เซฟเฮาส์เฉพาะกิจกับเชฟปากร้ายสายสปีด•ตอนที่ 2

เชฟปากร้ายกับสายลับจอมซน

ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
"ปืนกลมือ MP5K ซ่อนอยู่ใต้เขียงไม้มะค่าวงรี เครื่องดักฟังขนาดจิ๋วแปะไว้ใต้ฐานเครื่องเตรียมอาหารแบรนด์ดัง และเครื่องส่งสัญญาณพิกัดจีพีเอสที่ถูกแกะสลักฝังเนียนกริบไว้ในด้ามมีดเชฟสเตนเลสสตีลเยอรมันเกรดพรีเมียม... คุณรินรดาครับ อุปกรณ์ทำงานทั้งหมดนี่ รัฐบาลเขาแจกให้สายลับฝึกหัดพกมาทำครัวเล่น หรือตั้งใจส่งมาป่วนห้องครัวระดับมิชลินสตาร์ของผมกันแน่ครับ" เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ คินน์ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวสเตนเลสเงาวับ ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์จ้องมองไปยังร่างบางที่ยืนแข็งทื่ออยู่กลางห้อง บรรยากาศรอบตัวของเชฟหนุ่มอัจฉริยะคุกรุ่นไปด้วยไอสังหารที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล รินรดารู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ เส้นประสาททุกส่วนกรีดร้องเตือนภัย ความลับที่เธอทุ่มเทปกปิดมาตลอดพังทลายลงต่อหน้าศัตรูตัวฉกาจที่เธอคิดมาตลอดว่าเป็นแค่ "เชฟจอมเฮี้ยบปากเสีย" คนหนึ่งเท่านั้น หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวที่เคยจับปืนและสืบสวนคดีมาโชกโชนกลับชื้นเหงื่อ ความตื่นตระหนกฉายชัดผ่านนัยน์ตากลมโตที่ไหวระริกเป็นครั้งแรก แต่ในฐานะสายลับภาคสนามมืออาชีพ เธอไม่มีวันยอมจำนนใครง่ายๆ รินรดาผ่อนลมหายใจยาวเพื่อเรียกสติ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความท้าทายถูกยกขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้ "ตาไวไม่ใช่เล่นนี่คะ... อ๊ะ ขอโทษทีครับ ติดปากไปหน่อย" รินรดาเปลี่ยนสรรพนามกระทันหันเมื่อสบเข้ากับสายตาคุกคามที่ตวัดมองมา "คุณเชฟคินน์... พูดจาให้มันระวังปากหน่อยดีกว่านะ ฉันเป็นแค่ผู้ช่วยที่คุณจ้างมาล้างจานและเตรียมวัตถุดิบตามสัญญาจ้างชั่วคราว ข้าวของพวกนั้นอาจจะเป็นของตกแต่งครัวแนวอินดี้ที่เจ้าของเก่าเขาทำทิ้งไว้ก็ได้ ใครจะไปรู้" "อินดี้?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย ช้าๆ ทว่ามั่นคง จนรินรดาต้องถอยหลังกรูดไปจนแผ่นหลังชนติดกับตู้เย็นบิวต์อิน ความสูงโปร่งและไหล่กว้างของเชฟหนุ่มทำให้อากาศรอบตัวเธอลดฮวบลงทันที คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นหอมสะอาดของสบู่มินต์เจือกลิ่นอายความร้อนของเตาไฟลอยแตะจมูก "เครื่องส่งสัญญาณรหัสลับทหารราบ ที่ส่งตรงจากฐานปฏิบัติการพิเศษของกรมตำรวจ... คุณจะบอกว่ามันคือศิลปะแนวโมเดิร์นอาร์ตประดับครัวอย่างนั้นหรือครับ คุณรินรดา... หรือจะให้ผมโทรศัพท์แจ้งตำรวจกองปราบปรามให้มารับตัว 'ผู้ช่วยกุ๊ก' คนนี้กลับโรงพักดีครับ" รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่ไร้ซึ่งความปรานี เธอรู้ดีว่าหากคินน์แจ้งตำรวจหรือเปิดเผยตัวตนเธอตอนนี้ภารกิจลับทั้งหมดจะพังทลาย และตัวเธอก็จะกลายเป็นเป่านิ่งให้องค์กรอาชญากรรมที่กำลังตามล่าตัวอยู่เก็บกวาดได้ในพริบตาเดียว ความตึงเครียดแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งคู่ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น สมองหมุนเร็วจี๋เพื่อหาทางรอด "ถ้าคุณแจ้งตำรวจ คุณก็เดือดร้อนไปด้วยนะคุณคินน์" รินรดายื่นมือเล็กขึ้นไปยันแผงอกกว้างของเชฟหนุ่มไว้ แม้เนื้อผ้าเชิ้ตสีขาวจะกั้นกลาง แต่ความร้อนระอุจากร่างกายของอีกฝ่ายกลับส่งผ่านทะลุเข้ามาจนเธอรู้สึกร้อนวูบวาบที่ฝ่ามือ "อย่าลืมสิว่าเซฟเฮาส์หลังนี้ถูกระบุว่าเป็นสถานที่ลับสุดยอดเพื่อคุ้มครองพยาน และฉัน... คือคนเดียวที่รู้ว่า 'กลุ่มอิทธิพลมืด' ที่ตามล่าคุณกำลังวางแผนลอบสังหารคุณด้วยวิธีไหนบ้าง ถ้าฉันโดนจับ คุณก็เตรียมตัวเป็นเป้านิ่งให้มือปืนมาเป่ากบาลคาเขียงเนื้อได้เลย!" คำพูดที่ตรงไปตรงมาและดุดันแบบไม่เกรงใจใครทำให้คินน์ชะงักไปเล็กน้อย เชฟหนุ่มหรี่ตาลงพิจารณาหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง แทนที่จะหวาดกลัวจนตัวสั่นแบบผู้หญิงทั่วไป รินรดากลับเลือกที่จะเจรจาต่อรองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและไม่ยอมก้มหัวให้ใคร เคมีบางอย่างระหว่างความเย็นชาเจ้าระเบียบกับความลุยแหลกบ้าบิ่นระเบิดปะทะกันจนเกิดประกายไฟในอากาศ คินน์ไม่ได้ถอยออก เขายังคงยืนตรึงร่างบางไว้ด้วยวงแขนที่กักตัวเธอให้อยู่ในพื้นที่จำกัด นิ้วเรียวยาวของเชฟอัจฉริยะเอื้อมไปหยิบมีดสเตนเลสที่มีชิปจีพีเอสฝังอยู่ขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ ท่าทางสบายๆ สวนทางกับบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด "ปากเก่งเสียจริง... สมกับที่เป็นสายลับนอกแถวที่ดื่มกาแฟดำแทนน้ำเปล่าและกินพาสต้าสำเร็จรูปประทังชีวิต" คินน์เอ่ยเสียงพร่า ประชดประชันด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังอยากจะหยิกเนื้อเขาสักที "แต่คุณพูดถูกครึ่งหนึ่ง... ผมเกลียดปัญหา และเกลียดพวกแมลงวันที่น่ารำคาญที่คอยตามรังควานชีวิตส่วนตัวของผม ยิ่งพวกนักฆ่าสมองกลวงที่ส่งมาป่วนร้านอาหารของผมด้วยแล้ว... ผมยิ่งเกลียดเข้าไปใหญ่" "งั้นแปลว่า...?" รินรดาเบิกตากว้างขึ้นด้วยความหวัง "แปลว่าผมจะยังไม่ไล่คุณออก... และจะไม่โทรแจ้งตำรวจ" คินน์พูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แววตาพราวระยับด้วยเล่ห์เหลี่ยม "แต่มีข้อแม้..." "ข้อแม้บ้าบออะไรอีก แค่นี้ฉันก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้วนะ!" รินรดาโวยวายทันทีด้วยความหงุดหงิด "ข้อแรก... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป อุปกรณ์สายลับบ้านี่ทั้งหมดต้องถูกยึดมาเก็บไว้ในตู้เซฟของผม ห้ามพกติดตัวเวลาอยู่ในเขตครัวเด็ดขาด" คินน์ชูมีดสเตนเลสในมือขึ้นระดับสายตา "ข้อสอง... ในเมื่อคุณเข้ามาแฝงตัวเป็นผู้ช่วยเชฟ คุณต้องทำงานบ้านและงานครัวทุกอย่างตามคำสั่งของผมอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง... และข้อสุดท้าย..." เชฟหนุ่มจงใจเว้นจังหวะ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากหยักลึกเกือบจะแนบชิดกับใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างแก้มทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว "ข้อสุดท้ายคือ... เลิกทำตัวซุ่มซ่ามเกะกะ แล้วหัดเรียนรู้การทำอาหารจากเชฟมืออาชีพอย่างผมเสียบ้าง... เผื่อวันไหนถูกไล่ออกจากราชการลับ คุณจะได้มีอาชีพสุจริตติดตัว ไม่ต้องไปเที่ยวปล้นร้านสะดวกซื้อกิน" รินรดาแทบสำลักลมหายใจกับความปากร้ายที่ไม่มีใครเกินของเชฟหนุ่ม เธออยากจะยกกำปั้นขึ้นชกหน้าหล่อๆ ของเขาให้หายหมั่นไส้เสียจริงๆ แต่ติดที่สถานการณ์ตอนนี้เธอกำลังเป็นรองอยู่เต็มประตู หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกที่สุดเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เดือดดาลที่พุ่งพล่าน "ก็ได้! ฉันรับข้อเสนอของคุณ... เชฟจอมเผด็จการ!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเคืองแค้น ดวงตากลมโตจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง "แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าอาหารที่คุณทำมันไม่อร่อยจริง หรือถ้าฉันต้องทนกินอาหารรสชาติห่วยแตกของคุณแม้แต่มื้อเดียว ฉันจะเอาปืนฉีดน้ำมารดหัวคุณให้หายซ่าเลยคอยดู!" คินน์ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ดูน่ากลัวเหมือนตอนแรก หากแต่มีความเจ้าเล่ห์และท้าทายแพรพราวอยู่ในนั้น มือหนายื่นออกไปฉวยอุปกรณ์ดักฟังตัวสุดท้ายจากมือเธออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะถอยหลังเว้นระยะห่างให้พอหายใจได้สะดวก "ยินดีต้อนรับสู่ห้องครัวของผมครับ... สายลับจอมซน" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "ตอนนี้ ไปล้างผักพวกนั้นให้สะอาดแล้วหั่นเป็นเต๋าขนาดเท่ากันเป๊ะๆ สั่งห้ามมีชิ้นไหนเบี้ยวเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคุณจะได้รู้ซึ้งว่านรกในห้องครัวมันหน้าตาเป็นอย่างไร" รินรดาแยกเขี้ยวใส่แผ่นหลังกว้างที่เดินกลับไปจัดการกับกระทะสเต๊กบนเตาอย่างไม่แยแส เธอพึมพำสาปแช่งเชฟปากร้ายในใจนับร้อยรอบ ก่อนจะจำใจเดินไปเปิดก๊อกน้ำล้างผักตามคำสั่ง ทว่าในขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาจัดการกับวัตถุดิบ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุบประตูกระจกหน้าร้านอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบ *ปัง! ปัง! ปัง!* ร่างสูงของคินน์ชะงักกึกทันที รินรดาผุดลุกขึ้นยืนหลังตรงอัตโนมัติมือเรียวล้วงสัญชาตญาณไปที่ขอบเอวกางเกงโดยลืมตัวว่าอาวุธถูกยึดไปหมดแล้ว บรรยากาศในเซาส์เฮาส์ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา ก่อนที่ประตูบานหน้าจะถูกถีบพังกระเด็นเข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของแขกไม่ได้รับเชิญที่ถือปืนกลอัดเสียงพุ่งตรงเข้ามาเล็งใส่พวกเขาทั้งคู่! "เจอตัวจนได้นะ... เชฟคินน์ และคุณสายลับตัวน้อย" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาส่งกำลังใจให้เชฟปากร้ายและสายลับจอมซนในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์เฉพาะกิจกับเชฟปากร้ายสายสปีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%