“คำว่า ‘แม่’ ของพี่... หมายความว่ายังไงครับ”
เสียงของต้นหนาวสั่นพร่าเล็กน้อยท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่นที่แคบลงถนัดตา ประโยคสั้นๆ ที่พี่สิงห์หลุดปากพูดออกมาเมื่อคืน ยังคงดังวนเวียนอยู่ในหัวของเขาซ้ำไปซ้ำมา ราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ความลับที่เคยคิดว่าเป็นเพียงเรื่องล้อเล่นระหว่างคนข้างห้อง ยามนี้กลับกลายเป็นปมปริศนาที่ซับซ้อนเกินกว่าเด็กบริหารปีสามอย่างเขาจะรับมือไหว
สิงห์ที่กำลังงقอยู่กับการง่วนอยู่หน้าเตาไมโครเวฟชะงักมือเล็กน้อย แผ่นหลังกว้างในเสื้อยืดสีดำตัวเก่งไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนที่เจ้าตัวจะหันกลับมาพร้อมถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในมือ สีหน้าเรียบเฉยที่มักจะใช้กวนประสาทเขาอยู่เสมอกลับราบเรียบเสียจนน่าใจหาย ไม่มีรอยยิ้มมุมปาก ไม่มีมุกเสี่ยวเลี่ยนๆ และไม่มีแววตาระ1บระรื่นอย่างเคย
“กินอะไรร้อนๆ ก่อนเถอะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มน้ำปลาไปหมดแล้ว” สิงห์วางถ้วยบะหมี่ลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า เอื้อมมือหนามาหมายจะเคาะหัวทุยๆ ของคนเด็กกว่าตามความเคยชิน
ปัด!
ต้นหนาวปัดมือคู่นั้นออกอย่างไม่ใยดี ดวงตากลมโตจ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง ความหงุดหงิดผสมกับความไม่เข้าใจตีรวนอยู่ในอกจนแน่น “ผมถามว่าหมายความว่ายังไงครับพี่สิงห์! เลิกทำเป็นเล่นลิ้นแล้วตอบคำถามผมสักทีเหอะ พี่มีความลับอะไรปิดบังผมอยู่กันแน่ ทำไมจู่ๆ ถึง... ฮึ่ย!”
ต้นหนาวพ่นลมหายใจพรืดใหญ่อย่างขัดใจ เมื่อเห็นว่าคนตัวโตกว่ายังคงตีหน้าตายยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก สิงห์ถอนหายใจออกมาเบาๆ แววตาที่ทอดมองเด็กหนุ่มตรงหน้าเวลานี้ ไร้ซึ่งความกวนประสาทอย่างสิ้นเชิง กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและหนักอึ้งเกินกว่าที่ต้นหนาวเคยสัมผัส
“บางที... การไม่รู้อะไรเลย อาจจะปลอดภัยสำหรับตัวนายมากกว่านะ ต้นหนาว” สิงห์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบมองตรงเข้ามาในดวงตาของเขา ราวกับกำลังพยายามซ่อนมหาสมุทรทั้งมิตรภาพและความเจ็บปวดไว้เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น
“ปลอดภัยบ้าอะไรเล่า!” ต้นหนาวโวยวายลั่นห้อง ความอัดอั้นตันใจทำให้เขาเผลอขึ้นเสียงใส่ “พี่คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกเอ็มวีรึไง ถึงต้องแบกรับอะไรไว้คนเดียวแล้วมาทำตัวลับๆ ล่อๆ แบบนี้อ่ะ! พี่สิงห์คนเดิมที่ชอบกวนตีนผม ชอบหยอดมุกแป้กๆ ใส่ผมทุกวันมันหายไปไหนวะ... ทำไมอยู่ๆ พี่ถึงกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้!”
สิ้นคำพูดของต้นหนาว ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง เงียบเสียจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของตัวเอง สิงห์นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนที่มุมปากหยักจะค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนเก่า แต่เป็นรอยยิ้มที่เจือความอ่อนโยนและความเหนื่อยล้าเอาไว้ในคราเดียว
“อยากเจอพี่สิงห์คนเดิมเหรอครับ...” สิงห์ทวนคำเสียงแผ่ว ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางที่นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่บนโซฟาช้าๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้า ให้สายตาของเขาสองคนอยู่ในระดับเดียวกัน มือหนาที่เพิ่งถูกปัดออกไปเมื่อครู่ เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของต้นหนาวออกให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วนั้นทำเอาคนถูกกระทำถึงกับสะดุ้งวาบ หัวใจที่กำลังเต้นแรงด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับเปลี่ยนจังหวะเป็นเต้นผิดทิศผิดทางเสียอย่างนั้น
“พ... พี่ทำอะไรเนี่ย ถอยไปเลยนะ” ต้นหนาวเบี่ยงหน้าหนี พยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มเห่อร้อนขึ้นมาดื้อๆ มือบางดันไหล่กว้างให้ออกห่าง แต่แรงแค่นี้มีหรือจะสู้แรงของคนตัวโตกว่าได้ สิงห์ไม่เพียงแต่ไม่ถอย เขากลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
“ก็กำลังทำตัวเป็นพี่สิงห์คนเดิมที่นายบ่นว่าหายไปอยู่นี่ไงครับ” สิงห์กระซิบเสียงนุ่ม ทุ้มต่ำ และละมุนละไมจนน่ากลัว “หรือว่า... แบบนี้มันทำให้ใจคอของนายไม่ดีมากกว่าเดิมกันแน่ หื้ม?”
“ใครใจคอไม่ดี! พูดจาเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย ถอยไปเลยนะไอ้พี่บ้า!” ต้นหนาวโวยวายกลบเกลื่อนความเขิน ใบเนียนขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่ เขารีบยกมือขึ้นสองข้างดันแผงอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่สิงห์กลับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับที่มองมาเต็มไปด้วยความเอ็นดู
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกด้านในห้องเสียก่อน ทำเอาต้นหนาวสะดุ้งโหย่งรีบผลักอกสิงห์ออกสุดแรง จนร่างสูงเกือบหงายหลัง
“อ้าว... ขัดจังหวะอะไรฉันรึเปล่าคะเนี่ย สองคนนี้” เสียงแหลมปรี๊ดคุ้นเคยดังขึ้นทันทีที่บานประตูเปิดออก ยัยมะลิ เพื่อนสนิทตัวดีในคราบกองเชียร์กิตติมศักดิ์ก้าวเข้ามาในห้องหน้าตาเฉย พร้อมกับถุงพลาสติกใส่ส้มตำและไก่ย่างในมือ ยัยมะลิกวาดสายตามองสำรวจสภาพของทั้งคู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที “อุ๊ย ตายแล้ว! หน้าแดงกันทั้งคู่เลย นั่งทำอะไรกันอยู่เหรอจ๊ะ พี่สิงห์... หรือว่ากำลังเคลียร์ปัญหาหัวใจกันอยู่เอ่ย”
“เคลียร์กับผีสอดดิยายมะลิ!” ต้นหนาวแว้ดใส่เพื่อนสนิทหน้าตาตื่น รีบยกมือขึ้นลูบหน้าลูบตาตัวเองเป็นการใหญ่เพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ “แล้วแกมาทำไมเนี่ย ไม่ไปอ่านหนังสือสอบรึไง ถึงได้ถ่อสังขารมาถึงนี่”
“แหม! ฉันก็มาส่งเสบียงให้เพื่อนรักกับพี่ข้างห้องสุดหล่อสิคะ กลัวว่าแถวนี้จะกินกันเองจนอิ่มท้องซะก่อนไง” ยัยมะลิยักคิ้วหลิ่วตาใส่สิงห์ที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามฟอร์ม ก่อนจะหันมาส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้ต้นหนาว “ว่าแต่... เมื่อกี้ฉันเห็นใครบางคนโพสต์สเตตัสแปลกๆ ในเฟซบุ๊กด้วยนะแก น้า... น้า... อยากรู้จังว่าหมายถึงใคร”
ต้นหนาวขมวดคิ้วมุ่น นึกถึงโพสต์ที่ตัวเองเผลอพิมพ์ระบายความในใจลงไปเมื่อคืนตอนตีสอง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูหน้าจอทันที
หน้าจอแสดงผลข้อความที่เขาพิมพ์ค้างไว้ในแชทส่วนตัวของสิงห์—ข้อความสารภาพความในใจยาวเหยียดที่เขาตั้งใจจะกดลบ แต่นิ้วเจ้ากรรมดันไปกดส่งเพราะความล่ำลึกเมื่อคืน! และที่แย่ไปกว่านั้น ยัยมะลิเพื่อนตัวดีดันแคปหน้าจอไว้ได้ทันก่อนที่เขาจะกด 'ยกเลิกข้อความ' เสียอีก!
*(‘พี่สิงห์... รู้ตัวบ้างรึเปล่า ว่าพี่ทำให้ผมหวั่นไหวจนจะบ้าอยู่แล้วนะเว้ย...’)*
“ยัยมะลิ! แก... แกแคปไว้ทำไมวะ ลบเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ต้นหนาวโวยวายเสียงหลง หน้าตาตื่นลาน พยายามจะพุ่งตัวไปแย่งโทรศัพท์มือถือจากมือเพื่อนสนิท แต่มะลิไว N ทาย วิ่งหลบไปหลบอยู่ด้านหลังของสิงห์ทันที พร้อมกับชูโทรศัพท์ชูขึ้นเหนือหัว
“ช่วยด้วยค่ะพี่สิงห์! เด็กมันจะฆ่าปิดปากหนูค่า!” ยัยมะลิแกล้งร้องโวยวายเสียงดัง
สิงห์ยืนมองภาพสองคนยื้อแย่งกันด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือของมะลิที่มีข้อความของต้นหนาวปรากฏอยู่ชัดเจน รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มค่อยๆ กว้างขึ้นทีละน้อย แววตาที่มองเด็กหนุ่มผู้กำลังหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความอבอายแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
สิงห์ก้าวเข้าไปใกล้ต้นหนาวที่กำลังยืนหอบหายใจจนอกกระפือ มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือบางเบาๆ ให้หยุดการเคลื่อนไหว ต้นหนาวสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองคนพี่ด้วยแววตาตื่นตระหนก หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“ปล่อยนะพี่สิงห์...” ต้นหนาวประท้วงเสียงสั่น พยายามดึงมือออกแต่ไม่เป็นผล
สิงห์ไม่สนใจคำประท้วงนั้น เขาก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล และจริงจังเสียจนคนฟังแทบหยุดหายใจ
“เรื่องที่พิมพ์ในแชทเมื่อคืน... หมายความว่ายังไงครับ... หื้ม?”
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติมเต็มความอบอุ่นไปด้วยกันเสมอนะครับ*
พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี•ตอนที่ 21
พี่สิงห์คนเดิมหายไปไหน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!