะไรนะคะ? ห้องหมด? เหลือห้องเดียว?" พริมพรายหันกลับไปถามพนักงานเสียงสูงด้วยความลนลาน มือเรียวที่เพิ่งทำเล็บเจลลายตารางมาหมาดๆ กำฮูดเสื้อแจ็คเก็ตของตัวเองแน่น "เช็คดูดีๆ อีกรอบซิคะ แบบ... ห้องเก็บของ ห้องใต้หลังคา หรือเตียงพับสนามริมระเบียง ไม่มีเลยเหรอคะคุณพี่"
"ไม่มีจริงๆ ค่ะน้อง ทางเราเป็นรีสอร์ทบูติกเล็กๆ ช่วงนี้หน้าฝนนักท่องเที่ยวน้อย เขาเลยปิดปรับปรุงตึกโซนโน้นหมดแล้วค่ะ เหลือแค่ตึกนี้โซน VIP ห้องนี้ห้องสุดท้ายพอดี ดีนะคะเนี่ยที่น้องๆ มาทัน ไม่งั้นต้องนอนในรถแน่ๆ เลยค่ะ"
พริมพรายอยากจะกรี๊ดออกมาเป็นภาษาฝรั่งเศสให้รู้แล้วรู้รอด บรรยากาศรอบตัวตอนนี้มีเพียงเสียงหริ่งหรีดเรไรร้องระงมท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขาในต่างจังหวัด แถมฝนยังทำท่าจะตก Lลงมาปรอยๆ อีกต่างหาก แผนการหนีมาร่วมทริปสำรวจผ้าพื้นเมืองกับทางคณะควรจะเป็นทริปสงบจิตสงบใจหนีความวุ่นวายจากตารางงานดีไซน์ที่สุมหัว ไม่ใช่การมาติดแหง็กในป่าแถมต้องมาแชร์เตียงนอนร่วมกับ... นายแว่นโปรแกรมเมอร์ปากหมาคนนี้!
ตึกตัก... ตึกตัก...
เสียงหัวใจเธอดังแข่งกับเสียงฝนที่เริ่มกระทบหลังคากระเบื้อง พริมพรายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อรับกุญแจห้องพักหมายเลข 404 มาถือไว้ในมือ เย็นเฉียบ... ทั้งกุญแจ ทั้งสถานการณ์
"เดินนำไปสิคะ ยืนบื้ออยู่ทำไม" พริมพรายหันไปแหวใส่คนที่ยืนเงียบเป็นเป่าสากอยู่ข้างๆ
คีย์ไม่โต้เถียง เขาเพียงแค่กวาดสายตามองกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบที่วางอยู่ข้างตัว ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าเดินทางของเธอมาถือไว้เองอย่างไร้รอยต่อ ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสโดนมือเธอเบาๆ ทำเอาพริมพรายสะดุ้งรีบชักมือกลับราวกับโดนไฟช็อต
"มือถืออะไรนักหนา ตัวแค่นี้พกกระเป๋าอย่างกับจะย้ายบ้าน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แฝงแววเย้าแหย่ตามสไตล์ที่เธอเกลียดนักเกลียดหนา
"ยุ่งน่า! ฉันจะพกอะไรมันก็เรื่องของฉัน ปล่อยเลยนะ เดี๋ยวฉันลากเอง!"
"เตี้ยแล้วยังปากดี เดินนำไปห้อง 404 โน่นค่ะคุณดีไซน์เนอร์ เดี๋ยวหลงทางร้องไห้กลางทาง ผมไม่ออุ้มนะบอกไว้ก่อน"
พริมพรายอยากจะถอดรองเท้าผ้าใบปาหน้าคนพูดจริงๆ ให้ตายเถอะ! นี่ถ้าไม่ติดว่าดึกแล้วและเธอกลัวผีมากกว่ากลัวอีตานี่ เธอไม่มีทางเดินตามหลังแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อฮู้ดสีดำนั่นต้อยๆ แบบนี้เด็ดขาด
บรรยากาศทางเดินปูด้วยไม้สนทอดยาวไปตามแนวเขา มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวๆ จากตะเกียงวินเทจที่ติดไว้ตามผนัง กลิ่นอายดินหลังฝนตกผสมกับกลิ่นไอสนชื้นๆ ลอยเข้ามาแตะจมูก ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงฝีเท้าของคนทั้งคู่ พริมพรายแอบลอบมองแผ่นหลังของคนตัวสูงกว่าเป็นระยะ คีย์ในชีวิตจริงกับคีย์ในโลกแชตมันคือคนเดียวกันจริงๆ หรือเปล่า ทำไมเวลาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ หัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นผิดจังหวะแปลกๆ จนเธอต้องยกมือขึ้นมาจับหน้าอกตัวเองซ้ำๆ เพื่อบอกตัวเองว่าเธอกำลังโกรธ... ใช่ เธอไม่ได้เขิน เธอแค่โกรธ!
แอ๊ด...
เสียงประตูห้องพักเปิดออก เผยให้เห็นห้องพักกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นสไตล์โมเดิร์นคันทรี มีเตียงคิงไซส์ขนาดใหญ่อยู่กลางห้อง ผ้านวมสีขาวสะอาดตาถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย และที่สำคัญ... มันมีเตียงเดียงเดียวจริงๆ ไม่มีโซฟา ไม่มีเก้าอี้นวมตัวยาวพอให้นอนได้แม้แต่น้อย!
พริมพรายก้าวเท้าเข้ามาในห้องเป็นคนแรก เธอโยนกระเป๋าเป้ใบเก่งลงบนโซฟาตัวเล็กมุมห้องทันที ก่อนจะหันขวับไปประกาศกร้าวใส่คนที่เพิ่งลากกระเป๋าเข้ามาตาม
"นายจดจำข้อตกลงนี้ไว้ให้ดีๆ เลยนะนายคีย์ ห้ามล้ำเส้นเขตแดนเด็ดขาด!" มือเรียวหยิบหมอนอิงใบบัวมาวางกั้นตรงกลางเตียงนอนแบ่งครึ่งราวกับสร้างเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศ "ฝั่งซ้ายของฉัน ฝั่งขวาของนาย ห้ามละเมิดเด็ดขาด ถ้านายกล้าพลิกตัวมาฝั่งฉันแม้แต่นิ้วเดียว ฉันจะเอาคัตเตอร์กรีดหน้ามนุษย์วิศวะของนายให้เสียโฉมเลยคอยดู!"
คีย์ถอดแว่นสายตาออกใช้ชายเสื้อฮู้ดเช็ดเบาๆ ก่อนจะสวมกลับเข้าไป ดวงตาคมกริบหลังเลนส์แว่นมองท่าทีพองขนเป็นแมวขู่ของหญิงสาวด้วยความรู้สึกขบขันระคนเอ็นดู มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ แบบที่พริมพรายเห็นแล้วอยากจะเข้าไปทึ้งหัวสักที
"ดุเป็นแมวเลยนะพริม... กลัวแล้วครับ" น้ำเสียงราบเรียบแต่เจือแววหยอกเย้าหลุดออกมาจากริมฝีปากหยัก "แต่ถามจริง เธอกลัวผมล้ำเส้น หรือเธอกลัวใจตัวเองว่าจะอดใจไม่ไหวมากกว่ากันล่ะ หืม?"
"อีตาบ้าคีย์! ใครจะไปพิศวาสนายฟะ หน้าตาอย่างกับเด็กเนิร์ดติดเกม หนวดเคราก็ไม่ยอมโกน แว่นก็หนาเตอะอย่างกับก้นขวดนม!" พริมพรายแหวลั่นหน้าแดงแจ๋ด้วยความฮึดฮัด เธอรีบหันหลังหนีเดินดุ่มๆ ตรงไปยังห้องน้ำทันที "ฉันจะไปอาบน้ำนอน ห้ามเข้ามาเด็ดขาดนะเว้ย!"
ปัง!
เสียงประตูกระจกห้องน้ำปิดลงอย่างแรง พร้อมกับเสียงล็อกกลอนดังคลิกสะท้อนก้องในความเงียบ
คีย์ยืนมองประตูกรุกระจกฝ้าที่สะท้อนเงาร่างบางของหญิงสาวอยู่รางๆ เขากระตุกยิ้มมุมปากเบาๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงฝั่งขวาที่เธอเพิ่งขีดเส้นแบ่งไว้ มือหนายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ นิ้วเรียวกดพิมพ์ข้อความบางอย่างลงในแอปพลิเคชันแชตยอดฮิตอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศภายในห้องเงียบลง มีเพียงเสียงสายฝนด้านนอกที่เริ่มตกลงมาหนักขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นแชมพูสมุนไพรลอยโชยออกมาจากห้องน้ำผสมผสานกับความอบอุ่นของฮีตเตอร์ในห้อง ทำให้บรรยากาศมันชวนเคลิบเคลิ้มอย่างประหลาด
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เสียงประตูห้องน้ำก็เปิดออก พร้อมกับร่างบางในชุดนอนผ้าฝ้ายลายสก็อตสีชมพูอ่อนน่ารัก ผมยาวสลวยที่มักจะเซ็ตมาอย่างดีตอนนี้เปียกชื้นลู่แนบกรอบหน้า ปล่อยให้หยดน้ำใสๆ เกาะพราวอยู่แถวลำคอระหง พริมพรายเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า... นายแว่นโปรแกรมเมอร์ไม่ได้นั่งอยู่ตรงมุมเดิมอีกต่อไปแล้ว
"นี่ นายคีย์ หลับไปแล้วหรือยัง ฉันจะบอกว่า..."
พริมพรายชะงักกึง คำพูดทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อเธอหันมาเจอเตียงนอน
คีย์ไม่ได้นอนอยู่ฝั่งขวาตามสัญญา... เขานอนตะแคงราบลงบนเตียงกว้าง ท่อนแขนแกร่งหนุนศีรษะตัวเองไว้ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นจ้องมองตรงมาที่เธอพอดิบพอดี แถมหมอนอิงที่เธอกั้นไว้เป็นเขตแดน... ถูกเตะไปกองอยู่ปลายเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้!
"นาย... นายทำบ้าอะไรเนี่ย ไหนว่าห้ามล้ำเส้นไง!" พริมพรายถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับโต๊ะเครื่องแป้ง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
"เส้นอะไรเหรอครับ ผมไม่เห็นมี" คีย์เอ่ยเสียงนุ่มทุ้ม แววตาหลังเลนส์แว่นพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อันตรายต่อหัวใจเธอเหลือเกิน "อีกอย่าง... พื้นที่มันแคบ พลิกตัวทีมันตกเตียง ผมจำเป็นต้องบริหารจัดการพื้นที่ใช้สอยให้คุ้มค่าตามหลักวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ครับคุณดีไซน์เนอร์"
"วิศวะบ้าบออะไรของนาย! ถอยไปเลยนะ ออกไปนอนโซฟาเดี๋ยวนี้เลย!"
พริมพรายชี้นิ้วสั่งเสียงสั่น แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ขยับตัวหนี ร่างสูงโปร่งของคนบนเตียงก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประชิดจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอฟนสะอาดลอยเข้าจมูกเต็มๆ
เงาสูงใหญ่ทาบทับร่างเธอมิดจนพริมพรายต้องแหงนหน้ามองด้วยความตื่นตระหนก แผ่นหลังแนบติดกับโต๊ะเครื่องแป้งหนีไปไหนไม่ได้
"ดึกแล้วพริม... นอนเถอะครับ" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ใกล้ชิดริมใบหู จนเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอ
ก่อนที่พริมพรายจะได้อ้าปากด่าทออะไรออกไป เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งใกล้ตัวเธอก็ดังขึ้น "ติ๊ง!" ท่ามกลางความเงียบ
เธอเหลือบสายตาไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาอัตโนมัติ ปรากฏชื่อแชตของบุคคลคุ้นเคย... คีย์เอง
นิ้วมือเรียวของคนตรงหน้าที่เพิ่งขยับออกจากตัวเธอเล็กน้อย กำลังถือโทรศัพท์มือถือไว้อีกเครื่อง หน้าจของเขาสว่างวาบเช่นเดียวกัน
พริมพรายก้มลงมองข้อความล่าสุดบนหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองอย่างเผลอไผล ข้อความที่ถูกส่งตรงมาจากคนยืนอยู่ตรงหน้าเธอในระยะประชิดตัว...
*[Key]: ดึกแล้ว... เลิกปากแข็งแล้วมานอนกอดกันดีๆ เถอะครับ ที่รัก*
พริมพรายเบิกตากว้าง หัวใจหยุดเต้นไปสามวินาที สมองขาวโพลนจนคิดคำด่าไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับคนเจ้าเล่ห์ที่กำลังส่งยิ้มละมุนละไมมาให้อย่างเปิดเผย
...และก่อนที่เธอจะทันได้กดปุ่มบล็อกหรือพิมพ์ข้อความตอบโต้ นิ้วเรียวของคีย์ก็เอื้อมมือมากดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ของเธอทิ้งทันที พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ทำเอาโลกทั้งใบของดีไซน์เนอร์สาวหมุนเคว้งจนแทบควบคุมสติไม่อยู่!
---
*(ขอบคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้ 'พีชชี่เบอร์รี่' คนนี้เสมอนะคะ ไว้เจอกันตอนหน้าค่ะ!)*
ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน•ตอนที่ 10
ค่ำคืนในต่างจังหวัด
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!