“บอกมา... ว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง”
เสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าไปด้วยแรงโทสะแผ่ออกมาจากลำคอหนา คีรินไม่ได้ตะคอก แต่นั่นกลับน่ากลัวกว่าการกรีดร้องเป็นร้อยเท่า เขากดฝ่ามือลงบนผนังตู้ไม้เนื้อแข็งข้างกายรินรดาจนมันสั่นสะเทือน กักขังร่างบอบบางที่กำลังสั่นระริกไว้ในกรงขังที่เขาสร้างขึ้นด้วยไอสังหาร
รินรดาก้มมองรูปถ่ายบนพื้นด้วยสายตาที่พร่าเลือน หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะจนแทบจะหยุดเดิน เธอไม่ได้ปฏิเสธ ไม่ใช่เพราะยอมรับ แต่เพราะความตกใจมันจุกอยู่ที่ลำคอจนไร้เสียงใดจะหลุดรอดออกมา
“รินรดา... ผมถามว่าไอ้สารเลวนั่นมันแตะต้องคุณตรงไหนบ้าง”
คีรินก้มลงจนหน้าผากของเขาชนกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนแต่ทว่าหนักหน่วงปะทะเข้าที่ผิวแก้ม ร่างสูงใหญ่พยายามข่มอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในอก เขาเกลียดการทรยศยิ่งกว่าสิ่งใด แต่น้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้มของหญิงสาวตรงหน้ากลับกลายเป็นอาวุธที่ทิ่มแทงหัวใจดุร้ายของเขาจนยับเยิน
“มันไม่ใช่... อย่างที่คีรินเห็นนะคะ” เธอพยายามเอ่ยเสียงสั่นเครือ “รินถูกใส่ร้าย... รินไปที่นั่นเพราะ...”
“เพราะมันหลอกคุณใช่ไหม?” คีรินสวนขึ้นทันควัน แววตาที่เคยว่างเปล่าแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดที่แฝงไปด้วยความหึงหวงอย่างร้ายกาจ เขาคว้าเอวบางเข้าหาตัวจนร่างกายประสานกันไร้ช่องว่าง สัมผัสจากอ้อมกอดที่ดูเหมือนจะบดขยี้แต่กลับแฝงไปด้วยความโหยหา มันคือการแสดงความเป็นเจ้าของที่ดิบเถื่อนที่สุดเท่าที่เขาจะมอบให้ได้
รินรดาสะอื้นฮัก อ้อมแขนเรียวค่อยๆ โอบกอดแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มเอาไว้ เธอซุกหน้าลงกับอกแกร่ง กลิ่นกายบุรุษเพศที่คุ้นเคยกับความอบอุ่นที่เขามอบให้ในวินาทีนี้ ทำให้ความเข้มแข็งที่พยายามประคองไว้พังทลายลงสิ้น
“รินกลัว... รินไม่ได้ทำอะไรเลยนะคีริน รินแค่ถูกเมฆามันวางแผน...”
คีรินนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มือหนาจะเชยคางมนขึ้น สบตากับดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำใส เขาไล้นิ้วโป้งไปตามริมฝีปากนุ่มที่สั่นไหวอย่างอ่อนโยน ท่าทีที่เปลี่ยนจากสัตว์ร้ายกลายเป็นคนรักที่เปราะบางสร้างความประหลาดใจให้รินรดาไม่น้อย
“ผมหวงคุณ... จนแทบบ้า” เขากระซิบ เสียงนั้นพร่าเลือนและเต็มไปด้วยความอ่อนล้า “หวงจนอยากจะขังคุณไว้ในห้องมืดๆ ไม่ให้ใครเห็น แม้แต่แสงอาทิตย์”
ความโกรธแค้นค่อยๆ มอดดับลงด้วยสัมผัสแผ่วเบาที่เขากดลงบนหน้าผาก ตามด้วยเปลือกตา และไล่ลงมายังพวงแก้มร้อนผ่าว คีรินขบเม้มริมฝีปากตัวเองเพื่อระงับอารมณ์ ก่อนจะเปลี่ยนจุมพิตที่ควรจะเร่าร้อนให้กลายเป็นความปลอบประโลมที่ลึกซึ้ง เขาค่อยๆ จูบซับน้ำตาของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกลายเป็นแก้วใบงามที่เขากลัวจะแตกสลายคามือ
“อย่าร้อง... รินรดา” เขาพึมพำขณะลากไล้ปลายจมูกไปตามลำคอระหง “ผมจะไม่ถามหาความจริงอีกจนกว่าคุณจะพร้อม แต่หลังจากคืนนี้... อย่าได้คิดจะก้าวออกไปจากสายตาของผมอีกเด็ดขาด”
เขายกร่างบางขึ้นด้วยแขนเพียงข้างเดียว ก่อนจะเดินตรงไปยังเตียงกว้าง ทิ้งตัวลงพร้อมกับโอบกอดเธอไว้ในอ้อมอกแน่นหนา สัมผัสจากร่างกายที่แนบชิดกันถ่ายทอดถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ความเร่าร้อนที่เคยเป็นเกราะกำบังถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่หนักหน่วงกว่าเดิม
คีรินกดจูบลงบนหัวไหล่มน สัมผัสที่ปลายนิ้วไล้ไปตามเส้นโค้งเว้าของแผ่นหลังสร้างความวาบหวามที่สั่นคลอนสติของรินรดา เขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ร่างกาย แต่เขากำลังเรียกร้อง ‘ความเชื่อใจ’ ที่ดูเหมือนจะสั่นคลอนจากรูปถ่ายใบนั้น
“คีริน... พรุ่งนี้ถ้าเขาทำแบบนี้อีก...”
“ไม่มีพรุ่งนี้สำหรับไอ้เมฆาอีกแล้ว” คีรินกระซิบเสียงเหี้ยมเกรียมข้างใบหู ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงให้ทุ้มนุ่มจนน่าหลงใหล “คืนนี้... มีแค่ผมกับคุณ”
ฝ่ามือหนาเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนแสงไฟสลัว ร่างกายของทั้งคู่สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบงันยามเช้ามืด ทุกสัมผัสที่เขามอบให้เต็มไปด้วยความกระหายที่ถูกกดทับด้วยความอ่อนโยน มันคือการประกาศสถานะที่เหนือกว่าผ่านแรงปรารถนาที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ในขณะที่ความสุขสมกำลังพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ จากฝีเท้าของชายฉกรรจ์หลายคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องนอน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รุนแรงจนบานไม้สั่นสะเทือน
“นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ที่คลังสินค้าโดนระเบิด เมฆามันส่งคนมาถล่มเราตั้งแต่หัวค่ำแล้วครับ แต่พวกมันเพิ่งยอมถอยไป!”
คีรินชะงักกึก ดวงตาคมกล้าที่กำลังหลับพริ้มลืมขึ้นทันที ความเย็นชาที่หายไปกลับมาแทนที่ในเสี้ยววินาที เขาค่อยๆ ผละออกจากรินรดาที่นอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่าง พร้อมกับหยิบปืนที่ซ่อนไว้ใต้หมอนขึ้นมาถือไว้ในมือข้างหนึ่ง
“รินรดา... อยู่ที่นี่” เขาหันมาสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าออกมาจนกว่าผมจะกลับมา”
คีรินลุกขึ้นแต่งกายอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้รินรดานั่งเคว้งคว้างอยู่บนเตียงกลางความมืดมิด ทว่าในตอนที่คีรินกำลังจะเปิดประตูออกไป เสียงฝีเท้าที่สองที่ดูคุ้นเคยอย่างประหลาดก็ดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ที่แฝงไปด้วยความอำมหิตจากหลังบานประตู
“ไม่ต้องรีบไปถึงคลังสินค้าหรอกคีริน... เพราะตอนนี้เมฆามันไม่ได้อยู่แค่ที่นั่น แต่มันกำลังนั่งจิบไวน์รอแกอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของแกเอง”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนในค่ำคืนนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักรักฉบับร้าย (คาสิโนหนี้สวาท)•ตอนที่ 24
เช้ามืดแห่งการปรับความเข้าใจ
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้าย (คาสิโนหนี้สวาท) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!