"เรื่องที่พิมพ์ในแชทเมื่อคืน... หมายความว่ายังไงครับ... หื้ม?"
เสียงทุ้มต่ำของพี่สิงห์ที่ดังขึ้นข้างหูในระยะประชิด ทำเอาต้นหนาวสะดุ้งสุดตัวจนเผลอปัดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานกลุ่มร่วงลงพื้นเสียงดังโคร้ง
ให้ตายเถอะ! นี่มันกลางร้านกาแฟหน้าคณะบริหารนะ ไม่ใช่สนามรบส่วนตัว ทำไมไอ้รุ่นพี่วิศวะคนนี้ถึงชอบโผล่มาแบบไร้ซุ่มเสียงอยู่เรื่อย!
"เฮ้ย! พี่สิงห์! มายืนทำบ้าอะไรตรงนี้เนี่ย ตกใจหมด!" ต้นหนาวโวยวายเสียงหลง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อนึกถึงข้อความเจ้ากรรมที่ตัวเองเผลอพิมพ์ไปตอนตีสองครึ่ง—*‘ถ้าพรุ่งนี้พี่ไม่เลี้ยงชานมไข่มุก ผมจะเลิกไปนั่งกินข้าวด้วยจริงๆ ด้วยนะ... ที่รัก’*—คำหลังสุดนั่นแหละที่มันฆ่าเขาชัดๆ!
"อ้าว ก็เห็นน้องต้นหนาวนั่งหน้าเครียด กัดปากตัวเองจนเจ่อตั้งแต่ผมเดินเข้าร้านแล้วนะครับ" สิงห์ย่อตัวลงเก็บแฟ้มเอกสารขึ้นมาให้อย่างใจเย็น รอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าร้ายกาจคนนี้ถูกจุดขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เขาแบบไม่หลบสายตา "แล้วสรุปว่ายังไงครับคำถามของผม... ที่พิมพ์ไปเมื่อคืนน่ะ หมายความว่าอะไรเหรอครับ หื้ม?"
"ผม... ผมไม่ได้หมายความว่าอะไรทั้งนั้นแหละ! มือมันลั่น! ผีผลัก! อัลצהไ mơขึ้นมากะทันหัน!" ต้นหนาวแก้ตัวน้ำขุ่นๆ สองมือรีบคว้าแก้วน้ำมาดูดแก้เก้อ ทั้งที่ในใจเต้นแรงราวกับตีกลองชุด
"มือลั่นบ่อยจังนะครับช่วงนี้ ลั่นจนผมเกือบจะคิดไปไกลแล้วเนี่ย" สิงห์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะถือวิสาสะหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามต้นหนาวโดยไม่รอคำ
ในจังหวะนั้นเอง...
"อุ๊ย! ตายแล้ว! มือลั่นอะไรเบอร์นั้นคะคุณขา ลั่นจนขึ้นสถานะคบกันในใจรึเปล่าเอ่ย?"
เสียงแหลมสูงคุ้นหูดังแทรกขึ้นมาพร้อมกับร่างบางของ 'ยัยมะลิ' เพื่อนสนิทตัวดีที่โผล่พรวดมาจากไหนไม่รู้ หล่อนเดินถือถาดเค้กเข้ามาสมทบที่โต๊ะด้วยสายתרประกายระยิบระยับราวกับเจอขุมทรัพย์สวรรค์ ตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของเพื่อนๆ ในกลุ่มที่ยืนล้อมกรอบอยู่ไม่ไกล
ต้นหนาวตาโตทันที รีบถลึงตาใส่เพื่อนสาว "มะลิ! แกเงียบปากไปเลยนะ!"
"เงียบอะไรล่ะแก ก็นี่มันงานแถลงข่าวใหญ่ประจำคณะ!" มะลิลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ แล้วหันไปฟ้องสิงห์ทันทีแบบไม่เกรงใจเจ้าของเรื่อง "พี่สิงห์คะ เชื่อหนูเถอะค่ะว่าอีหนาวเนี่ยมันปากแข็งไปงั้นแหละ เมื่อคืนมันนั่งเพ้อหน้าแชทพี่อยู่คนเดียวตั้งสามชั่วโมง ถามว่า ‘ทำไมพี่สิงห์ต้องหล่อขนาดนี้ด้วยวะ’ วนไปวนมาอยู่แค่นี้แหละค่ะ!"
"ยัยมะลิ! แกแหกปากอะไรเนี่ย! อยากโดนตบด้วยสันปกหนังสือบริหารธุรกิจมั้ย!" ต้นหนาวหน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู อยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด รังสีความอายแผ่ซ่านจนแทบจะระเหยกลายเป็นไออยู่แล้ว
สิงห์ไม่ได้พูดอะไรทันที เขายกมือขึ้นเท้าคาง ดวงตาคมพินิจมองคนหน้าแดงก่ำตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่ลึกซึ้งกว่าเดิม บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะเงียบลงไปถนัดตาเมื่อเขาเอ่ยประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่ทำเอาคนฟังใจกระตุกวูบ
"อ๋อ... ที่แท้ก็เพ้อถึงผมเหรอครับ?"
"ใครเพ้อ! มะลิมันโกหก! มันแต่งเรื่อง!" ต้นหนาวปฏิเสธเสียงดังลั่นแบบคนจนมุม
"โกหกที่ไหน หลักฐานคาตาค่ะคุณขา นี่ค่ะ! รูปที่แกแคปหน้าจอส่งมาอวดฉันตอนตีสามว่าพี่สิงห์ทักมาบอกฝันดี!" มะลิไวกว่าแสง คว้ามือถือของตัวเองขึ้นมาโชว์ภาพหน้าจอแชทที่ต้นหนาวเคยส่งไปฟ้องเพื่อนกลางกลุ่มไลน์ ทำเอาเจ้าตัวต้องพุ่งตัวจะไปแย่งมือถือคืนแทบไม่ทัน
"อีมะลิ! ส่งมานี่นะ! แกตายแน่!"
"ฮ่าๆๆๆๆ ยอมรับมาเหอะหนาว ว่าแกแพ้ทางพี่สิงห์เขาแล้ว!" เสียงเพื่อนๆ ในกลุ่มช่วยกันผสมโรงล้อเลียนกันอย่างสนุกสนาน ร้านกาแฟแทบแตกด้วยเสียงแซวที่ดังลั่น
ต้นหนาวหอบหายใจฮักๆ ยืนขึ้นเต็มความสูงด้วยความอับอายจนทำอะไรไม่ถูก เขาลืมนึกไปเลยว่าการเป็นคู่กัดกับรุ่นพี่สายกวนคนนี้มานาน สุดท้ายแล้วช่องว่างระหว่างคำว่า 'เกลียดขี้หน้า' กับ 'คลั่งรัก' มันช่างบางเบาเสียเหลือเกิน และตอนนี้ เพื่อนตัวดีของเขาก็ช่วยฉีกมันจนกระจุยไม่มีชิ้นดี
ในจังหวะที่ต้นหนาวกำลังจะหันหลังหนีความอายและเดินหนีออกจากร้าน มือหนาของสิงห์ก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเขาไว้เบาๆ ไม่ได้ออกแรงดึงรั้งให้อึดอัด แต่สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้ต้นหนาวต้องชะงักและหันกลับไปมอง
ดวงตาของสิงห์เวลานี้ไม่มีแววหยอกล้อเล่นสนุกเหมือนเคย มันมีความจริงจังและความอบอุ่นละมุนละไมฉายชัดอยู่ข้างใน จนคนใจร้อนอย่างต้นหนาวต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"จะรีบไปไหนล่ะครับ... ในเมื่อเพื่อนๆ เขาก็แฉความจริงกันหมดแล้ว" สิงห์ระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ต่อให้โง่แค่ไหนก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกอย่างไร
"ใคร... ใครจะไปยอมรับเล่า..." ต้นหนาวพึมพำเสียงเบาหวิว ความซ่าที่มีเมื่อกี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน
"ไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไรครับ..." สิงห์ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ ลอยแตะจมูก "แต่จากนี้ไป... ผมคงไม่ปล่อยให้คุณต้องแอบพิมพ์มาบอกว่า ‘ที่รัก’ แค่ในแชทคนเดียวแล้วล่ะนะ"
คำพูดนั้นทำเอาต้นหนาวตาค้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะหวานซึ้งจนมดขึ้นโต๊ะกาแฟนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะของมะลิก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากกลุ่มแชทคณะที่เด้งรัวติดต่อกันไม่หยุดจนทุกคนต้องหันไปมอง
มะลิหยิบมือถือขึ้นมาดูแวบเดียว สีหน้าที่กำลังสนุกสนานจากการแซวเพื่อนเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
"เฮ้ย... หนาว... พี่สิงห์..." มะลิเงยหน้าขึ้นมามองคนทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงสั่นๆ "ดูนี่... ในกลุ่มคณะ... มีคนลงรูปพวกแกสองคนตอนที่พี่สิงห์กำลังจับมือเมื่อกี้... แล้วประเด็นคือ..."
มะลิกลืนน้ำลายเอื้อมมือถือให้ต้นหนาวดูหน้าจอ
ข้อความล่าสุดในกลุ่มคณะที่ถูกแชร์ต่อกันไปนับร้อยครั้ง พร้อมแคปชั่นเด็ดจากใครบางคนที่ซุ่มถ่ายรูปพวกเขาอยู่
*—‘สรุปว่าคู่กัดคณะเรา... เขาคบกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมกูเพิ่งรู้?’—*
และที่พีคยิ่งกว่านั้น คือคอมเมนต์ใต้ภาพล่าสุดที่เพิ่งเด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ จากบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาคอมเมนต์เรื่องนี้...
*‘อ้าว... สิงห์... ไหนบอกกูว่ามึงยังจีบไม่ติดไงวะ ทำไมเปิดตัวเร็วกว่าที่คุยกันไว้?’* (จาก: พี่กรณ์ เฮดว้ากสุดโหดคู่ปรับเก่าของสิงห์)
ต้นหนาวหันขวับไปมองหน้าสิงห์ทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนความระแวง ขณะที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบเดิมค่อยๆ กลับมาปรากฏบนใบหน้าของรุ่นพี่หนุ่มอีกครั้งอย่างท้าทาย
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความวุ่นวายของคู่กัดคู่นี้มาจนถึงตอนนี้ พบกันใหม่ตอนหน้าครับ)
พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี•ตอนที่ 22
โดนเพื่อนล้อจนเขินไปหมด
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!