ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน•ตอนที่ 12

ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือสั่นระริกราวกับมีชีวิต พริมพรายแทบอยากจะปาโทรศัพท์เครื่องแพร่ Niche Brand ของเธอลงกับพื้นห้องสตูดิโอแฟชั่นที่เต็มไปด้วยเศษผ้าและโครงเหล็กดัด ถ้าไม่ติดว่าหน้าจอนั้นกำลังแสดงผลแชตบ้า ๆ ระหว่างเธอกับอีตาดิวิชันฟิสิกส์หลังเต่าที่นั่งกุมขมับอยู่ตรงหน้า *“เดี๋ยวนะ... 'Zero_Cool' งั้นเหรอ? ...นาย... หรือว่านายคือแฮกเกอร์คนนั้นที่ปั่นประสาทฉันในบอร์ดคณะเมื่ออาทิตย์ก่อน?!”* ประโยคที่เเพรวพราวไปด้วยความฉุนเฉียวและอารมณ์พุ่งพล่านถูกส่งออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบกริบ มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศจากคอมพิวเตอร์เพอร์ฟอร์แมนซ์สูงของคีย์ที่ดังฮัมเบา ๆ เป็นฉากหลัง ร่างสูงโปร่งในเสื้อฮู้ดสีดำตัวโคร่งขยับกรอบแว่นสายตากลมโตขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบที่ปกติมักจะเม้มสนิทจนแทบเป็นเส้นตรง บัดนี้กลับยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่พริมพรายอยากจะเอากรรไกรตัดผ้าไปสะกิดออกให้รู้แล้วรู้รอด! "อ๋อ..." เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน "เพิ่งรู้ตัวเหรอครับคุณดีไซเนอร์... ช้ากว่าที่ผมประเมินไว้ตั้งสามนาทีนะเนี่ย" "นี่นาย!" พริมพรายปรี่เข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเขา นิ้วเรียวยาวที่ทาเล็บเจลสีพาสเทลชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างคาดโทษ "นายแกล้งฉันสนุกมากใช่ไหมคีย์! สนุกมากเหรอที่ได้เห็นฉันหัวฟูหัวฟัดในบอร์ดสาขาตั้งหลายวัน แถมยังมาทำเป็นเงียบขรึมใส่ฉันในชีวิตจริง ทำตัวเป็นนายแว่นจืดจางไร้ตัวตน... ที่แท้ก็คือนักปั่นมือโปรที่ว่างงานมากสินะ!" คีย์ไม่แม้แต่จะหลบสายตา ดวงตาคมกริบที่ซ่อนอยู่หลังเลนส์แว่นหนาเตอะคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าบูดบึ้งของหญิงสาวอย่างใจเย็น ราวกับเธอกำลังโวยวายเรื่องดินฟ้าอากาศ ไม่ใช่เรื่องที่เขาแอบแฮกและปั่นหัวเธอเล่นมาตลอดสัปดาห์ "ก็เธอหาง่ายนี่ครับ..." คีย์ตอบหน้าตาเฉย นิ้วเรียวยาวรัวลงบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดกลไกเสียงดังคลิกๆ "เวลาคุณพริมพรายหัวร้อน มันเหมือนแมวเปอร์เซียขนฟูที่โดนเหยียบหาง น่ารักดี... เอ้ย น่ารำคาญดี" "ไอ้... ไอ้เด็กวิศวะประสาทกลับ!" พริมพรายสูดหายใจเข้าลึก, ปอดของเธอแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ ด้วยความโมโหที่ผสมปนเปกับความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เธออธิบายไม่ถูก "ฉันจะฟ้องอาจารย์! ฉันจะแฉแชตนี้ให้คนทั้งมหา'ลัยรู้ว่าเบื้องหลังไอ้แว่นติ๋ม ๆ ที่นั่งก้มหน้าคุดคู้ มันคือปีศาจคีย์บอร์ดตัวพ่อ!" "เชิญตามสบายครับ" คีย์พิงหลังพิงพนักเก้าอี้เกมingราคาแพง กอดอกมองเธอด้วยแววตาพราวระยับที่ทำให้หัวใจของดีไซเนอร์สาวจังหวะรวนไปชั่วขณะ "แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าเธอแฉผม คนที่จะอดนอนปั่นโปรเจกต์ส่งไฟนอลเทอมนี้ก็คือเธอนั่นแหละ เพราะรหัสผ่านระบบเซิร์ฟเวอร์ห้องแล็บดีไซน์ทั้งหมด... อยู่ในกำมือผมหมดแล้วนะพริม" "นายขู่ฉันเหรอ?!" "เปล่าครับ เรียกว่าเจรจาต่อรองบนพื้นฐานแห่งความเป็นจริง" คีย์ถอดแว่นสายตาออกเพื่อเช็ดเลนส์ด้วยชายเสื้อฮู้ด เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่ไร้กรอบแว่นบังตา ใบหน้าด้านข้างที่สันจมูกโด่งเป็นสันและขนตายาวเป็นแพนั้น... ช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ 'นายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน' ที่เธอเคยแปะป้ายให้เขาอย่างสิ้นเชิง พริมพรายชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกโดยไม่รู้ตัว ให้ตายเถอะ... ทำไมอีตาเด็กนี่เวลาถอดแว่นถึงได้ดูอันตรายต่อสุขภาพจิตของเธอนักนะ! ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามในอกของพริมพราย เธอถอยหลังกรูดไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อคีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายของเขาที่สูงโปร่งทำให้เธอที่สูงในรองเท้าผ้าใบเสริมส้นต้องเงยหน้ามองเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ "มองอะไรครับ? หน้าผมมีเศษผ้าติดอยู่เหรอ?" คีย์เอียงคอมองเล็กน้อย น้ำเสียงกวนประสาทนั้นเบาลงกว่าเดิมนิดหน่อย จนเกือบจะฟังดูอ่อนโยน—ซึ่งนั่นแหละที่อันตรายที่สุดสำหรับพริมพราย "เปล่า... แค่คิดว่านายควรใส่แว่นไว้เหมือนเดิมนั่นแหละดีแล้ว" พริมพรายเบนสายตาหนีไปมองกองกระดาษสเกตช์บนโต๊ะเพื่อซ่อนอาการร้อนผ่าวที่พวงแก้ม "หน้าตาแบบนี้มัน... มันดูแปลก ๆ พิลึก" "แปลกแบบไหนเหรอครับ? แปลกจนใจสั่น หรือแปลกจนทำตัวไม่ถูกดีล่ะ?" "อีตาคีย์! นายนี่มัน..." พริมพรายหันขวับกลับมาเตรียมจะพ่นคำด่าชุดใหญ่ แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อพบว่าใบหน้าของเขาก้มลงมาใกล้เธอมากเกินไป ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาตอนนี้แทบจะไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ เจือกลิ่นกระดาษและไอน้ำฝนลอยแตะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นฉุนแบบเด็กช่างทั่วไป แต่เป็นกลิ่นสะอาด ๆ ที่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด พริมพรายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลเรื่องแพทเทิร์นเสื้อผ้าได้รวดเร็วดั่งติดเทอร์โบ บัดนี้กลับว่างเปล่าขาวโพลน มือไม้ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน เธอทำได้เพียงเกร็งไหล่และจ้องมองริมฝีปากที่กำลังยิ้มเยาะของอีกฝ่ายอย่างคนเสียศูนย์ นี่เธอ... กำลังใจเต้นให้กับอีตาแฮกเกอร์กวนประสาทคนนี้น่ะเหรอ? ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัวราวกับอสุนีบาตฟาดเปรี้ยง พริมพรายรีบยกมือขึ้นผลักอกอีกฝ่ายออกห่างทันที แรงผลักไม่ได้มากนัก แต่คีย์ก็ยอมถอยหลังให้อย่างง่ายดายโดยมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนมุมปากเหมือนแมวที่เพิ่งจับหนูได้ "ถ...ถอยไปเลยนะ! ใครใจสั่นกัน อย่ามามโนนะยะ!" เธอยกนิ้วชี้หน้าเขาอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนความรวนเรในแววตา "แล้วก็เลิกยุ่งกับฉันสักที เลิกส่งข้อความกวนประสาทในบอร์ด เลิกส่งอีโมจิแมวกวน ๆ มาในแชตส่วนตัวด้วย!" "ผมไม่ได้ส่งอีโมจิแมวนะ..." คีย์เลิกคิ้วขึ้นอย่างกวน ๆ "ผมส่งรูปหมาต่างหาก หมาหน้าโง่ที่ชอบทำตัวเก่งแต่ขี้แยเวลาโดนจี้จุด... เหมือนใครแถวนี้เลยเนอะ" "กรี๊ด! นายตายแน่คีย์!" พริมพรายพุ่งเข้าไปหมายจะขยุ้มหัวเสื้อฮู้ดของเขาให้หายแค้น แต่คีย์กลับไวishกว่า เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วคว้าข้อมือเธอไว้เบา ๆ ไม่ให้ทำร้ายเขาได้ ทว่าสัมผัสจากปลายนิ้วอุ่น ๆ ที่แตะลงบนข้อมือนั้น กลับทำให้กระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ แล่นพล่านไปทั่วร่างจนเธอต้องสะดุ้งเฮือก ท ั น ใด น ั ้ น เอง — เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อกาวน์ดีไซน์ของพริมพรายก็ดังขึ้น "ติ๊ง!" ขัดจังหวะความชุลมุนตรงหน้า พริมพรายรีบสะบัดมือออกจากการกุมของเขาอย่างแรง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตารีดมาแนบแก้ม เธอก้มลงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยมือที่ยังสั่นนิด ๆ หน้าจอแสดงข้อความใหม่จากแอพพลิเคชันแชตยอดฮิต เป็นข้อความจากบัญชีนิรนามที่ส่งตรงเข้ามาหาเธอเมื่อวินาทีที่แล้ว ข้อความนั้นสั้นมาก มีเพียงประโยคเดียวที่อ่านแล้วทำให้โลกทั้งใบของพริมพรายหยุดหมุนไปชั่วขณะ: *[System]: "ถ้าเกลียดผมนัก... ทำไมตอนที่ผมแกล้งหายไปสองวัน เธอถึงทักมาถามว่า 'หายหัวไปไหน' ล่ะครับ, คุณพริมพราย?"* พริมพรายเบิกตากว้าง ค้างติ่งค้างใจอยู่กลางอากาศ ขาเรียวชะงักกึก ลมหายใจติดขัด หัวใจกระดอนขึ้นมาอยู่ที่คอหอยเมื่อตระหนักได้ว่า... ข้อความนั้นไม่ใช่ข้อความใหม่ในบอร์ด แต่เป็นแชตลับในไอดีส่วนตัวที่เธอเผลอพิมพ์หลุดไปเมื่อคืนก่อนตอนเมามายและคิดว่าเขานอนหลับไปแล้ว! ตาย ๆๆ ยัยพริมพราย เธอเอาสมองส่วนไหนคิดเนี่ย! เธอกำลังจะกดยกเลิกข้อความและการสนทนาทั้งหมดด้วยความลนลาน แต่นิ้วเจ้ากรรมดันกดพลาดไปโดนปุ่ม 'ส่งสติกเกอร์หัวใจดวงโต' สีชมพูพาสเทลพุ่งกระแทกหน้าจออย่างจัง! ในจังหวะที่เธอกำลังจะสติแตกและปาโทรศัพท์ทิ้งนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำของคีย์ก็ดังขึ้นชิดริมหูของเธอในระยะประชิดจนลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดต้นคอ "ส่งหัวใจมาให้แบบนี้... แปลว่าที่พูดมาทั้งหมดเมื่อกี้ คือเขินจนพูดไม่ออกใช่ไหมครับ?" พริมพรายแข็งทื่อเป็นหิน แผ่นหลังแนบติดกับแผงอกกว้างของเขาโดยสมบูรณ์ และก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากเถียงหรือสะบัดตัวหนี ประตูสตูดิโอห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดผางด้วยเสียงดังลั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิด— "พริมพราย! ลูกสาวแม่! ทำไมอาจารย์ภาควิชาบริหารถึงโทรมาฟ้องว่าลูกไม่ยอมเข้าเรียนคลาสใหญ่สามสัปดาห์ติด! แล้วนี่... นี่มันผู้ชายที่ไหนทำไมมายืนชิดกันแบบนี้?!" คุณหญิงมณีรัตน์ มารดาผู้ทรงอิทธิพลและเคร่งครัดแห่งตระกูลนักธุรกิจชื่อดัง ยืนจังง่าอยู่ตรงกรอบประตู ใบหน้าสวยเฉี่ยวถอดแบบมา100%กำลังจ้องมองภาพลูกสาวคนเก่งที่กำลังถูกหนุ่มแว่นวิศวะตัวสูงกอดจากด้านหลัง... ตาค้างกลางอากาศ! --- *พีชชี่เบอร์รี่ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมลุ้นและอมยิ้มไปกับความป่วนชวนใจเต้นของน้องพริมและตาคีย์นะคะ*
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์สุดแสบกับนายแว่นเงียบที่ไม่มีตัวตน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%