“เลิกบีบคั้นฉันเสียที คีริน... สิ่งที่คุณทำมันไม่ได้ต่างอะไรกับการข่มขืนทางวิญญาณเลยสักนิด”
รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าขณะพยายามถอยกรูดไปจนชิดมุมห้องหรูหราของคาสิโน เธอยืนอยู่ท่ามกลางกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นเหล้าองุ่นหมักบ่มที่อบอวลไปทั่วห้องทำงานของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าชีวิตคนใหม่ แต่กลิ่นที่แทรกซึมผ่านเข้ามาในโสตประสาทของเขากลับไม่ใช่กลิ่นเหล่านั้น มันเป็นกลิ่นหอมจางๆ ประหลาดคล้ายดอกไม้ป่าหลังฝนตกจากเรือนกายบอบบางที่กำลังสั่นเทา
คีรินไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาเพียงก้าวช้าๆ ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม รองเท้าหนังขัดมันกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่น บีบหัวใจคนฟังจนแทบหยุดเต้น ชายหนุ่มหยุดยืนตรงหน้าหญิงสาวในระยะห่างที่เพียงแค่โน้มตัวลงไปก็สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากผิวแก้มใส
“ข่มขืนทางวิญญาณงั้นหรือ?” คีรินแค่นยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมกริบสีนิลหรี่ลงจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนคราบน้ำตา “เธอเป็นหนี้ฉันรินรดา และในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ แม้แต่ลมหายใจที่เธอใช้สูดดมอยู่ตอนนี้... มันก็เป็นของฉัน”
มือหนาหยาบกร้านจากการผ่านโลกมาอย่างโชกโชนเลื่อนไปเชยคางมนขึ้นอย่างถือสิทธิ์ นิ้วโป้งของเขาคลึงเบาๆ ลงบนริมฝีปากนุ่มที่เผยอออกด้วยความหวาดหวั่น กลิ่นหอมจากกายสาวพุ่งเข้าปะทะนาสิกของเขาอย่างรุนแรงจนน่าประหลาดใจ มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกเหมือนบรรดาผู้หญิงที่เคยผ่านมือเขา แต่มันเป็นกลิ่นที่ปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวให้ตื่นขึ้นอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นที่ทำให้ความเย็นชาที่เขาพยายามสร้างขึ้นมานับสิบปีเริ่มสั่นคลอน
“คุณต้องการอะไรจากฉันอีก... เงินฉันก็ทำงานชดใช้ให้แล้ว ร่างกายนี้คุณก็แทบจะพรากมันไปจากฉันทุกค่ำคืน...”
“ฉันต้องการมากกว่านั้น” เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นเขากระซิบชิดใบหูจนรินรดาขนลุกซู่ “ฉันต้องการให้เธอมองเห็นฉันไม่ใช่แค่เจ้าหนี้ผู้โหดร้าย แต่เป็นคนที่เธอต้องจดจำไว้ทุกรูขุมขน”
คีรินไม่รอให้เธอได้ปฏิเสธ ร่างสูงใหญ่โน้มลงซุกไซ้ใบหน้าคมสันเข้ากับซอกคอขาวผ่อง สัมผัสจากไรหนวดครึ้มคร่าขูดขีดไปกับผิวเนียนละเอียดทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก เธอพยายามผลักไสแผ่นอกกว้างที่แข็งราวกับหินผา แต่ทว่ายิ่งขัดขืน อ้อมกอดที่กักขังเธอก็ยิ่งแน่นหนาขึ้น ราวกับเถาวัลย์ที่รัดพันจนร่างบางแทบแหลกคามือ
“ได้โปรด... อย่าทำแบบนี้”
“ชู่ว... กลิ่นของเธอ...” คีรินสูดดมความหอมละมุนอย่างลืมตัว มือของเขาสอดผ่านสาบเสื้อเชิ้ตของเธอ เข้าไปสัมผัสกับผิวเนื้ออุ่นจัดที่สั่นสะท้านอยู่ใต้ฝ่ามือ ความนุ่มหยุ่นและความร้อนรุ่มในกายสาวทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกกระตุ้นด้วยยาพิษชั้นดี “หอมเหลือเกิน... หอมจนฉันแทบบ้า”
เขากดจูบหนักๆ ลงบนลาดไหล่มน สัมผัสที่รุกรานเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความปรารถนาที่ลุ่มลึกขึ้นทุกที ลิ้นร้อนเริ่มเลียไล้ผิวหนังจนเกิดรอยแดงจางๆ รินรดาหลับตาลงแน่น พยายามกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางประหลาดที่หลุดรอดออกมาจากลำคอ เธอเกลียดที่ร่างกายตัวเองทรยศต่อความรู้สึกนึกคิด เธอเกลียดที่ความร้อนผ่าวจากมือของเขากลับกลายเป็นความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย
คีรินช้อนร่างบางขึ้นมาในอ้อมแขน ก่อนจะสาวเท้าตรงไปยังเตียงกว้างกลางห้อง เขาไม่ได้ใช้กำลังบังคับอย่างรุนแรงเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นการต้อนด้วยสัมผัสที่ซึมลึกและกดดันจนเธอก้าวขาไม่ออก ราวกับเขากำลังร่ายมนตร์สะกดให้เธอจมดิ่งลงสู่กับดักเสน่หาที่เขาขุดไว้
เขาวางเธอนอนลงบนเตียงนุ่ม มือหนาเริ่มปลดกระดุมเสื้อตัวบางของเธอออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ทุกสายตาที่จับจ้องไปยังผิวกายขาวผ่องที่เริ่มเผยออกมานั้นเต็มไปด้วยความหิวกระหาย สายตาที่ไม่ได้มองเธอเป็นแค่เครื่องมือนำทางไปสู่การแก้แค้น แต่เป็นสายตาของชายหนุ่มที่กำลังตกอยู่ในบ่วงกามารมณ์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
“คีริน... ฉันไม่ใช่ของเล่นของคุณนะ”
“ใช่... เธอไม่ใช่ของเล่น” เขากระซิบข้างริมฝีปากนุ่ม ก่อนจะบดจูบลงไปอย่างดุดันและหิวกระหาย ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปาก รสสัมผัสที่ซ่านสยิวทำให้รินรดาแทบสิ้นสติ มือของเขาเลื่อนต่ำลงไปสำรวจความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดชั้นในลูกไม้สีดำ ความร้อนที่หลั่งไหลออกมาจากกายสาวเป็นดั่งเชื้อไฟที่เผาไหม้คีรินจนแทบคลั่ง
บทรักที่ควรจะเป็นการลงทัณฑ์กลับกลายเป็นงานศิลปะที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ทั้งคู่โรมรันกันด้วยแรงอารมณ์ที่ต่างฝ่ายต่างไม่อาจปฏิเสธ คีรินตักตวงความสุขจากร่างกายเธอด้วยความโหยหาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกรอยสัมผัส ทุกจังหวะการเคลื่อนไหว ถูกฉาบไว้ด้วยความลุ่มหลงที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่
กระทั่งในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปถึงขีดสุดของการปลดปล่อย เสียงเคาะประตูห้องอย่างแรงและรวดเร็วก็ดังกึกก้องขึ้นขัดจังหวะ!
“นายครับ! เมฆามันบุกเข้ามาที่เขตคาสิโนชั้นล่าง... มันบอกว่ามีของขวัญพิเศษมามอบให้คุณ!”
คีรินชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด เขาผละออกจากร่างบางที่กำลังหอบหายใจรวยรินอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะคว้าเสื้อสูทขึ้นมาคลุมกายแล้วหันกลับไปมองประตูด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นมาเฟียเลือดเย็นคนเดิม
“เก็บเสื้อผ้าให้เรียบร้อยรินรดา... คืนนี้เกมมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น”
เขาหยิบปืนพกกระบอกเงาวับออกมาจากลิ้นชักข้างหัวเตียง ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “ถ้าหากวันนี้ฉันตาย... เธอคือคนเดียวที่ฉันจะลากลงนรกไปด้วย”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงเสน่หาและเงื่อนงำไปกับนิยายเรื่องนี้นะครับ
- ธานินทร์แดนเถื่อน -
กับดักรักฉบับร้าย (คาสิโนหนี้สวาท)•ตอนที่ 4
กลิ่นกายที่คุ้นเคย
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับร้าย (คาสิโนหนี้สวาท) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!