เสียงปรบมือเยาะเย้ยของกลุ่มนักเรียนปีสองดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องฝึกซ้อมเวทมนตร์ใต้ดิน บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยไอความร้อนระอุจากลูกไฟเวทมนตร์ขนาดเท่าศีรษะมนุษย์ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ มันคือเวทมนตร์ระดับกลาง "เพลิงอัคคีทมิฬ" ที่ถูกร่ายขึ้นอย่างประณีตโดยฝีมือของ แบรด สมาชิกแถวหน้าของสภาคณาจารย์ฝึกหัด ผู้มองลงมาที่เซนและลินน์ด้วยสายตาราวกับกำลังมองดูแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ
“หมดเวลาสนุกแล้วล่ะ เจ้าสวะไร้ค่ากับศቀสษย์ก้นแถว” แบรดเหยียดยิ้มเย็นชา นิ้วมือข้างขวาดีดเบาๆ ส่งสัญญาณให้อุ้งมือเพลิงพุ่งทะยานเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วสูง แรงกดอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวจนเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมคม
เซน โซลาริส ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองโครงสร้างมานาที่กำลังพวยพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว สมองของเขาทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อคำนวณหาทางหนีทีไล่ มานาในร่างกายของเขามีน้อยเกินกว่าจะสร้างบาตรป้องกันเวทมนตร์ระดับนี้ได้ทัน การปะทะตรงๆ มีแต่จะทำให้ความลับเรื่องพลังที่เสื่อมถอยของเขาถูกเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน
ทว่า ก่อนที่เซนจะทันได้ขยับตัวก้าวถอยหลังเพื่อดึงมีดอาคมสำรอง ร่างเล็กของเด็กสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาก็ขยับไวกว่า
ลินน์ เอสเทล ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ดวงตาสีฟ้าใสไร้ประกายความกลัว ในมือเรียวบางไม่มีแม้แต่ไม้กายสิทธิ์หรือวงแหวนเวทมนตร์ เธอยื่นปลายนิ้วชี้ออกไปเบื้องหน้าอย่างไร้เรี่ยวแรง แต่วินาทีนั้นเอง อากาศรอบตัวเธอกลับนิ่งสนิท ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ชั่วขณะ
“เด็กบ้านนอกคนนั้นเสียสติไปแล้วหรือไง!” เสียงอุทานจากกลุ่มผู้ชมดังขึ้น
แต่เซนรู้ดีว่ามันไม่ใช่ความบ้าบิ่น ลินน์กำลังมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น เธอเห็น ‘รหัสรากฐาน’ ของเวทมนตร์
“ลินน์ ถอยไป!” เซนร้องเตือน แม้ในใจจะเริ่มตระหนักถึงบางสิ่งที่เกินความคาดหมาย
เด็กสาวไม่ตอบ เปลือกตาของเธอปิดลงครึ่งหนึ่ง ลมหายใจผ่อนเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ และในเสี้ยววินาทีที่ลูกไฟเพลิงอัคคีเข้าประชิดตัวในระยะไม่ถึงคืบ นิ้วมือของลินน์ก็สะบัดวาดเป็นเส้นตรงกลางอากาศ ราวกับจิตรกรกำลังลากพู่กันบนผืนผ้าใบ
ฟึบ!
เสียงประหลาดคล้ายกระดาษถูกฉีกขาดดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่ทรงพลังพอที่จะกลบเสียงคำรามของเปลือกไฟทั้งหมด
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปทำให้ทุกคนในห้องถึงกับอ้าปากค้าง ลูกไฟยักษ์ที่ควรจะแผดเผาร่างของพวกเขากลับสะดุดกึก ราวกับชนเข้ากับกำแพงล่องหน จากนั้น วงแหวนเวทมนตร์สีแดงฉานที่สลักอยู่รอบลูกไฟก็เริ่มแตกร้าว เกิดรอยปริแยกสีฟ้าเรืองแสงแผ่ขยายออกไปตามเส้นสายมานาอย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!
เพลิงอัคคีทมิฬสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองจางๆ ก่อนจะจางหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ราวกับมันไม่เคยถูกร่ายขึ้นมาตั้งแต่แรก
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องฝึกซ้อมทันที แบรดถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนเส้นเลือดฝอยในตาปูดโปน “เป็นไปไม่ได้! นั่นคือเวทมนตร์ระดับกลางที่ฉันใช้เวลาฝึกฝนร่วมปี... แก... แกทำลายมันด้วยมือเปล่าได้อย่างไร!”
ลินน์ลดมือลง ใบหน้าขาวเนียนมีเหงื่อซึมบางๆ เธอยืนหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองเซนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโล่งอก “คุณเซน... ฉันทำตามที่คุณแนะนำแล้วค่ะ โครงสร้างตรงจุดเชื่อมต่อที่สามมันเปราะบางจริงๆ ด้วย”
เซนลอบถอนหายใจยาวในใจ แม้สีหน้าจะยังคงเรียบเฉยราดรินด้วยความเยือกเย็น เขารู้ดีว่าสิ่งที่ลินน์ทำเมื่อครู่ไม่ใช่การใช้เวทมนตร์ต่อต้าน แต่เป็นการ ‘แทรกแซงและทำลายตรรกะพื้นฐาน’ ของเวทมนตร์ด้วยการสัมผัสจุดอ่อนของมานาโดยตรง ความสามารถระดับนี้... หากแพรพรายออกไป ลินน์จะไม่ใช่แค่เด็กสาวไร้ค่าในสายตาใครอีกต่อไป แต่เธอจะกลายเป็นเป้าหมายที่อันตรายที่สุดในสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้
“ทำได้ไม่เลวเลยนี่ ลินน์” เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบ พรางก้าวเข้าไปยืนบังร่างของเด็กสาวไว้ครึ่งหนึ่งเพื่อบดบังสายตาที่เริ่มแปลเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวงและริษยาจากรอบข้าง
“แกสองคน... ซ่อนวิชาอะไรไว้!” แบรดคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกหักหน้าต่อหน้าธารกำนัล มานาในร่างกายถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้การควบคุมอีกครั้ง รอบตัวเขาก่อตัวเป็นพายุหมุนขนาดเล็ก “อย่าคิดนะว่าจะหนีพ้นบทลงโทษของสภาคณาจารย์!”
ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ อากาศเหนือพื้นห้องฝึกซ้อมก็บิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่นสีเงินยวง กลิ่นอายอันทรงพลังที่กดทับจนทุกคนต้องหายใจติดขัดแผ่ซ่านออกมาจากรอยแยกมิติที่กำลังเปิดออก
ตึง!
รองเท้าหนังขัดเงาสีดำก้าวพ้นรอยแยกมิตินั้นออกมา ร่างของชายวัยกลางคนในชุดคลุมนักปราชญ์สีครามปักด้ายทองคำบริสุทธิ์ ปีกหมวกปีกกว้างบังใบหน้าครึ่งหนึ่งไว้ แต่สัญลักษณ์รูป ‘ดวงตาแห่งปราชญ์’ ที่ปกเสื้อซ้ายคือเครื่องยืนยันตัวตนที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ—อาจารย์ใหญ่อันดับหนึ่งแห่งสถาบันเวทมนตร์ลูเมนาเรีย
“พอได้แล้ว แบรด การใช้เวทมนตร์โจมตีเพื่อนร่วมชั้นในพื้นที่ต้องห้าม โทษทัณฑ์ของเธอยังน้อยไปหรือไร” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังก้องไปทั่วห้อง
แบรดหน้าซีดเผือด รีบคุกเข่าลงทันที “ท่านอาจารย์ใหญ่... คือว่าพวกมัน...”
“ฉันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้น” อาจารย์ใหญ่ยกมือขึ้นห้าม ปลายสายตาคมกริบภายใต้ปีกหมวกหันมาหยุดอยู่ที่เซนและลินน์ นานนับวินาทีก่อนที่มุมปากข้างหนึ่งจะยกย่องขึ้นเล็กน้อย “น่าสนใจ... เด็กสาวที่ไม่มีมานา แต่กลับมองเห็นเส้นทางสายใยเวทมนตร์ และเด็กหนุ่มผู้สูญเสียพลังแต่กลับมีความรู้ที่เหนือกว่าตำราหลวง”
เซนขยับตัวเล็กน้อย สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวร้องระงับอย่างรุนแรง ชายคนนี้อันตรายเกินกว่าจะรับมือด้วยการโกหกแบบเดิมๆ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับตำนาน "มหาปราชญ์วาเลนไทน์" กำลังเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของท่าน]
[คำเตือน: ความลับเรื่องการสูญเสียมานาอยู่ในภาวะเสี่ยงสูงสุด (ความเสี่ยง 89%)]
[เงื่อนไขพิเศษเปิดใช้งาน: ท่านจะเลือก "เปิดเผยไพ่ตาย" หรือ "หลบหนีผ่านประตูมิติฉุกเฉิน" (ค่าใช้จ่าย: มานาที่เหลือทั้งหมด)]
นิ้วมือของเซนกำเข้าหากันแน่นในกระเป๋าเสื้อ ขณะที่เสียงทุ้มของอาจารย์ใหญ่เอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้เลือดในกายของเซนเย็นเฉียบ
“เซน โซลาริส... ฉันตามหาลูกศิษย์คนสุดท้ายของ ‘จอมเวทไร้เงา’ คนนั้นมานานเหลือเกิน ไม่นึกเลยว่าจะมาแฝงตัวอยู่กับเด็กปีหนึ่งแบบนี้”
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "อาร์เธอร์มนตราสวรรค์" เสมอมานะครับ
เซียนเวทตกอับกับจอมเวทไร้เงา•ตอนที่ 5
ประกายไฟในความเงียบ
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเวทตกอับกับจอมเวทไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!