ห้องสอบสวนของกองปราบปรามในยามวิกาลอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความกดดันที่หนาแน่นเสียยิ่งกว่าควันพิษ
"พวกคุณถูกจับในข้อหาฆาตกรรมอำพราง!"
น้ำเสียงแข็งกร้าวของนายตำรวจร้อยเวรยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทว่าสิ่งที่รินรดากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ไม่ใช่กุญแจมือเหล็กเย็นเยียบ หากแต่เป็นพิษไข้ที่จู่โจมเข้าเล่นงานร่างกายอย่างกะทันหันจนโลกทั้งใบเอียงวูบ ร่างกายที่เคยผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงมาตลอดชีวิตราชการ บัดนี้กลับอ่อนปวกเปียกราวกับกระดาษเปียกน้ำ เธอนั่งขดตัวอยู่บนโซฟาหนังเทียมเก่าๆ ในเซฟเฮาส์เฉพาะกิจ ลมหายใจร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟสุมอยู่ภายในอก หน้าผากชื้นด้วยเม็ดเหงื่อกาฬ และอาการหนาวสั่นจนฟันกระทบกันกั่กๆ
ตู้เย็นในครัวว่างเปล่า ไร้เงาของฟาสต์ฟู้ดหรือกาแฟกระป๋องที่เธอพึ่งพามาตลอดชีวิต มีเพียงความเงียบและเสียงฝีเท้าที่เดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายของใครบางคน
"อย่ามาทำเป็นสำออยแถวนี้ แค่โดนสอบสวนนิดๆ หน่อยๆ ถึงกับหมดสภาพเลยหรือไง สายสืบเหล็กไหลผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของคินน์ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า เชฟหนุ่มเจ้าของฉายาเชฟปากร้ายสายสปีดถอดเสื้อสูทออก พับแขนเสื้อเชิร์ตสีขาวขึ้น2ทบเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของคนทำงานครัวหนักหน่วง เขามองรินรดาด้วยหางตา แววตาคมกริบคู่นั้นฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด ทว่าหากสังเกตให้ดี จะเห็นร่องรอยความกังวลซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชาเหล่านั้น
"ฉัน... ไม่ได้สำออย..." รินรดาเค้นเสียงตอบออกไปอย่างยากลำบาก เสียงของเธอแหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ใบหน้าที่เคยซีดเซียวบัดนี้กลับแดงก่ำด้วยพิษไข้
คินน์พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ อย่างเหลืออด เขาก้าวเข้ามาใกล้แล้วใช้หลังมือแตะลงบนหน้าผากมนของเธอทันที โดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต
"ตัวร้อนเป็นไฟขนาดนี้ ยังมีหน้ามาปากดีอีกเหรอครับคุณรินรดา!" คินน์อุทานออกมาเสียงดัง สีหน้าของเขาถอดสีลงไปถนัดตา ความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณการดูแลที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน
รินรดาอยากจะเถียงกลับ ชักสีหน้าใส่ หรือผลักไสเขาออกไปตามนิสัยเดิม แต่ความหนาวเหน็บที่กัดกินไปถึงกระดูกทำให้เธอไม่มีแรงแม้แต่จะยกแขนขึ้นมาปัดป้อง ดวงตากลมโตที่เคยดุดันและเฉียบคม ค่อยๆ ปรือปรอยลงอย่างคนหมดแรง เปลือกตาหนักอึ้งจนไม่อาจฝืนลืมไว้ได้
คินน์ขบกรามแน่น สมองอัจฉริยะที่เคยคำนวณสูตรอาหารระดับมิชลินสตาร์มานับไม่ถ้วน บัดนี้กลับหมุนวนด้วยความกระวนกระวาย เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่แข็งกระด้าง ปากเก่ง และชอบกินแต่อาหารขยะในร้านสะดวกซื้อ จะมีมุมที่บอบบางและเปราะบางได้ถึงเพียงนี้
"รอตรงนี้ ห้ามตายเด็ดขาด ไม่งั้นผมจะฟ้องศาลว่าคุณจงใจทิ้งภาระไว้ให้ผมคนเดียว"
คินน์เอ่ยคาดโทษด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นเข้มงวด แต่กลับสั่นเครือเล็กน้อยอย่างไร้พิรุธ ก่อนที่ร่างสูงจะหมุนตัวหายเข้าไปในครัวของเซฟเฮาส์
เสียงกุ๊กกักของอุปกรณ์ทำครัวดังขึ้นเป็นจังหวะกระชั้นชิด คินน์เปิดตู้เก็บของและตู้เย็นสำรองอย่างรวดเร็ว แม้ว่าวัตถุดิบจะมีจำกัดจำเขี่ยเนื่องจากสถานการณ์หลบหนีคดี แต่สำหรับเชฟมือหนึ่งที่มีสัญชาตญาณดิบเถื่อนและรวดเร็ว การเนรมิตอาหารเพื่อฟื้นฟูร่างกายคนป่วยไม่ใช่เรื่องยากเกินเอื้อม กลิ่นหอมกรุ่นของขิงแก่ทุบแตกผสมผสานกับกลิ่นหอมละมุนของน้ำซุปกระดูกไก่เคี่ยวเร่งด่วนโชยออกมาเตะจมูกภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที
คินน์เดินกลับออกมาพร้อมชามกระเบื้องสีขาวควันบุหรี่ ในนั้นบรรจุโจ๊กข้าวโอ๊ตเนื้อเนียนละเอียดที่แต่งแต้มด้วยขิงซอยบางกรอบและไข่ต้มยางมะตูมสีส้มสวยงาม ความใส่ใจในรายละเอียดแม้กระทั่งยามคับขันสะท้อนผ่านหน้าตาของอาหารตรงหน้าได้อย่างชัดเจน
"ลุกขึ้นมานั่งดีๆ ครับ อย่าทำตัวเป็นภาระให้มากนัก" คินน์วางชามลงบนโต๊ะข้างโซฟา ก่อนจะโน้มตัวลงมาประคองร่างอ่อนปวกเปียกของรินรดาให้พิงกับหมอนใบโต
สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดของเขาที่แตะโดนแผ่นหลังและต้นแขน ทำให้รินรดาสั่นสะท้านขึ้นมาอีกระลอก ไม่ใช่เพราะความหนาวจากพิษไข้ แต่เป็นกระแสความรู้สึกบางอย่างที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างอย่างไม่คาดฝัน เธอลืมตาขึ้นช้าๆ มองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ แววตาของคินน์ในยามนี้ไม่มีร่องรอยของการเยาะหยันหรือท่าทีปากร้ายหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่หลังม่านตาคู่คมนั้นอย่างชัดเจน
"ฉัน... กินไม่ลงหรอก..." เธอพึมพำเสียงเบาหวิว
"ห้ามปฏิเสธครับ" คินน์ตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ทว่านุ่มนวลกว่าปกติหลายเท่า เขาตักโจ๊กคำเล็กๆ เป่าเบาๆ จนไอความร้อนจางลง แล้วยื่นมาจ่อริมฝีปากแห้งผากของเธอ "อ้าปากครับ ถ้าไม่อยากให้ผมต้องป้อนด้วยวิธีอื่น"
รินรดาชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยกับคำขู่เชิงหยอกล้อแกมบังคับนั้น แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนล้าเกินกว่าจะต่อกร เธอจึงยอมอ้าปากรับรสชาติอุ่นร้อน ละมุนลิ้น และเผ็ดร้อนนิดๆ จากขิงสดที่ช่วยขับไล่ความหนาวสะท้านในกายให้ทุเลาลงทีละน้อย
รสสัมผัสของอาหารสะท้อนความใส่ใจที่คินน์ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีปากร้าย ทุกคำที่ป้อนมีความพอดี ทั้งอุณหภูมิและรสชาติ รินรดากลืนอาหารลงคออย่างยากลำบากในตอนแรก แต่ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากกระเพาะอาหารขึ้นมาถึงหัวใจ ทำให้เธอรู้สึกมีแรงฮึดขึ้นมาบ้าง สายตาของเธอยังคงจดจ้องใบหน้าด้านข้างของเชฟหนุ่มที่ตั้งอกตั้งใจดูแลเธอราวกับไข่ในหิน
"ทำไม... ถึงต้องใจดีด้วยล่ะ" รินรดาเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ เสียงของเธอยังคงแหบพร่า แต่แฝงไปด้วยความสงสัยที่อัดอั้น "นายเกลียดฉันไม่ใช่เหรอที่เข้ามาพัวพันกับเรื่องบ้าๆ นี่"
คินน์ชะชะงักมือที่กำลังถือชาม เขาวางชามลงบนโต๊ะช้าๆ ก่อนจะหน้าหันมาสบตากับเธอตรงๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันแผ่วเบา ดวงตาคมกริบของคินน์พินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนที่ไร้เครื่องสำอางและเปียกชื้นด้วยเหงื่อของหญิงสาวตรงหน้า
"ผมไม่ได้ใจดีกับทุกคนหรอกนะครับ..." คินน์กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นไหวเล็กน้อย ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มขึ้นบางๆ เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง "แต่กับคุณ... มันคงเป็นข้อยกเว้นมั้งครับ สายสืบตัวแสบ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างแรง จังหวะการเต้นของมันดังสะท้อนก้องอยู่ในอกจนเธอเกรงว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ความรู้สึกต่อต้านและกำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองมาตลอดพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า ภายใต้ดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความจริงใจและแววตาคลั่งรักที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้ความเย็นชา
คินน์ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมหน้าที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของเธออย่างทะนุถนอม สัมผัสแผ่วเบานั้นสร้างกระแสไฟอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วผิวเนื้อ ทำเอาชิscrดสีหน้าไม่ถูก รินรดาหลุบตาลงมองริมฝีปากของเขาโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะแตะกันอยู่รำไร ความใกล้ชิดที่บีบคั้นอารมณ์ทำให้ความรู้สึกฟินจิกหมอนพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงและฉับพลัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม!
คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ส่วนรินรดาสะดุ้งเฮือกด้วยสัญชาตญาณระแวดระวังภัย
ก่อนที่คินน์จะทันได้ลุกไปดู ประตูเซฟเฮาส์ก็ถูกถีบเปิดผางเข้ามาด้วยแรงมหาศาล ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบผู้เป็นคู่แข่งคู่อาฆาตในวงการเชฟก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก
"ขอโทษที่ขัดจังหวะสวีทนะ... แต่ดูเหมือนความลับเรื่องคดีฆาตกรรมของพวกนาย จะไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไปแล้วล่ะ!" ภาคินเอ่ยขึ้นเสียงดัง พร้อมกับชูแท็บเล็ตในมือที่ฉายภาพหลักฐานมัดตัวทั้งคู่ออกสื่อออนไลน์แบบสดๆ ร้อนๆ!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความอบอุ่นและปั่นป่วนหัวใจของคินน์และรินรดานะครับ
เซฟเฮาส์เฉพาะกิจกับเชฟปากร้ายสายสปีด•ตอนที่ 8
ปากร้ายแต่ใจดี?
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์เฉพาะกิจกับเชฟปากร้ายสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!