เสียงก๊อกแป้นพิมพ์ดีดรัวกระชั้นในความมืดสลัวของห้องนอนขนาดกะทัดรัด แสงสีฟ้าจากหน้าจอแล็ปท็อปลากยาวสะท้อนแววตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นของรินรดา นิ้วเรียวที่ผ่านการถือปืนและแกะรอยคนร้ายมานับไม่ถ้วนกำลังเลื่อนผ่านแฟ้มประวัติอาชญากรรมออนไลน์และฐานข้อมูลลับของกรมตำรวจอย่างเอาเป็นเอาตาย บนโต๊ะรกเรื้อมีกระป๋องกาแฟดำที่พร่องไปครึ่งค่อนกระป๋องกับซองขนมปังกรอบที่ถูกแกะทิ้งไว้ระเกะระกะ แต่เวลานี้ไม่มีสิ่งใดดึงดูดความสนใจของเธอได้เท่ากับตัวอักษรบนหน้าจอ
ไฟล์เอกสาร PDF ฉบับหนึ่งกำลังตีแผ่ความจริงที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
ชื่อของ "คินน์" ปรากฏหราในฐานะพยานปากเอกและบุคคลใกล้ชิดในคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อห้าปีก่อน—คดีที่ปิดไม่ลงและถูกเก็บไว้ในชั้นความลับระดับสูงสุดของกองปราบปราม ภาพถ่ายขาวดำในเอกสารเผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มผู้สวมผ้ากันเปื้อนเปื้อนคราบเลือด ยืนอยู่หน้าห้องครัวของภัตตาคารหรูแห่งหนึ่ง ดวงตาสวนทางกับความหวาดกลัว มันนิ่งสนิท เยชา และว่างเปล่า ไร้ซึ่งร่องรอยของความตกใจ
รินรดาขมวดคิ้วแน่น เม้มริมฝีปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง สมองกำลังประมวลผลเชื่อมโยงระหว่างเชฟอัจฉริยะปากจัดผู้สร้างสรรค์อาหารรสเลิศในเซฟเฮาส์ กับเด็กหนุ่มในแฟ้มคดีฆาตกรรมเมื่ออดีต ทว่าเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากหน้าประตูกลับดึงสติเธอกลับมาในความเป็นจริง
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งแบบไม่รีบร้อน แต่มันหนักแน่นและทรงพลังพอที่จะทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด
"ยังไม่นอนอีกหรือครับ หรือว่ากำลังนั่งสืบประวัติอาชญากรคนไหนอยู่ จนลืมไปว่าตัวเองเป็นคนไข้ที่ต้องพักผ่อน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นลอดผ่านบานประตูเข้ามา ไม่ต้องเปิดดูก็รู้ว่าเป็นใคร รินรดาสบถเบาๆ ในลำคอ รีบกดปิดหน้าจอแล็ปท็อปลงอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงดังปัง เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย
คินน์ยืนกอดอกพิงผนังทางเดิน แสงไฟสีส้มสลัวจากโถงทางเดินขับให้ใบหน้าคมคายดูโดดเด่นและน่ามองเป็นพิเศษ วันนี้เขาไม่ได้สวมผ้ากันเปื้อน แต่สวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงและเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามสไตล์ชายหนุ่มสุขภาพดี กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรและมินต์ลอยมาแตะจมูก เจือจางความตึงเครียดในบรรยากาศลงไปได้บ้าง แต่แววตาคู่คมที่มองตรงมากลับเฉียบคมราวกับมองทะลุความคิดของเธอได้ทั้งหมด
"ฉันจะนอนตอนไหนมันก็เรื่องของฉัน คุณมีสิทธิ์อะไรมาบงการ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามกลบเกลื่อนความพิรุธด้วยการตั้งกำแพงใส่ตามความเคยชิน
คินน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะอย่างที่เธอเห็นแล้วหมั่นไส้ทุกครั้ง
"ผมไม่ได้บงการครับ แต่ถ้าคุณเป็นลมล้มพับคาห้องแล้วผมต้องแบกคุณไปโรงพยาบาลอีกรอบ คนที่ซวยและเสียเวลาคือผมต่างหาก... และที่สำคัญ บนโต๊ะทำงานของคุณมีแต่กลิ่นกาแฟบูดกับเศษขนมปัง มันรบกวนสุนทรียภาพในการใช้ชีวิตของผม"
"โอ้โห ท่านเชฟผู้สูงส่ง! นี่ห้องฉันนะ ไม่ใช่ภัตตาคารมิชลินสามดาวของคุณ จะได้ต้องมีกฎเกณฑ์บ้าบออะไรนักหนา" รินรดาแหวใส่ด้วยความหงุดหงิด ความลับที่เพิ่งค้นพบเมื่อครู่ผสมโรงกับความกวนประสาทของเขา ทำให้เธอแทบอยากจะระเบิดอารมณ์ออกมา
"แต่วัตถุดิบและที่พักนี่เป็นของผม ดังนั้นผมมีสิทธิ์ที่จะดูแลความสะอาดและความเรียบร้อย... รวมทั้งสุขภาพของคุณด้วย" คินน์ก้าวล้ำเข้ามาในห้องทีละก้าวอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงใหญ่บีบให้รินรดาต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพชนิดติดขอบโต๊ะทำงาน
กลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาผสมผสานกับความกดดันบางอย่างทำให้บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว เธอมองเห็นแพขนตาดกหนาและนัยน์ตาสีเข้มที่สะท้อนเงาของเธออยู่ข้างใน
"ถอยไปนะ คินน์" เธอเอ่ยเสียงกระซิบ มือข้างหนึ่งแอบเอื้อมไปดันอกแกร่งเอาไว้ แต่ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้ากลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
"ทำไมครับ กลัวผมเห็นความลับอะไรบนหน้าจอนั้นหรือไง" คินน์กระซิบตอบ เสียงทุ้มต่ำพ่นลมหายใจอุ่นร้อนรดข้างแก้มเธอ ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ความลับอะไร ไม่มีอะไรรู้ทั้งนั้นแหละ!" รินรดาปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามราวกับกลองเพล สายตาของเขาไม่ได้มองแค่เธอ แต่มันเหลือบมองเลยไปที่แล็ปท็อปที่ปิดอยู่บนโต๊ะ รังสีความสงสัยแผ่ออกมาจากตัวเชฟหนุ่มจนเธอรู้สึกได้ว่าเขากำลังจับพิรุธเธออยู่เช่นกัน
"จริงหรือครับ... แต่สายตาตื่นตระหนกของคุณมันฟ้องยิ่งกว่าคำพูดเสียอีกนะ รินรดา" คินน์ยื่นมือผ่านตัวเธอไปแตะฝาแล็ปท็อปเบาๆ ปลายนิ้วเรียวยาวเฉียดผ่านแขนเธอไปนิดเดียวจนเกิดกระแสไฟแปลบปลาทุ่งในความรู้สึก
ทว่า ก่อนที่เขาจะได้เปิดมันออกเพื่อพิสูจน์ความจริง เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของรินรดาก็แผדแผดเสียงดังลั่นทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้เสียก่อน
*ครืน... ครืน...*
รินรดาผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอกอย่างปิดไม่มิด เธอดันอกเขาออกเต็มแรงแล้วคว้ามือถือขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่าเป็นเบอร์สายตรงจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล สายตาของเธอเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันทีเมื่อกดรับสาย
"รินรดาพูดค่ะ... ว่าไงนะ?!" น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปเป็นจริงจังจนคินน์ต้องหรี่ตามองด้วยความแปลกใจ
"เกิดอะไรขึ้นครับ" คินน์ถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงความจริงจัง
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและไม่น่าเชื่อ ข่าวจากปลายสายทำให้ความลับที่เธอเพิ่งค้นพบเมื่อครู่กลายเป็นเรื่องเล็กไปเลยในพริบตา
"สารวัตรบอกว่า... ภาคินถูกลอบสังหารคาห้องพักเมื่อสิบนาทีที่แล้ว และหลักฐานชิ้นสุดท้ายในที่เกิดเหตุ... มีชื่อของคุณแปะอยู่บนนั้นในฐานะผู้ต้องสงสัยร่วม!"
**************************************************
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามความระทึกขวัญนี้ไปด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์เฉพาะกิจกับเชฟปากร้ายสายสปีด•ตอนที่ 6
กลิ่นอายความลับ
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์เฉพาะกิจกับเชฟปากร้ายสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!