เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ เป็นสัญญาณว่ากระสุนนัดสุดท้ายถูกบรรจุเข้าที่ คีรินยืนตระหง่านอยู่หน้าบานกระจกนิรภัย แสงสลัวจากไฟดาวน์ไลท์สะท้อนใบหน้าคมสันที่ตอนนี้ดูดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังถูกลบหลู่ถิ่นฐาน มือหนากระชับปืนพกคู่กายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างหลัง แผ่นหลังบางของเธอแนบชิดกับอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา ความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มไม่ได้มาจากความปรารถนาเหมือนทุกครั้ง แต่มันคือไอความตายที่พร้อมจะเผาผลาญทุกคนที่บังอาจข้ามเส้นเข้ามา
“กลัวหรือรินรดา?” เสียงทุ้มต่ำดังกังวานในความเงียบสงัด เขากระซิบถามพลางใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้น สบตากับดวงตากลมโตที่สั่นระริกด้วยความหวาดหวั่น
“หนู... ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น คุณคีริน บอกหนูได้ไหมว่าทำไมเราถึงต้อง...”
“เพราะโลกของฉันมันไม่เคยใจดีกับคนที่ฉันรัก” เขาตัดบท น้ำเสียงเย็นเยียบเฉือนหัวใจคนฟัง เขาโน้มใบหน้าลงมาแนบชิดจนปลายจมูกโด่งแตะสัมผัสผิวแก้มนวล กลิ่นกายของเขายังคงเป็นกลิ่นของอำนาจและการครอบครอง กลิ่นมวนยาสูบราคาแพงผสมกับน้ำหอมไม้กฤษณาที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนขาดใจทุกครั้งที่อยู่ใกล้
ที่คฤหาสน์หรูหราแห่งนี้ เมฆาไม่ได้เพิ่งเข้ามาแค่ในฐานะศัตรู แต่มันแทรกซึมเข้ามาเหมือนปลวกที่กัดกินเสาหลักของบ้าน คีรินรับรู้มาตลอดว่าทุกความเคลื่อนไหวของเขาถูกจับตามอง แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือเมฆาจะกล้าส่ง ‘ของเล่น’ มาวางทิ้งไว้ในห้องนอนของเขาในคืนนี้ มันไม่ใช่ระเบิด แต่เป็นสร้อยข้อมือทองคำที่สลักชื่อ ‘รินรดา’ ทิ้งไว้บนหมอนนุ่มข้างๆ กายเขา
คีรินกระชากร่างบางเข้าหาตัวแน่นจนแทบจะรวมเป็นร่างเดียวกัน เขากดจูบหนักหน่วงที่ซอกคอขาวเนียน สัมผัสนั้นไม่ได้มีความอ่อนโยนแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือการตีตราจอง คือการประกาศอาณาเขตที่ชัดเจนที่สุด “มันส่งของมาให้เธอ... ในที่ที่แม้แต่พระเจ้ายังห้ามเข้าถ้าฉันไม่อนุญาต”
“เมฆา...” รินรดาครางชื่อนั้นออกมาด้วยความหวาดกลัว เธอรู้ดีว่ามาเฟียคนนี้โหดเหี้ยมเพียงใด
“ใช่ เมฆา และมันกำลังจะได้รับบทเรียนว่าการแหย่พยัคฆ์ที่กำลังหิวโซนั้นมีจุดจบอย่างไร” คีรินผละออกกะทันหัน เขาคว้าเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทมาสวมใส่พลางรัวนิ้วลงบนสมาร์ทโฟนสั่งการลูกน้องคนสนิท “คุมทางเข้าออกทุกจุด อย่าให้มดสักตัวเล็ดลอดเข้ามาได้ ถ้าฉันไม่สั่ง... ใครหน้าไหนโผล่หน้ามา ยิงทิ้งทันที”
บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวเต็มไปด้วยไอระอุแห่งความเครียด คีรินหยิบแฟ้มเอกสารลับขึ้นมาเปิดดู ในนั้นคือภาพถ่ายรินรดาที่ถูกแอบถ่ายในมุมต่างๆ ของคาสิโน มันคือการข่มขู่... เมฆากำลังบอกเขาว่า ‘ฉันเห็นเธอตลอดเวลา และฉันสามารถพรากเธอไปเมื่อไหร่ก็ได้’
“คุณคีรินคะ...” รินรดาเดินตามเข้ามา เธอรวบรวมความกล้าเดินไปโอบกอดแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มจากด้านหลัง ความอบอุ่นจากร่างกายของเธอทำให้ความดุร้ายในดวงตาของคีรินอ่อนแสงลงเพียงชั่วครู่ “เราหนีไปกันไม่ได้เหรอคะ? ทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง แล้วไปที่ที่ไม่มีใครรู้จักเรา”
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาต้อนร่างบางจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับขอบโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง เขาใช้แขนทั้งสองข้างกักขังเธอไว้ในวงล้อมของอำนาจ “หนี? เธอคิดว่าคนอย่างคีรินจะยอมสละบัลลังก์เพียงเพราะสุนัขตัวหนึ่งเห่ารึไง? รินรดา... เธอเป็นของฉัน และสิ่งที่เป็นของฉัน ถ้าฉันไม่ได้ครอบครอง ก็อย่าหวังว่าคนอื่นจะแตะต้องได้แม้แต่ปลายเล็บ”
เขาก้มลงบดจูบริมฝีปากอิ่มอย่างหิวกระหาย เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาและความบ้าคลั่งในคราวเดียวกัน มือหนาเลื่อนลงไปสัมผัสสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดนอนผ้าไหมบางเบา เขาต้องการย้ำเตือนให้เธอรู้ว่าเขามีสิทธิ์ขาดเหนือร่างกายนี้เพียงผู้เดียว รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจจะขาดห้วง สัมผัสของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความรัญจวนที่ดึงดูดให้เธอกลายเป็นทาสทางอารมณ์อย่างเลี่ยงไม่ได้
“คุณมันบ้า...” เธอพึมพำเมื่อเขายอมถอนริมฝีปากออกชั่วครู่
“บ้าเพราะเธอคนเดียว รินรดา” เขากระซิบเสียงแหบพร่า “คืนนี้ฉันจะทำให้เธอรู้ว่า ต่อให้ศัตรูจะจ่อปืนมาที่หน้าประตูห้องเรา แต่ภายในห้องนี้... เธอก็เป็นของฉันเพียงคนเดียว”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งสู่ห้วงเสน่หา เสียงสัญญาณเตือนภัยความปลอดภัยระดับสีแดงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ คีรินชะงัก สายตาคมกริบเหลือบมองหน้าจอที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องโถงชั้นล่าง
เงาร่างของชายคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางลูกน้องของเขานับสิบคน ชายคนนั้นไม่ได้ดูหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เขากำลังถือแก้ววิสกี้ราคาแพงที่หยิบมาจากบาร์ส่วนตัวของคีริน แล้วหันหน้ามามองกล้องด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เมฆาไม่ได้มาเพื่อลอบสังหาร แต่มันมาเพื่อยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้
คีรินมองภาพบนจอนิ่งสนิท ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่ใบหน้าซีดเผือด
“ดูเหมือนว่า ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ จะไม่ได้มาแค่คนเดียว” คีรินแสยะยิ้มที่ดูเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว “เขาส่งคนเข้ามาในบ้านฉัน และตอนนี้... เขากำลังยืนรอฉันอยู่ในห้องรับรองเหมือนเจ้าของบ้านเสียเอง”
รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนกำลังมุ่งหน้าขึ้นมาบนชั้นสอง คีรินกระชับปืนในมือแน่นอีกครั้ง เขาหันมาคว้าข้อมือเธอไว้แล้วกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น “จำไว้นะรินรดา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้... อย่าห่างจากตัวฉันเด็ดขาด เพราะถ้าเธอหลุดจากมือฉันไปเพียงเสี้ยววินาที คนที่จะต้องลุกขึ้นมาเผาโลกใบนี้ให้เป็นจุณ ก็คือฉันคนนี้เอง”
ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของเมฆาที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ และในมือของมัน... กลับถือโทรศัพท์ที่กำลังเปิดวิดีโอคอลหาใครบางคน ซึ่งปลายสายนั้นคือน้องสาวของรินรดาที่ถูกจับตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบได้!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันเร่าร้อนและอันตรายนี้ไปด้วยกันนะครับ ธานินทร์แดนเถื่อน
กับดักรักฉบับร้าย (คาสิโนหนี้สวาท)•ตอนที่ 32
กลิ่นอายอันตราย
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้าย (คาสิโนหนี้สวาท) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!