แสงสีฟ้าจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือภาคินสะท้อนวับวาวในความมืดของห้องนั่งเล่นเซฟเฮาส์ มันไม่ใช่แค่ภาพถ่ายธรรมดา แต่เป็นคลิปวิดีโอขณะที่รินรดากำลังส่งมอบแฟ้มหลักฐานลับให้คินน์เมื่อสองชั่วโมงก่อน บนหน้าจอนั้นยังมีตัวเลขยอดวิวที่กำลังทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับคอมเมนต์นับพันที่หลั่งไหลเข้ามาประหนึ่งเขื่อนแตก
"ขอโทษที่ขัดจังหวะสวีทนะ... แต่ดูเหมือนความลับเรื่องคดีฆาตกรรมของพวกนาย จะไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไปแล้วล่ะ!"
เสียงของภาคินเต็มไปด้วยความสะใจ เขากวาดสายตามองเชฟอัจฉริยะผู้รักความสมบูรณ์แบบกับสายสืบสาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครด้วยรอยยิ้มเยาะ
คินน์ยังคงยืนนิ่งสนิท บรรยากาศรอบตัวของเชฟหนุ่มเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความดุดันดั่งเปลวสุริยันที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าจอแท็บเล็ตแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนกลับมาจ้องหน้าศัตรูตัวฉกาจด้วยความนิ่งสงบที่น่ากลัวกว่าการอาละวาดเสียอีก
"นายคิดตื้นเกินไป ภาคิน" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายถึงกับชะงักรอยยิ้ม "การที่นายบุกเข้ามาถึงที่นี่ได้... แปลว่านายมั่นใจมากสินะ ว่าจะเดินออกไปได้ด้วยตัวเอง"
"ทำไม? จะฆ่าปิดปากฉันงั้นเหรอ เชฟคินน์?" ภาคินหัวנסเยาะในลำคอ พร้อมกับถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง "ตื่นเถอะน่า ตอนนี้คนทั้งประเทศรู้หมดแล้วว่าพวกนายแอบร่วมมือกันทำคดีนอกกฎหมาย ตำรวจกำลังมาที่นี่ และสื่อมวลชนก็กำลังตามพิกัดนี้เป็นพัลวัน นายจบเห่แล้ว!"
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ภาคินจะทันได้พูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและการพังทลายของประตูหน้าก็ดังสนั่นหวั่นไหว!
*ปัง!*
เศษไม้กระเด็นว่อนไปทั่วอากาศ ร่างเงาสามร่างในชุดดำสนิทพร้อมอาวุธครบมือพุ่งทะยานเข้ามาในเซฟเฮาส์อย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่ใครอื่น แต่คือรินรดาและคินน์ที่ยืนอยู่กลางห้อง
"หมอบลง!"
รินรดาตวัดเสียงกร้าวด้วยสัญชาตญาณดิบของสายสืบภาคสนาม มือเรียวคว้าแขนของคินน์แล้วกระชากให้หลบวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกำแพงเข้ามาอย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้ทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกับพื้นพรมหนา ร่างอุ่นของรินรดาแนบชิดอยู่ใต้ร่างแกร่งของคินน์ กลิ่นกาแฟจางๆ ที่คุ้นเคยปะปนกับกลิ่นอายความเคร่งเครียดในสถานการณ์คับขัน
คินน์ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด สัญชาตญาณการปกป้องก็พุ่งพล่านขึ้นมาเหนือสิ่งอื่นใด เขารวบเอวบางของหญิงสาวไว้แน่น พลิกตัวสลับตำแหน่งให้อยู่ด้านบนเพื่อใช้แผ่นหลังของตนเองเป็นโล่กำบังกระสุนปืนจากผู้บุกรุก
"คุณนี่มัน... ดื้อด้านไม่เข้าเรื่องจริงๆ รินรดา" คินน์กัดฟันกรอด กระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงดุดันที่เจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด "บอกให้ถอย ไม่ได้บอกให้เอาตัวเข้ามารับกระสุนแทน!"
"ห่วงตัวเองก่อนเถอะน่า เชฟปากร้าย!" รินรดาตอกกลับทันควัน นัยน์ตาส่ำประกายความดื้อรั้นแม้ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน มือของเธอลูบคลำหาปืนพกประจำกายที่เหน็บอยู่ข้างเอวอย่างรวดเร็ว "ถ้าฉันไม่ดึงคุณลงมาป่านนี้พรุนเป็นรังผึ้งไปแล้ว!"
ทางด้านภาคินที่ยืนอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุดกลับกลายเป็นเป้าหมายแรก มือปืนปริศนากราดยิงใส่เขาอย่างไร้ความปรานี ภาคินกรีดร้องลั่นด้วยความตกใจ รีบวิ่งหนีตายไปหลบหลังโซฟาตัวใหญ่ ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ แท็บเล็ตในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นหน้าจอแตกละเอียด
เสียงปืนสนั่นหวั่นไหวไปทั่วพื้นที่แคบๆ เศษแก้วและแจกันราคาแพงแตกกระจายเกลื่อนกลาด คินน์ใช้จังหวะที่มือปืนกำลังเปลี่ยนกระสุน คว้าแจกันเซรามิกใกล้มือปาออกไปสุดแรงจนกระทบเข้ากับศีรษะของมือปืนคนแรกอย่างแม่นยำจนอีกฝ่ายหงายหลังล้มตึง
"ริน! ทางขวา!" คินน์ตะโกนลั่น
รินรดาไม่รอช้า อาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งตัวออกไปจากเงาบัง สไลด์ตัวไปกับพื้นห้องก่อนจะยิงสวนกลับไปโดนขาของมือปืนคนที่สองจนล้มลงไปนอนครวญครางกับพื้น มือปืนคนสุดท้ายเห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจโยนควันพรางตาก่อนจะถอยร่นออกทางหน้าต่างที่ถูกพังกระจาย
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงควันสีขาวจางๆ และกลิ่นดินปืนที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
คินน์หอบหายใจถี่เล็กน้อย เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้มลงมองรินรดาที่กำลังพยุงตัวเองลุกขึ้นเช่นกัน สายตาคมกสำรวจสำรวจตามเนื้อตัวของเธออย่างรวดเร็วเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีบาดแผลฉกรรจ์
"เจ็บตรงไหนไหม?" คินน์เอ่ยถาม น้ำเสียงแม้จะยังคงห้วนสั้นตามนิสัย แต่กลับเจือความอ่อนโยนที่ล้นปรี่จนเจ้าตัวแทบเก็บอาการไม่อยู่
รินรดาส่ายหัวเบาๆ ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าออก ใบหน้าคมคายเงยขึ้นสบตาชายหนุ่ม ระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากความตึงเครียดเมื่อครู่
"ฉันไม่เป็นไร..." รินรดาตอบเสียงแผ่ว ดวงตากลมโตจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเชฟหนุ่มที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้เบื้องหลังความเย่อหยิ่งเสมอ "แต่ดูเหมือนว่า... สิ่งที่ภาคินพูดเมื่อกี้จะเป็นจริงครึ่งหนึ่ง"
คินน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาหันไปมองร่างของภาคินที่ยังคงหลบอยู่หลังโซฟาด้วยความหวาดผวา ก่อนจะก้มลงหยิบแท็บเล็ตที่หน้าจอแตกละเอียดขึ้นมาดูซากข้อมูลที่ยังคงค้างอยู่บนระบบคลาวด์
ร่องรอยการสะกดรอยไม่ได้มาจากแค่ภาคิน และไม่ใช่แค่พวกมือปืนกลุ่มนี้...
หน้าจอแสดงผลแจ้งเตือนตำแหน่งพิกัดใหม่ ที่กำลังดาวน์โหลดข้อมูลทั้งหมดของเซฟเฮาส์แห่งนี้ไปยังเซิร์ฟเวอร์นิรนามแห่งหนึ่ง และที่แย่ไปกว่านั้น บนหน้าจอแสดงข้อความตัวอักษรวิ่งช้าๆ ที่ส่งตรงถึงพวกเขาโดยเฉพาะ—
*"ยินดีต้อนรับสู่เกมสุดท้าย เชฟคินน์ และสายสืบรินรดา... ตอนนี้พวกคุณเหลือเวลาอีกแค่ 3 ชั่วโมง ก่อนที่ความจริงทั้งหมดจะถูกเผาทำลายด้วยเพลิงสุริยันของจริง"*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์เฉพาะกิจกับเชฟปากร้ายสายสปีด•ตอนที่ 9
ร่องรอยการสะกดรอย
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์เฉพาะกิจกับเชฟปากร้ายสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!