“ถอยไปเลยนะพี่สิงห์! จะเอามือมาแตะหน้าผากหนูทำไมเนี่ย!”
เสียงแหบพร่าของต้นหนาวตวาดแว้ดใส่คนตัวสูงที่ถือวิสาสะนั่งยองๆ อยู่ข้างเตียง ใบหน้าของคนป่วยแดงระเรื่อไม่ใช่เพราะเขิน แต่เพราะพิษไข้ที่เล่นงานจนแทบไม่มีแรงทรงตัว ลมหายใจร้อนผ่าวของเธอทำเอาคนเป็นพี่ถึงกับคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความเป็นห่วงที่ปิดไม่มิด
“อย่าดื้อได้ไหมต้นหนาว ถ้าไข้ขึ้นสูงกว่านี้เดี๋ยวสมองฝ่อพอดี” สิงห์ไม่สนใจคำประท้วง มือหนาที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นแตะลงบนหน้าผากเนียนเบาๆ ก่อนจะชักสีหน้าเครียด “ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้ ยังจะซ่าปากเก่งอยู่อีกเหรอ”
“ก็... ก็พี่นั่นแหละ ใครใช้ให้เข้าห้องคนอื่นมาตอนตีสาม!” เธอพยายามพลิกตัวหนีแต่ก็เซจนเกือบตกเตียง ดีที่วงแขนแกร่งคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน
สิงห์ถอนหายใจยาวพลางกวาดสายตามองห้องพักที่ไร้เงาของยัยมะลิ เพื่อนสนิทตัวดีของต้นหนาวทิ้งให้เจ้าตัวแสบป่วยนอนซมอยู่คนเดียวอย่างน่าตีนัก เขาจัดการหยิบผ้าชุบน้ำที่เตรียมไว้ในกะละมังใบเล็กข้างเตียง บิดพอหมาดแล้วบรรจงเช็ดไปตามกรอบหน้าและลำคอของร่างบางอย่างเบามือที่สุด
“ถ้าพี่ไม่เข้ามาดูวันนี้ พรุ่งนี้เช้าคงได้เรียกกู้ภัยมางัดห้องพอดี” สิงห์เอ่ยเสียงเรียบ แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู “นอนเฉยๆ ครับ ไม่ต้องเถียง ถ้าดื้ออีกพี่จะจูบให้หายไข้จริงๆ ด้วยนะ”
“พี่สิงห์! ไอ้คนบ้า... ไอ้คนฉวยโอกาส!” ต้นหนาวพ่นคำด่าได้เพียงแค่นั้น ก่อนจะหมดแรงทิ้งตัวลงบนหมอน ดวงตาคู่สวยปรือปรอยจ้องมองคนตรงหน้าอย่างพ่ายแพ้ ยิ่งเห็นแววตาที่เขามองมา มันไม่ใช่แววตากวนประสาทแบบที่เคยเจอ แต่มันคือความห่วงใยที่ดูจริงจังจนหัวใจของเธอเริ่มเต้นผิดจังหวะ
สิงห์นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง เขาสอดมือเข้าไปใต้ผ้าห่มเพื่อหารือของเด็กดื้อ กุมมือเล็กไว้แน่นราวกับจะส่งต่อความอบอุ่นให้กัน บรรยากาศในห้องเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับเสียงลมหายใจที่เริ่มสม่ำเสมอของต้นหนาวที่เผลอหลับไปเพราะความเพลีย
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดปิดหน้าจอทันทีเมื่อเห็นแจ้งเตือนจากกลุ่มแชทที่ยัยมะลิส่งรูปตอนเขากำลังป้อนยาให้ต้นหนาวเข้ามาพร้อมข้อความแซว ‘งานดีนะพ่อหนุ่มวิศวะ เดี๋ยวคืนนี้จัดให้สักรูปเอาไว้ลงสตอรี่ไอจี’
สิงห์ไม่ได้โต้ตอบอะไร เขาก้มลงมองใบหน้ายามหลับใหลของคนที่เคยบอกว่าจะไม่จีบให้ติด แต่ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็นเขาเองที่ถอนตัวไม่ขึ้น
“ทำไมต้องทำให้พี่ต้องเสียอาการขนาดนี้ด้วยนะ ยัยตัวแสบ”
เขากระซิบเบาๆ ก่อนจะก้มลงไปหมายจะแตะริมฝีปากลงบนหน้าผากของเธอเพื่อเช็กอุณหภูมิอีกครั้ง แต่ทว่าในวินาทีที่ปลายจมูกของเขาสัมผัสกับกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเส้นผมของเธอ เสียงเคาะประตูห้องจากฝั่งทางเดินก็ดังสนั่นขึ้นมาขัดจังหวะ
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
“ต้นหนาว! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ!”
เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มอีกคนที่สิงห์จำได้แม่นว่าเป็น 'รุ่นพี่ชมรมดนตรี' ที่ชอบมาวนเวียนขายขนมจีบต้นหนาวบ่อยๆ ดังขึ้น สิงห์ชะงักกึก ความเงียบในห้องเริ่มเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด เขาหันไปมองต้นหนาวที่ยังคงนอนนิ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองประตูด้านนอกด้วยสายตาคมกริบที่แฝงไปด้วยความหวงก้างอย่างเปิดเผย
สิงห์ก้าวไปที่ประตู แต่แทนที่จะเปิดออก เขากลับล็อกกลอนแน่นหนาแล้วยืนพิงบานประตูไว้ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งหาไอ้รุ่นพี่คนนั้นด้วยมือของต้นหนาวที่วางทิ้งไว้บนหัวเตียง
นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่นิ่งสนิท ก่อนจะกดยกเลิกไม่ทันเมื่อเห็นแจ้งเตือนว่าอีกฝ่ายเปิดอ่านแล้ว
‘พี่สิงห์อยู่กับหนูค่ะ กลับไปเถอะค่ะ รบกวนเวลาพักผ่อน’
สิงห์อ่านข้อความที่ตนเองส่งออกไปแล้วก็ถึงกับนิ่งค้าง หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เพราะในวินาทีถัดมา ต้นหนาวที่ควรจะหลับไหล กลับลืมตาโพลงขึ้นมาจ้องมองเขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
“พี่สิงห์... เมื่อกี้พี่พิมพ์อะไรลงไปในไลน์ของหนูคะ?”
สายลมแผ่วเบาหวังว่าทุกท่านจะมีความสุขกับความอลเวงในบทนี้ และอย่าลืมติดตามว่าสิงห์จะเอาตัวรอดจากสายตาจับผิดของต้นหนาวได้อย่างไรในตอนหน้าครับ!
พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี•ตอนที่ 6
อย่าห่วงกันบ่อย เดี๋ยวพี่เสียอาการ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!