กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นอายฝุ่นผงของหอสมุดทิศใต้ไม่ได้รบกวนสมาธิของเซน โซลาริส แม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำกำลังไล่สัมผัสสันหนังสือเวทมนตร์ระดับรากฐานที่มีอายุกว่าสามร้อยปี ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตา (ที่เขาใส่ไว้เพื่อพรางตาจากพวกชอบหาเรื่อง) กวาดมองสัญลักษณ์รูนโบราณที่สลักไว้บนหน้ากระดาษอย่างรวดเร็วราวกับจะกลืนกินข้อมูลทั้งหมดเข้าไปในสมอง
ทว่า ความเงียบสงบในมุมอับของชั้นหนังสือชั้นสามกลับถูกรบกวนด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังแว่วมาจากโซนจัดเก็บตำราต้องห้าม
"คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน เจ้าเด็กไร้ค่า? แค่ท่านชายเรย์มอนด์เมตตาให้เดินเหินในสถาบันนี้ได้ ก็ถือว่าบุญหัวแค่ไหนแล้ว!"
เสียงตวาดแหลมสูงอันคุ้นเคยดังแทรกผ่านความเงียบ เซนชะงักมือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษ ดวงตาสีควันบุหรี่หรี่ลงเล็กน้อย เขามิใช่คนชอบสอดเรื่องชาวบ้าน หากแต่เสียงสะอื้นไห้ที่ตามมาด้วยความอัดอั้นตันใจนั้น… มันคือน้ำเสียงของลินน์ เอสเทล คู่คิดร่วมโต๊ะเรียนที่มักจะหอบตำรากองโตเดินตามหลังเขาเสมอด้วยความนอบน้อม
เซนถอนหายใจเบาๆ ปิดตำราในมือลงอย่างเชื่องช้า เขากลัดกระดุมเสื้อคลุมนักเรียนสีเทาเข้มให้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวเดินออกไปด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบดั่งเงาพราย
ณ บริเวณมุมอับหลังชั้นหนังสือสูงตระหง่าน ลินน์กำลังทรุดกายคุกเข่าอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ สภาพของเด็กหนุ่มปีหนึ่งเปียกโชกไปด้วยน้ำยาสกัดมานาสีม่วงเข้ม กลิ่นฉุนกึกของมันแสบจมูก ตำราเวทมนตร์และสมุดบันทึกที่จดด้วยลายมืออย่างประณีตกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น บางเล่มถูกฉีกขาดจนใช้การไม่ได้
เบื้องหน้าของลินน์คือกลุ่มนักเรียนชายสามคนจากตระกูลขุนนางชั้นสูง นำโดย 'บารอน ไวท์' บุตรชายคนที่สองของขุนนางฝ่ายใน ผู้ถือครองมานาธาตุไฟระดับสามที่มักจะใช้ความเหนือกว่ารังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าเสมอ
"เก็บขึ้นมาสิ! หรือว่ามือไม้ของเจ้ามันพิการจนหยิบจับอะไรไม่ได้เลย?" ไวท์หัวเราะลั่น ใช้ปลายเท้าเขี่ยสมุดบันทึกของลินน์ให้ไกลออกไปอีก ดวงตาของเด็กหนุ่มขุนนางฉายแววดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง "สถาบันอคาเดมี่เวทมนตร์แห่งนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับขยะไร้ค่าอย่างเจ้า… ถ้าไม่อยากอับอายจนต้องลาออกไปซะก่อนพรุ่งนี้เช้า ก็คลานไปเช็ดรองเท้าให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
ลินน์ก้มหน้าแน่น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนห่อเลือด มือที่กำอยู่บนพื้นสั่นเทาด้วยความคับแค้นใจ ความจริงแล้วเขามีความสามารถพิเศษในการสัมผัสโครงสร้างเวทมนตร์ระดับรากฐาน แต่มันเป็นสิ่งที่สถาบันและคนพวกนี้ไม่เคยเข้าใจ พวกเขาตัดสินคุณค่าของมนุษย์จากปริมาณมานาในกระแสเลือด และในเมื่อลินน์ถูกตราหน้าว่าไร้พลังเวท เขากลายเป็นเป้าซ้อมมือที่สมบูรณ์แบบที่สุด
"ทำไมล่ะ? หรือว่าแกคิดว่าจะมีใครหน้าไหนกล้ามาช่วยแก?" ลูกคู่คนหนึ่งหัวเราะเสริม พร้อมกับเงื้อมือขึ้นเตรียมจะผลักศีรษะของลินน์ให้แนบติดพื้น
"ถ้าพูดถึงคนที่จะมาช่วย… ข้าเกรงว่าพวกท่านคงกำลังมองหาข้าอยู่กระมังครับ"
น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเยือกเย็นจนน่าขนลุกดังขึ้นจากความมืดหลังชั้นหนังสือ
ไวท์และพรรคพวกสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองตามต้นเสียง ร่างของเซน โซลาริส ก้าวเดินออกมาจากเงาลางเลือน แสงสลัวจากคบเพลิงเวทมนตร์ริมผนังสะท้อนกรอบแว่นตาของเขาให้ประกายวาววับอันตราย รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเด็กหนุ่มผมสีดำสนิทไม่ได้สื่อถึงความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อในกรงขัง
"แกเป็นใคร? เด็กใหม่ปีหนึ่งห้องบ๊วยอย่างนั้นเรอะ?" ไวท์หรี่ตามองเซนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความประเมินต่ำ "อย่ามาเสือกเรื่องที่ไม่เข้าเรื่อง ถ้าไม่อยากโดนเผาจนเกรียมเหมือนเพื่อนไร้ค่าของแก"
เซนไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขายังคงก้าวเดินด้วยจังหวะสม่ำเสมอ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าลินน์ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปแตะไหล่ของเด็กหนุ่มรุ่นน้องเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน ก่อนจะช้อนสายตากลับมามองกลุ่มขุนนางชั้นสูงด้วยแววตานิ่งสนิท
"กฎของหอสมุดทิศใต้ข้อที่สี่ระบุไว้ชัดเจน… ห้ามใช้เวทมนตร์หรือก่อความเสียหายแก่ทรัพย์สินภายในเขตกองตำราโบราณ มิฉะนั้นจะถูกลงทัณฑ์โดยคณะกรรมการวินัยทันที" เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าชัดถ้อยชัดคำ
"ฮึ! กฎงี่เง่าพวกนั้นมีไว้สำหรับสามัญชนไร้เส้นสายอย่างพวกแกเท่านั้นแหละ!" ไวท์แค่นหัวเราะอย่างลำพองใจในอำนาจตระกูลของตน "ตระกูลไวท์ของข้าคุมงบประมาณบำรุงหอสมุดนี้ครึ่งหนึ่ง ใครหน้าไหนในสถาบันนี้จะกล้าทำอะไรข้า!"
"นั่นสินะครับ…" เซนพยักหน้ารับช้าๆ ราวกับเห็นด้วยอย่างยิ่ง "แต่ดูเหมือนว่าท่านจะลืมกฎอีกข้อหนึ่งไปเสียสนิท"
"กฎอะไรของแก?" ไวท์ขมวดคิ้วเริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีสุขุมเกินวัยของอีกฝ่าย
เซนปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อของตนเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ รอยยิ้มเยnเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
**"กฎเหล็กที่ว่า… คนที่รังแกสหายของอาร์เธอร์ โซลาริส จะไม่มีวันได้เดินออกจากหอสมุดนี้ด้วยขาของตัวเองครับ"**
สิ้นเสียงคำพูดนั้น อุณหภูมิภายในห้องโถงเก็บตำราก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน มานาสีดำสนิทที่ถูกบีอัดจนหนาแน่นพวยพุ่งทะลักออกจากร่างของเซนราวกับสัตว์อสูรตื่นจากจำศีล วงแหวนเวทมนตร์สีครามซับซ้อนนับสิบวงปรากฏขึ้นกลางอากาศในเสี้ยววินาทีโดยไม่มีแม้แต่เสียงร่ายคาถา แรงกดดันมหาศาลกดทับจนกลุ่มนักเรียนขุนนางทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในทันที
ในวินาทีที่ไวท์เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกและอ้าปากค้างจะกรีดร้องขอความช่วยเหลือ หน้าต่างเวทมนตร์สีฟ้าใสอันคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเซน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนก้องกังวานในโสตประสาท
[ติ๊ง! ตรวจพบการละเมิดความปลอดภัยระดับเขตพื้นที่]
[ระบบปลดล็อกภารกิจลับอัตโนมัติ: "บทลงทัณฑ์แห่งหอสมุดโบราณ" (ระดับ SSS)]
[เงื่อนไข: สั่งสอนกลุ่มผู้ละเมิดกฎให้สำนึกโดยไม่ใช้กำลังถึงชีวิต ภายในเวลา 3 นาที]
[รางวัล: เศษเสี้ยวแก่นแท้มาตราฐานโบราณ x1 / ปลดล็อกทักษะวิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์ระดับ 3]
ดวงตาสีควันบุหรี่ของเซนหรี่แคบลงเมื่ออ่านข้อความบนหน้าต่างระบบ พร้อมกันนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็กำลังดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ด้วยความเร็วสูง!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันยาวนานนี้ด้วยกันนะครับ
เซียนเวทตกอับกับจอมเวทไร้เงา•ตอนที่ 2
กฎเหล็กที่ไม่เคยมีอยู่จริง
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเวทตกอับกับจอมเวทไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!