เซฟเฮาส์เฉพาะกิจกับเชฟปากร้ายสายสปีด•ตอนที่ 5

กฎเหล็ก 3 ข้อ

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"ถ้าไม่อยากให้เสียงปลายสายกลายเป็นศพแรกในครัวของผม ก็หุบปากแล้วฟัง!" เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดของคินน์ดังแทรกขึ้นทันทีที่หน้าจอมือถือสั่นสะเทือน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ปลายสายไม่ได้ส่งเสียงพูดคุยตามปกติ แต่มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้น เสียงฝีเท้าวิ่งพลุกพล่าน และเสียงกระแทกของวัตถุหนักๆ คล้ายกับการต่อสู้ชุลมุน ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยของสารวัตรจะเอ่ยลอดผ่านความซ่าของสัญญาณมาได้เพียงสั้นๆ *"ริน... หมอนั่นรู้ที่กบดานแล้ว มันตามไป... แคร๊ก... ตู้ม!"* สัญญาณตัดขาดลงดื้อๆ หน้าจอมืดสนิทเหลือเพียงเงาสะท้อนใบหน้าซีดเผือดของรินรดา ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องครัวสเตนเลสสตีลทันที มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของตู้เย็นและกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำซุปต้มยำที่คินน์เคี่ยวทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด สัญชาตญาณสายสืบสั่งให้เธอคว้าปืนพกประจำกาย แต่มือเรียวยังไม่ทันได้แตะซองหนัง คินน์ก็ขยับตัวเข้ามาประชิดด้วยความเร็วระดับที่เธอคาดไม่ถึง มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงร่างเธอให้หยุดนิ่ง ดวงตาคมกริบของเชฟหนุ่มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธออย่างคาดคั้น "คุณคิดจะทำอะไร?" คินน์ถาม เสียงของเขาเย็นเยียบจนน่ากลัว "วิ่งออกไปทั้งที่ยังไม่รู้ว่าใครดักรออยู่ข้างนอกนั่นนะหรือ? คุณเป็นสายสืบหรือตั๊กแตนตำข้าวที่วิ่งเข้าหาแสงไฟกันแน่ คุณรินรดา" "ปล่อยฉันนะคินน์! สารวัตรกำลังตกอยู่ในอันตราย ฉันต้องออกไปดู" รินรดาตวาดกลับ นัยน์ตาคู่วาวโรจน์ด้วยความโกรธและร้อนใจ เธอพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม แต่ร่างสูงใหญ่ของเชฟหนุ่มกลับยืนหยัดมั่นคงราวกับเสาเข็ม "ออกไปตอนนี้ คุณก็เป็นได้แค่ศพเพิ่มอีกหนึ่งศพ และที่สำคัญที่สุด..." คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นไอความตึงเครียดปะทะเข้ากับพวงแก้มของเธอ "ถ้าคุณตายในเซฟเฮาส์ของผม ชื่อเสียงร้านอาหารของผมจะป่นปี้หมด เพราะฉะนั้น นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ที่นี่คือเขตปลอดการตัดสินใจโง่ๆ ของคุณ จำใส่สมองเอาไว้" รินรดาเกือบจะสำลักความถือดีของเขา ผู้ชายคนนี้เย็นชาไร้หัวใจสิ้นดี ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่แค่เอื้อม เขายยังห่วงเรื่องชื่อเสียงร้านอาหารบ้าๆ นั่นอีกหรือ แต่ก่อนที่เธอจะได้ด่าทอเขาด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ คินน์ก็ปล่อยมือจากข้อมือเธอ แล้วหมุนตัวเดินไปยังเคาน์เตอร์ครัวกลางห้อง ก่อนจะหยิบกระดาษจดบันทึกสีขาวกับปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมา เขียนข้อความบางอย่างด้วยลายมือหวัดแต่ทรงพลัง แล้วแปะมันลงบนพื้นผิวสเตนเลสเงาวับตรงหน้าเธอ "นี่คืออะไร?" เธอถามเสียงห้วน พยายามควบคุมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่ "กฎเหล็ก 3 ข้อในการใช้ชีวิตร่วมชายคาเดียวกับเชฟมือหนึ่งอย่างผม" คินน์หันกลับมา กอดอกมองเธอด้วยสายตานิ่งสนิท ทว่าประกายในแววตากลับระอุด้วยความจริงจังที่ปฏิเสธไม่ได้ "อ่านซะ แล้วท่องจำให้ขึ้นใจ เพราะถ้าคุณทำผิดแม้แต่ข้อเดียว ผมจะโยนคุณออกไปให้พวกมันจัดการข้างนอกนั้นทันที" รินรดาก้มมองแผ่นกระดาษสีขาว อ่านตัวอักษรแต่ละบรรทัดด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ **กฎเหล็ก 3 ข้อแห่งเซฟเฮาส์เฉพาะกิจ:** 1. **ห้ามแตะต้องอุปกรณ์ทำครัวใดๆ ทั้งสิ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต:** มีด เครื่องปั่น และเตาไฟทุกชนิดในที่แห่งนี้คืออาวุธและศิลปะ หากรอยนิ้วมือโง่ๆ ของคุณทำให้อุปกรณ์ของผมเสียหาย หรือจัดวางผิดตำแหน่งแม้แต่มิลลิเมตรเดียว คุณจะต้องเป็นคนล้างจานทั้งหมดในร้านนี้ติดต่อกันหนึ่งเดือน 2. **ห้ามส่งเสียงดังและห้ามเดินเกะกะในรัศมีทำการของเชฟ:** ครัวคือสนามรบของผม เวลาที่ผมกำลังปรุงอาหาร ห้ามคุณเดินพล่าน ห้ามถามคำถามไร้สาระ และที่สำคัญที่สุด ห้ามทำหน้าตาตื่นตระหนกจนทำให้สมาธิของผมกระเจิง 3. **ห้ามตายในห้องครัวของผมเด็ดขาด:** ถ้าคุณถูกตามล่าจนมุม จงวิ่งไปตายที่ห้องนั่งเล่นหรือระเบียงด้านนอก ห้ามทำเลอะเทอะเปรอะเปื้อนพื้นสเตนเลสขัดเงาที่ผมเพิ่งลงแว็กซ์เด็ดขาด อ่านจบ รินรดาก็เงยหน้าขึ้นจ้องเขาเขม็ง ใบหน้าสวยเฉี่ยบแดงก่ำด้วยความโมโหจนแทบจะพ่นไฟออกมาได้อยู่แล้ว "คุณมันบ้าไปแล้วคินน์!" เธอกระแทกเสียงใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด "นี่มันสถานการณ์คับขันนะเว้ย! เพื่อนร่วมงานของฉันกำลังจะตาย หรืออาจจะตายไปแล้วด้วยซ้ำ แต่คุณมานั่งตั้งกฎงี่เง่าเรื่องการวางมีดกับทำความสะอาดพื้นเนี่ยนะ? สมองคุณทำด้วยอะไร หินแกรนิตหรือไง!" "สมองผมทำด้วยความสมบูรณ์แบบครับคุณรินรดา" คินน์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสะทกสะทะยานต่ออารมณ์เกรี้ยวกราดของเธอ เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว บีบบังคับให้รินรดาต้องถอยหลังจนสะโพชนิดติดกับขอบเคาน์เตอร์ครัว "ความสงบและระเบียบวินัยต่างหากที่จะทำให้เรามีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ได้ ไม่ใช่ความโง่เขลาเบาปัญญาที่วิ่งออกไปตายโดยไร้แผนการแบบที่คุณชอบทำ" "ฉันไม่ได้โง่!" "ถ้าไม่โง่ ทำไมมือถือของคุณถึงยังสั่นอยู่ล่ะครับ?" รินรดาชะงัก ก้มมองโทรศัพท์ในมือที่นิ่งสนิทไปครู่หนึ่งก่อนจะสั่นครืดขึ้นมาอีกครั้ง หน้าจอแสดงเบอร์เดิม... เบอร์ของสารวัตร แต่ครั้งนี้ไม่มีเสียงพูดใดๆ นอกจากเสียง "ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด..." จังหวะสม่ำเสมอดังสะท้อนขึ้นมา คล้ายกับเสียงสัญญาณชีพจรในโรงพยาบาล หรือไม่ก็... เสียงนับถอยหลังของระเบิดเวลา คินน์หรี่ตาลงทันที รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกจากตัวเขาราวกับเปลวเพลิงสีน้ำเงินที่เผาผลาญทุกสิ่งจนมอดไหม้ เขายื่นมือไปแย่งโทรศัพท์มือถือจากมือของรินรดามาถือไว้เองอย่างรวดเร็วโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว "คุณจะทำอะไร คินน์ คืนมานะ!" "เงียบ!" คินน์กดเปิดสปีกเกอร์โฟนทันที ท่ามกลางความเงียบงัดของห้องครัว เสียงปลายสายไม่ได้มีแค่เสียงลมหายใจอีกต่อไป แต่เป็นเสียงหัวเราะทุ้มต่ำ เย็นยะเยือก และคุ้นหูอย่างประหลาด ดังลอดออกมาจากลำโพง *"ไงล่ะ... เชฟคินน์ แห่งร้านเดอลาเฟล... ดูท่าทางเซฟเฮาส์ลับของคุณจะไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่แล้วสินะ..."* รินรดาหน้าถอดสีทันทีเมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ มันคือเสียงของ "ภาคิน" เชฟคู่แข่งในวงการที่เคยประกาศกร้าวว่าจะทำลายชื่อเสียงของคินน์ให้ย่อยยับ และตอนนี้ หมอนั่นไม่ได้อยู่แค่ในวงการอาหารอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังเข้ามามีเอี่ยวกับคดีที่เธอตามล่าอยู่ คินน์ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอันตรายจนรินรดาถึงกับใจหายวาบ เขากดเปิดไมค์แล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมดั่งคมมีดสเตนเลส "ภาคิน... แกกล้าดียังไงเอาเบอร์ของหมากลပ်มาเห่าในครัวของฉัน" *"หมาเห่าเหรอ? ฮ่าๆๆ น่าสนใจนี่..."* ปลายสายหัวเราะลั่น ก่อนเสียงจะเปลี่ยนเป็นจริงจังและเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที *"งั้นลองมองออกไปที่กระจกบานใหญ่ฝั่งตะวันตกของร้านดูสิเชฟคินน์... เพื่อนตำรวจสาวคนสวยของคุณจะได้เห็นของขวัญต้อนรับชิ้นแรก ที่ฉันตั้งใจส่งมาให้ถึงที่..."* คินน์หันขวับไปมองยังกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับลานจอดรถด้านนอกทันที รินรดารemวตาตื่นตระหนก รีบวิ่งตามไปติดๆ และในเสี้ยววินาทีที่ทั้งคู่ก้าวไปถึงขอบกระจก แสงไฟสปอตไลท์สว่างจ้าก็สาดส่องลงมายังลานจอดรถมืดสนิท เผยให้เห็นร่างของชายในเครื่องแบบตำรวจที่ถูกมัดติดกับเก้าอี้ไม้ สภาพสะביมสะบอม เลือดอาบหน้า และที่คอของเขามีอุปกรณ์แปลกปลอมบางอย่างกำลังกระพริบไฟสีแดงถี่ๆ! ระเบิดเวลา... รินรดากรีดร้องชื่อสารวัตรสุดเสียงด้วยความตื่นตระหนก มือเล็กสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่อยู่ เธอกำลังจะพุ่งตัวทะลุกระจกออกไปช่วย แต่กลับถูกแขนแกร่งของคินน์คว้าเอวบางไว้แน่นดึงกลับมากระแทกเข้ากับอกแกร่งของเขาอย่างแรง "อย่าขยับ!" คินน์คำรามลั่นข้างหูเธอ เสียงของเขาเข้มจัดจนร่างทั้งร่างของรินรดานิ่งค้างไปในอ้อมแขนของเขา "ถ้าคุณก้าวออกไปตอนนี้ เราทุกคนจะตายกันหมด... รวมถึงไอ้สารวัตรโง่นั่นด้วย!" รินรดาน้ำตาคลอเบ้า หันมามองหน้าเชฟหนุ่มที่เวลานี้ดวงตาสีดำสนิทเต็มไปด้วยประกายความดุดันและคาดเดาไม่ได้ หัวใจของเธอกำลังเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวและแรงดึงดูดประหลาดที่ระเบิดขึ้นระหว่างพวกเขาท่ามกลางความเป็นความตาย ขอขอบพระคุณทุกกำลังใจและการติดตามอย่างล้นหลามจากรี้ดเดอร์ที่รักทุกท่าน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ --- ปราณธาตุเก้าสุริยัน ---
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์เฉพาะกิจกับเชฟปากร้ายสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%