ฟาร์มมอนสเตอร์จิ๋วป่วนโลก VRMMO•ตอนที่ 5

พบกันโดยบังเอิญกับนักดาบหลงทาง

ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
“โอ้โห… ซ่อนตัวอยู่ในเขตแดนลับนี่เองสินะ เจ้าพวกสวะรักสัตว์… นายคิดจริงๆ เหรอวะ ว่าแค่รั้วไม้ก๊อกแก๊กแค่นี้ จะกันพวกเราจากการกวาดล้าง ‘ขยะ’ ในเกมนี้ได้?” เสียงทุ้มห้วนที่เจือแววเยาะเย้ยถากถางดังทะลุผ่านระลอกคลื่นเวทมนตร์พรางตาเข้ามา เสียงนั้นบาดหูและสร้างความตึงเครียดให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที ลีโอนิ่งงันไปชั่วขณะ มือข้างหนึ่งที่กำลังถือแครอทป้อนให้ ‘พุดดิ้ง’ สไลม์นกกระจอกเทศตัวจิ๋วชะงักค้างกลางอากาศ เจ้าพุดดิ้งเอียงคอมองเจ้านายด้วยดวงตากลมโตใสแป๋ว ก่อนจะส่งเสียงร้อง “จุ๊บๆ” เบาๆ คล้ายจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น ลีโอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขากวาดสายตามองไปรอบรั้วเขตแดนลับที่ตอนนี้เริ่มมีรอยปริร้าวจากพลังเวทภายนอก ปมในอดีตที่เขาพยายามหลบหนีจากการถูกรังแกในโลกความเป็นจริงซ้อนทับเข้ามาในสมอง แต่ทว่า ในโลกเสมือนจริงแห่งนี้… เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มผู้ไร้ทางสู้คนเดิมอีกต่อไปแล้ว “พุดดิ้ง… อยู่เงียบๆ ตรงนี้นะคะ เด็กดี” ลีถีกระซิบบอกเจ้าสไลม์น้อยเสียงนุ่ม พุดดิ้งพยักหน้ารัวๆ แล้วมุดตัวหายเข้าไปในพุ่มไม้สมุนไพรเรืองแสงอย่างรู้ความ ลีโอก้าวเท้าเดินออกจากเขตปลอดภัยช้าๆ ทว่ามั่นคง ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังเงาร่างสามร่างที่กำลังยืนอยู่หน้าแนวรั้วไม้ก๊อกแก๊ก ชุดเกราะสีดำทมิฬสลับแดงบ่งบอกถึงสังกัดของกิลด์นักล่าค่าหัวชื่อกระฉ่อน พวกมันคือกลุ่มคนที่มักจะไล่ล่ามอนสเตอร์ระดับต่ำเพื่อเอาวัตถุดิบไปขายในราคาแพง และมักจะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้เล่นสายสันโดษเสมอ “พวกคุณต้องการอะไร ที่นี่คืออาณาเขตส่วนบุคคลนะคะ” ลีโอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง แม้ภายในใจจะเริ่มเต้นระรัวราวกับกลองศึก “ฮ่าๆๆ อาณาเขตส่วนบุคคลบ้านแกสิไอ้หนู! แกกล้าดียังไงเอาพวกมอนสเตอร์ไร้ค่าพวกนี้มาเลี้ยงไว้รกเซิร์ฟเวอร์ แถมยังบล็อกเควสต์ล่าสัตว์ของพวกฉันอีก รู้ไหมว่าพวกแกกำลังทำให้พวกฉันเสียเวลาทำมาหากิน!” ชายร่างใหญ่คนกลางที่คาดว่าจะเป็นหัวหน้าทีมก้าวเข้ามาประชิดแนวรั้ว ดาบยักษ์ในมือลากับพื้นจนเกิดประกายไฟแล่บแปล๊บ ลีโอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย สายตาของเขาไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเวทนาและปกป้อง “มอนสเตอร์ก็มีชีวิตจิตใจนะคะ พวกมันไม่ได้ ‘รกเซิร์ฟเวอร์’ อย่างที่คุณพูด ถ้าคุณอยากได้วัตถุดิบ ทำไมไม่ไปล่าในเขตอันตรายตามระบบดั้งเดิมล่ะคะ ทำไมต้องมาทำลายที่ที่สงบสุขแบบนี้ด้วย” “ปากดีนักนะไอ้เวร! งั้นฉันจะสอนให้แกสำนึกเองว่าโลกใบนี้มันอยู่ยากแค่ไหน!” สิ้นคำพูด ชายร่างใหญ่ก็ง้างดาบขึ้นหมายจะฟันทะลุรั้วไม้เข้ามาเพื่อทำลายทุกอย่างข้างใน ลีโอกำหมัดแน่น เตรียมเรียกใช้การ์ดอัญเชิญมอนสเตอร์ป้องกันตัว แต่ทว่า… *ฉับ! ฟึบ!* ก่อนที่ดาบยักษ์จะทันได้สัมผัสรั้วไม้ ประกายแสงสีเงินยวงก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ! ร่างของชายร่างใหญ่ชะงักกึก รอยแผลลึกเฉียดผ่านเกราะไหล่จนเกิดเสียงโลหะลั่นเอี๊ยด เขากระเด็นถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตกใจ พร้อมกับลูกน้องอีกสองคนที่รีบชักอาวุธขึ้นตั้งรับอย่างลهاลาน “ใครวะ? เสือกอะไรด้วยเนี่ย!” หัวหน้ากิลด์นักล่าตะโกนก้องด้วยความโกรธเกรี้ยว จากเงาไม้ทึบเบื้องหลังแนวรั้ว ร่างของชายหนุ่มในชุดคลุมนักเดินทางเก่าคร่ำคร่าและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดก็ก้าวออกมาอย่างช้าๆ เรือนผมสีเงินยุ่งเหยิงปรกลงมาเคลียคลอ ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬฉายแววเย็นชาและเหนื่อยล้า มือขวาของเขากุมด้ามดาบคาตานะเล่มยาวที่มีคราบเลือดสีดำของมอนสเตอร์ป่าติดอยู่ แน่นเสียจนข้อต่อกระดูกนิ้วขึ้นสีขาว นั่นคือ ‘เซเฟอร์’ นักดาบหนุ่มผู้โด่งดังจากกระดานจัดอันดับผู้เล่นสายต่อสู้ แต่ในยามนี้ สภาพของเขากลับดูสะินสะออมและเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จากการต่อสู้ยืดเยื้อ เซเฟอร์หอบหายใจหนักหน่วง ลมหายใจร้อนผ่าวพรูออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก เขากวาดสายตามองกลุ่มนักล่าค่าหัวด้วยหางตา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่เฉียบคมบาดลึก “พวกแก… เสียงดังน่ารำคาญชะมัด… เกะกะลูกตา ถอยไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน” “เฮ้ย! แกมันเซเฟอร์นี่หว่า! นักดาบเดี่ยวท็อปเท็นของเซิร์ฟเวอร์ไม่ใช่เหรอวะ ทำไมถึงมาสภาพนี้ได้วะ ฮ่าๆๆ หรือว่าโดนหมาป่าป่ารุมทึ้งจนปางตายมาล่ะสิ ถึงได้หนีหัวซุกหัวซุนมาซ่อนตัวอยู่แถวนี้!” หัวหน้ากิลด์นักล่าหัวเราะเยาะเมื่อจำหน้าอีกฝ่ายได้ ความหวาดกลัวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความโลภ “ถ้าจัดการแกได้ ชื่อเสียงของเราคงพุ่งกระฉูดแน่เฮ้ย! ลุยมันเลย!” นักล่าทั้งสามพุ่งเข้าใส่เซเฟอร์พร้อมกันในพริบตาเดียว! ลีโอบีบมือตัวเองแน่นด้วยความตกใจ แม้เซเฟอร์จะเป็นยอดฝีมือ แต่ด้วยสภาพร่างกายที่บาดเจ็บหนักและเสียเลือดมากจากการสู้กับมอนสเตอร์ป่ามาก่อนหน้านี้ ไม่มีทางเลยที่เขาจะรับมือผู้เล่นพร้อมกันสามคนในสภาพนี้ได้ ลีโอขยับตัวจะวิ่งเข้าไปช่วย แม้จะรู้ว่าพลังต่อสู้ของตนเองมีน้อยนิดก็ตาม “อย่าเข้ามา… ยุ่ง…” เซเฟอร์พึมพำลอดไรฟัน *เคร้ง! ฉับ! พรวด!* ประกายดาบสาดกระเซ็นไปทั่วผืนป่า เซเฟอร์สะบัดดาบรับการโจมตีของคนแรกได้อย่างเฉียดฉิว แต่แรงกระแทกทำให้บาดแผลที่สีข้างปริแตก เลือดสดๆ ไหลซึมย้อมชุดคลุมจนเป็นวงกว้าง เขากัดฟันกรอด ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแต่ยังคงไว้ซึ่งความหยิ่งทะนง เขาใช้เข่ากระแทกเข้าที่ท้องของคนที่สองจนจุกทรุดลงไปกองกับพื้น แต่ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง หัวหน้ากิลด์ก็เงื้อดาบฟันลงมาหมายจะปลิดชีพเขาจากด้านหลังโดยที่เซเฟอร์ไม่มีแรงหลบหลับแล้ว! “ระวังค่ะ!” ลีโอตะโกนสุดเสียง พร้อมกับตัดสินใจพุ่งทะยานผ่านแนวรั้วไม้ออกไปอย่างไร้ความลังเล เขายื่นมือออกไปข้างหน้า เรียกใช้สกิลพิเศษ ‘เสียงเรียกแห่งพงไพร’ พุดดิ้งที่ซ่อนอยู่กระโดดพุ่งออกมากลางอากาศ ร่างสีชมพูใสขยายใหญ่ขึ้นอย่างฉับพลันกลายเป็นสไลม์นกกระจอกเทศยักษ์ พ่นใยเหนียวหนึบพุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของหัวหน้ากิลด์นักล่าทันที! *ปึง!* ใยเหนียวดึงรั้งร่างของหัวหน้ากิลด์จนเซถลาล้มคะมำ ดาบในมือพลาดเป้าเฉียดหัวเซเฟอร์ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น เซเฟอร์เบิกตากว้างเล็กน้อยยามที่หันมามองเด็กหนุ่มผู้เข้ามาขวางระหว่างความเป็นความตายให้เขา ลีโอหอบหายใจน้อยๆ ใบหน้าหวานเปรอะเปื้อนฝุ่นผงแต่แววตากลับมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวอย่างไม่น่าเชื่อ มือข้างหนึ่งประคองแขนของเซเฟอร์ไว้เพื่อพยุงไม่ให้เขาล้มลง “คุณ… เจ็บหนักมากเลยนะคะ ทำไมถึงฝืนตัวเองขนาดนี้ล่ะคะ?” ลีโอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด เซเฟอร์มองหน้าลีโอเนิ่นนาน ดวงตาสีนิลกาฬที่เคยว่างเปล่าและเย็นชา คล้ายมีระลอกคลื่นบางอย่างไหววูบผ่านไป เขาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างสมเพชตัวเอง “หึ… เธอนี่มัน… แปลกคนชะมัด… ตัวเองก็เอาจะไม่รอด ยังจะมาสนันสนุนคนอื่นอีกเหรอ…” “ฉันไม่อยากเห็นใครต้องมาบาดเจ็บหรือตายในเขตของฉันหรอกค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคน หรือ… มอนสเตอร์” ลีโอตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่อบอุ่นและจริงใจ คำตอบนั้นทำให้เซเฟอร์นิ่งงันไป เขารู้สึกราวกับมีกระแสความอบอุ่นแปลกประหลาดไหลซึมเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจที่ด้านชามานานนับปี ความรู้สึกปลอดภัยที่โหยหามาตลอดการเล่นเกมนี้ ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย “หน่อยแน่! ไอ้นกประหลาดกับเด็กเวรนี่! อย่าคิดว่าพวกแกจะรอดนะโว้ย!” หัวหน้ากิลด์นักล่าที่แกะใยเหนียวออกได้สำเร็จลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด เส้นเลือดปูดโปนตามลำคอ เขาคำรามลั่น “พวกแกทุกคน เตรียมตัวตายซะ!” บรรยากาศรอบตัวพลันดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง เมื่อหัวหน้ากิลด์นักล่าปลดปล่อยสกิลลับระดับสูง ‘เพลิงโลกันตร์คลั่ง’ ดาบในมือของมันลุกโชนไปด้วยเปลวไฟสีดำทมิฬ แผ่ไอความร้อนแผดเผาต้นไม้รอบข้างจนใบไม้แห้งกรอบกลายเป็นจุล พลังมหาศาลนี้เกินกว่าที่เขตแดนไม้ก๊อกแก๊กหรือสไลม์ตัวจิ๋วจะรับไหว ลีโอหน้าซีดเผือด รู้สึกได้ถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ เซเฟอร์หรี่ตามองเปลวไฟนั้น เขากัดฟันฝืนความเจ็บปวด พยายามจะยกดาบขึ้นยืนหยัดอีกครั้ง แม้ร่างกายจะร้องประท้วงจนแทบแหลกสลายก็ตามที แต่ทว่า… ก่อนที่ดาบเล่มทมิฬจะถูกเหวี่ยงลงมาสังหารพวกเขาทั้งคู่ จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก้าวสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากส่วนลึกที่สุดของป่าลึก… ป่าที่ระบบระบุว่าเป็น ‘เขตต้องห้ามถาวร’ ที่ไม่เคยมีผู้เล่นคนใดกล้าเหยียบย่างเข้าไปเพราะความโหดร้ายของมัน กลุ่มนักล่าค่าหัวชะงักกึก หันขวับไปมองตามเสียงนั้นด้วยความตื่นตระหนก เปลวไฟสีดำในมือของหัวหน้ากิลด์ถึงกับสั่นไหวและดับวูบลงทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาลที่พัดโหมกระหน่ำเข้ามา เงาร่างมหึมานับสิบตัวค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากม่านหมอกทึบ ดวงตานับคู่ส่องประกายสีทองวาวโรจน์ในความมืด และหนึ่งในนั้น… คือมอนสเตอร์ระดับบอสโบราณที่พวกนักล่าไม่มีวันจินตนาการถึงว่าจะได้พบเจอในแผนกนี้ เซเฟอร์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก ลีโอเองก็อ้าปากค้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามอนสเตอร์เหล่านั้นไม่ได้พุ่งเข้ามาทำร้ายพวกเขา แต่กลับเดินมาล้อมรอบตัวเขาและเซเฟอร์ไว้ราวกับเป็นการ ‘อารักขา’ ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของทุกคนหยุดเต้นไปชั่วขณะ คือเสียงกระซิบอันเย็นเยียบที่ดังขึ้นจากร่างของบอสตัวใหญ่ที่สุด “กล้าดียังไง… มาแตะต้อง… ‘ลูกหลาน’ ของเราในอาณาเขตนี้…” โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฟาร์มมอนสเตอร์จิ๋วป่วนโลก VRMMO นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%