"เก้าอี้ตัวนั้น... ดูเหมือนจะใหญ่เกินไปสำหรับคนที่เกือบทำลายห้องสมุดหลวงเมื่อสัปดาห์ก่อนนะ, อาจารย์เซน"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงกดดันระดับมหาเวทดังขึ้น ท่ามกลางห้องอาหารส่วนตัวของหอคอยอธิการบดี แสงไฟจากเชิงเทียนเวทมนตร์สีนวลส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของ ‘มาสเตอร์เวลล์’ อาจารย์ใหญ่แห่งสถาบันเวทมนตร์อาร์เคเมีย นัยน์ตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่ผ่านการตีซ้ำมานับร้อยครั้ง ทว่ามุมปากกลับประดับด้วยรอยยิ้มที่ไม่อาจคาดเดาความหมาย
เซน โซลาริส ไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เขายังคงใช้ชิ้นเนื้ออบในจานจิ้มซอสสมุนไพรอย่างใจเย็น ราวกับเสียงเตือนเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงแมลงหวี่แมลงวัน "ถ้าเราจะพูดถึงเรื่องขนาด เก้าอี้ตัวนี้ก็ยังเล็กเกินไปสำหรับคนที่ชอบซุกซ่อนบันทึกต้องห้ามไว้ใต้พรมห้องทำงานล่ะมั้งครับ, ท่านอาจารย์ใหญ่"
บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารหรูหราพลันอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ไอน้ำจากซุปเห็ดทรัฟเฟิลตรงหน้าหยุดลอยตัวราวกับถูกกฎฟิสิกส์บางอย่างตรึงไว้
การประชุมประจำเดือนของเหล่าอาจารย์ระดับสูงในค่ำคืนนี้ ถูกจัดขึ้นในรูปแบบ ‘อาหารมื้อค่ำส่วนตัว’ ระหว่างเขากับผู้นำสูงสุดของสถาบัน ไม่มีคณาจารย์คนอื่น ไม่มีบันทึกการประชุม มีเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยหมากเกมการเมืองเวทมนตร์ที่กำลังเดินหน้าไปทีละตา
เซนเหลือบสายตาขึ้นมองรอบห้อง โครงสร้างเวทมนตร์ป้องกันการดักฟังถูกกางไว้สามชั้น ชั้นนอกสุดเป็นเวทธาตุลมเพื่อกรองคลื่นเสียง ชั้นกลางเป็นเวทจิตเพื่อสะท้อนการหยั่งรู้ และชั้นในสุด... โครงสร้างรากฐานที่ลินน์เคยกระซิบเตือนเขาเมื่อตอนบ่าย เวทมนตร์โบราณที่คล้ายคลึงกับพลังในห้องใต้ดินของหอคอย
*—ระวังตัวด้วยนะคะ เซน โครงสร้างที่นี่ไม่ได้มีไว้แค่ป้องกันภายนอก แต่มันกำลัง ‘กิน’ มานาของคนที่นั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะทีละน้อย*
คำเตือนของเด็กสาวผุดขึ้นมาในหัว เซนจึงแอบขยับปลายนิ้วใต้โต๊ะ ร่ายวงแหวนเวทจิ๋วขนาดเท่าเหรียญทองคำลงบนพื้นผิวเก้าอี้ ปรับแต่งความถี่มานาของตนให้สั่นพ้องในทิศทางตรงกันข้าม เพื่อสร้างเกราะสะท้อนพลังงานที่กำลังพยายามลอบกัดกินแก่นมานาของเขา
"เธอเปลี่ยนไปมากนะ เซน" เวลล์วางส้อมลงบนจานเสียงดัง *กริ๊ง* "ตอนที่เธอเข้ามาที่นี่ครั้งแรกในฐานะอัจฉริยะผู้ร่วงหล่น ฉันคิดว่าเธอจะเป็นแค่เศษแก้วที่รอวันแตกสลาย แต่ดูตอนนี้สิ... เธอกลับดึงเอาเด็กสาวที่ไม่มีแม้แต่มานาอย่างลินน์เข้ามาอยู่ในอาณัติ แถมยังไขปริศนารอยแยกมานาในห้องเรียนภาคปฏิบัติได้ด้วยตัวคนเดียว"
"ผมเรียกว่าการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดครับ" เซนจิบไวน์องุ่นแดงรสชาติฝาดเข้ม "สถาบันนี้ไม่ได้ใจดีกับคนตกอับอย่างที่ป้ายหน้าโรงเรียนเขียนไว้หรอกครับ ถ้าเราไม่สร้างประโยชน์หรือทำตัวให้มีค่าพอจะ ‘เป็นภัย’ เราก็คงกลายเป็นแค่ปุ๋ยใต้รากไม้ของต้นไม้วิเศษในสวนหลังโรงเรียน"
เวลล์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและแหบพร่า "เธอฉลาดเสมอ เซน... นั่นคือเหตุผลที่ฉันเรียกเธอมาทานมื้อค่ำวันนี้" เขายื่นมือหนาหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาหมุนช้าๆ "โครงสร้างเวทมนตร์ของสถาบันกำลังเสื่อมถอย แกนกลางใต้ดินที่ใช้ค้ำจุนมิติของโรงเรียนต้องการ ‘พลังงาน’ จำนวนมากเพื่อพยุงไม่ให้มันล่มสลายลงในงานประลองเวทประจำปีที่จะถึงนี้"
เซนหรี่ตาลงทันที สมองอัจฉริยะประมวลผลอย่างรวดเร็ว "ท่านกำลังจะบอกว่า... งบประมาณมานาที่ใช้กางอาณาเขตป้องกันโรงเรียน ไม่ได้รั่วไหลเพราะความผิดพลาดของระบบ แต่ถูกดูดซับไปเพื่อจุดประสงค์อื่น?"
"ฉลาดเกินไปก็ไม่น่ารักหรอกนะ" เวลล์ยิ้มเยือกเย็น "พลังงานที่สูญหายไป ไม่ได้รั่วไหล แต่มันถูกส่งไปยัง ‘ประตู’ อีกบาน ประตูที่ถูกผนึกไว้ตั้งแต่ยุคสงครามเวทครั้งใหญ่ และกุญแจดอกเดียวที่จะเปิดมันได้... คือสายเลือดของตระกูลโซลาริสที่เหลืออยู่"
สิ้นคำพูดนั้น แรงกดดันมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่ร่างของเซนจนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งส่งเสียงลั่นเอี๊ยด โครงสร้างเวทมนตร์ภายในห้องแปรสภาพเป็นโซ่ตรวนมานาสีดำสนิท พุ่งตรงเข้ามัดตรึงแขนและลำตัวของเขาไว้กับพนักพิงอย่างรวดเร็ว
เซนกัดฟันแน่น เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม มานาที่เหลืออยู่น้อยนิดในร่างกายถูกกดทับจนแทบไม่Yอมขยับ แต่ทว่า... ริมฝีปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยัน ไม่มีความตื่นตระหนกอยู่ในแววตานั้นเลยแม้แต่น้อย
"ท่านคิดว่าโซ่ตรวนระดับสามัญแบบนี้ จะหยุดคนอย่างผมได้จริงๆ หรือครับ... อาจารย์ใหญ่?"
เซนสะบัดข้อมือเบาๆ รหัสเวทที่เขาแอบสลักไว้ใต้เก้าอี้เมื่อครู่เปล่งแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า มันไม่ใช่การป้องกัน แต่เป็น ‘คำสั่งถอดรหัส’ ที่ดึงเอาโครงสร้างพื้นฐานของห้องอาหารแห่งนี้มาเป็นของตนเองในเสี้ยววินาที!
[ ตรวจพบการแทรกแซงโครงสร้างระดับสูง ]
[ ทำการรีเซ็ตเงื่อนไขสิทธิ์การควบคุมห้องอาหาร... สำเร็จ ]
[ ปลดล็อกทักษะเฉพาะกิจ: ‘เจตจำนงแห่งผู้ไร้เงา’ (Shadowless Will) ]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานดังขึ้นในโสตประสาท พร้อมกับโซ่ตรวนสีดำที่สลายกลายเป็นละอองแสงในพริบตา เซนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เสื้อคลุมสีเข้มสะบัดตามแรงลมมานาที่หมุนวนรอบตัว ดวงตาคมกราบจ้องมองไปยังอาจารย์ใหญ่ที่สีหน้าเริ่มเปลี่ยนไปเป็นความตกตะลึง
เวลล์ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ มือข้างหนึ่งยกขึ้นเตรียมร่ายคาถาบทใหญ่ "เธอ... ทำได้อย่างไร! นั่นคือโครงสร้างที่สืบทอดมาตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง!"
"โลกมันเปลี่ยนไปแล้วครับท่านอาจารย์..." เซนก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แรงกดดันมหาศาลจากตัวเขากดทับจนเวลล์ต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว "และถ้าท่านยังดึงดันจะใช้โรงเรียนนี้เป็นเครื่องมือสังเวย... ผมนี่แหละ จะเป็นคนรื้อโครงสร้างทั้งหมดทิ้งด้วยมือของผมเอง"
บรรยากาศในห้องอาหารตึงเครียดถึงขีดสุด ไม่มีใครยอมใคร สายตาสองคู่ประสานกันราวกับจะแผดเผาอีกฝ่ายให้เป็นจุล ทว่าก่อนที่สงครามเวทมนตร์ขนาดย่อมจะปะทุขึ้นกลางหอคอย เสียงเคาะประตูก็จู่ๆ ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ทั้งสองชะงัก ประตูไม้บานใหญ่ค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของเด็กสาวผมยาวประบ่าที่ยืนถือแฟ้มเอกสารอยู่ด้านนอก ลินน์ เอสเทล กวาดสายตามองสภาพห้องที่เต็มไปด้วยเศษซากมานาที่ยังคุกรุ่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเซนด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ซ่อนความหมายลึกซึ้ง
"ขอโทษที่รบกวนเวลาอาหารค่ำนะคะ... แต่ว่า มีแขกไม่ได้รับเชิญรออยู่ที่ห้องพักของคุณเซนค่ะ และเขาบอกว่า... นำข่าวสารเกี่ยวกับ 'ประตูบานที่สาม' มาแลกเปลี่ยน"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและพลิกหน้ากระดาษแห่งเวทมนตร์ไปพร้อมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เซียนเวทตกอับกับจอมเวทไร้เงา•ตอนที่ 7
อาหารมื้อค่ำกับศัตรู
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเวทตกอับกับจอมเวทไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!