“อย่าหันหลังให้ผมรินรดา... ถ้าไม่อยากเห็นว่าความอดทนของผมมันเหลืออยู่น้อยแค่ไหน”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยแรงสั่นสะเทือนของอารมณ์ดังก้องในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบเชียบ คีรินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังเธอ กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับน้ำหอมกลิ่นไม้หรูหราประจำตัวเขาอบอวลอยู่รอบกายรินรดา จนเธอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว มือหนาของเขาเอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กไว้แน่น ไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงไม่ให้เธอขยับเขยื้อนไปไหนได้
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบเมื่อรับรู้ถึงไอความร้อนจากร่างสูงที่ประชิดติดแผ่นหลัง “คุณคีริน... ปล่อยฉันเถอะค่ะ เราตกลงกันแล้วเรื่องหนี้... ฉันกำลังทำงานหามาคืนคุณตามกำหนด”
“หนี้งั้นเหรอ?” คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นสั่นประสาทคนฟังได้อย่างประหลาด เขาหมุนตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า บังคับให้แผ่นหลังบางพิงเข้ากับขอบโต๊ะทำงานไม้โอ๊คเนื้อดี สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขากวาดมองใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่ตัวเขาเองก็ไม่อยากจะยอมรับ มันไม่ใช่แค่ความต้องการทางกายที่พลุ่งพล่าน แต่มันคือความรู้สึกหวงแหนอย่างบ้าคลั่งที่เริ่มกัดกินหัวใจ
“รินรดา คุณคิดว่าคนอย่างคีรินต้องการเงินจากคุณจริงๆ หรือไง?” เขาโน้มตัวลงมา ใบหน้าอยู่ห่างเพียงคืบ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้ม
รินรดาเงยหน้าสบตาเขา แววตาของเธอดื้อรั้นและเปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรี แม้ว่าขาจะสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ “ถ้าไม่ใช่เงิน... แล้วคุณต้องการอะไรจากฉันอีก? ความทรมานหรือความพินาศของครอบครัวฉันยังไม่พอใจคุณอีกหรือคะ!”
คีรินนิ่งงันไปครู่หนึ่ง คำพูดของเธอเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในความเงียบงัน เขากดข้อมือเธอแนบกับโต๊ะด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้น สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านทำให้รินรดาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
“ผมไม่เคยอยากเห็นคุณพินาศ...” เขาเอ่ยเสียงพร่า ความเกรี้ยวกราดในแววตาถูกแทนที่ด้วยความหม่นแสงที่ยากจะคาดเดา “ผมแค่ทนไม่ได้... ที่เห็นคุณพยายามหนีจากผมไปหาเศษสวะพวกนั้น”
เขาหมายถึงเมฆา... ศัตรูคู่อาฆาตที่กำลังวางแผนสกปรกเพื่อกระชากตัวเธอไปจากเงื้อมมือเขา คีรินก้มลงกดจูบที่ซอกคอหอมกรุ่นอย่างหนักหน่วง ร่างกายของรินรดาสั่นสะท้าน เธอพยายามเบี่ยงตัวหนี แต่เขากลับยิ่งรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนไร้ช่องว่าง
“คุณมันบ้า... คีริน!”
“ใช่ ผมมันบ้า... บ้าตั้งแต่เห็นคุณครั้งแรกแล้ว” เขาพึมพำชิดใบหู แรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านทำให้เขาไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป เขาซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ของเธอ สูดกลิ่นกายหอมละมุนที่เหมือนยาเสพติดร้ายแรง
รินรดาหลับตาแน่น พยายามข่มความปรารถนาที่ตีตื้นขึ้นมาในอก แต่มือของเขากลับเลิกชายเสื้อของเธอขึ้นอย่างถือสิทธิ์ ปลายนิ้วร้อนจัดลากไล้ผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดจนถึงสะโพก ความเย็นของอากาศในห้องปะทะกับความร้อนแรงจากฝ่ามือเขา สร้างความรู้สึกวาบหวามจนเธอต้องเชิดหน้าขึ้นอย่างลืมตัว
“อึก...” เสียงครางแผ่วเบาดังเล็ดลอดออกมาเมื่อริมฝีปากหนาเปลี่ยนมาซอกซอนตามซอกคอและเนินอกขาวผ่อง เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกด้วยความชำนาญ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจูบเม้มจุดอ่อนไหวอย่างเร่าร้อน รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ความขัดแย้งในใจค่อยๆ มลายหายไปเหลือเพียงความโหยหาที่เขาหยิบยื่นให้
“บอกผมสิรินรดา...” เขาผละออกเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ “บอกว่าคุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมเลย... ถ้าคุณกล้าพูด ผมจะปล่อยคุณไปเดี๋ยวนี้”
รินรดาอ้าปากค้าง ลมหายใจหอบถี่ เธอสบตากับชายหนุ่มผู้เป็นดั่งปีศาจและเทพบุตรในเวลาเดียวกัน คำโกหกมากมายที่เตรียมไว้กลับกลายเป็นก้อนจุกอยู่ที่ลำคอ เมื่อนิ้วโป้งของเขาเกลี่ยไล้ริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ อย่างอ่อนโยนจนน่าใจหาย
“ฉัน...”
“พูดสิครับ” เขาเร่งเร้า กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนร่างของเธอกลืนหายไปกับอกกว้าง
ในวินาทีที่รินรดากำลังจะหลุดปากพูดอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล คีรินกลับก้มลงกระซิบคำหนึ่งที่ทำเอาหัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
“อย่าโกหกใจตัวเองเลย... เพราะถึงคุณจะเกลียดผมเข้าไส้ แต่ความจริงคือ... ผมรักคุณ... รินรดา”
น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่คำบอกรักที่หวานหูเหมือนในนิยาย แต่เป็นคำสารภาพที่ดิบเถื่อนและเต็มไปด้วยแรงบีบคั้น รินรดาเบิกตากว้าง ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
ทันใดนั้น เสียงทุบประตูดังสนั่นจากด้านนอก ตามด้วยเสียงของลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “นายครับ! พวกเมฆาบุกเข้ามาที่ชั้นล่างแล้ว มันพาสมุนมาเต็มคาสิโนเลยครับ!”
คีรินผละออกจากร่างบางในทันที แววตาที่เต็มไปด้วยความเสน่หาเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นดุดันดุจราชสีห์ที่ถูกรบกวน เขาหยิบปืนที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักโต๊ะออกมาเหน็บเอวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองรินรดาที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความตกใจ
“อยู่ที่นี่... ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด” เขาหันหลังกลับไปเปิดประตูห้องทำงาน แต่แล้วก็ชะงักฝีเท้าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาหันมาคว้าตัวเธอเข้าไปจูบหนักๆ ที่ริมฝีปากอีกครั้ง ราวกับเป็นการบอกลาที่ไม่มีใครรู้ว่าจะได้พบกันอีกหรือไม่
“ถ้าผมกลับมา... เราค่อยคุยเรื่องคำบอกรักของผมต่อ”
สิ้นเสียงนั้น เขาก็ผลักประตูออกไปทิ้งให้รินรดายืนเคว้งอยู่กลางห้องทำงานที่ไร้ผู้คน ทว่าในจังหวะนั้นเอง เธอกลับสังเกตเห็นบางอย่างบนโต๊ะทำงานของเขา... จดหมายฉบับหนึ่งที่วางอยู่ใต้ซองบุหรี่ ซึ่งหน้าซองเขียนด้วยลายมือตัวบรรจงว่า ‘พินัยกรรมฉบับสุดท้าย... ถึงรินรดา’
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์กับ 'ธานินทร์แดนเถื่อน' นะครับ
กับดักรักฉบับร้าย (คาสิโนหนี้สวาท)•ตอนที่ 13
คำบอกรักที่ไม่ตั้งใจ
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้าย (คาสิโนหนี้สวาท) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!