“ถ้าพี่จะเขียนวิจัยด้วยความเร็วระดับเต่าเป็นตะคริวแบบนี้ ชาตินี้เราคงได้ส่งงานตอนลูกพี่บวชนะครับคุณสิงห์!”
ต้นหนาวกระแทกเมาส์ลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังปัง เขาหันไปถลึงตาใส่ร่างสูงที่นั่งพิงพนักเก้าอี้สบายใจเฉิบ กลิ่นกาแฟดำกรุ่นๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องพักของเขา มันควรจะเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แต่ในวินาทีนี้ สำหรับต้นหนาว มันกลับเป็นกลิ่นแห่งความหายนะเมื่อต้องมานั่งปั่นงานกลุ่มวิชาเลือกเสรีกับ ‘พี่ข้างห้อง’ ตัวดีที่เป็นรุ่นพี่วิศวะฯ แถมยังชอบกวนประสาทเขาเป็นชีวิตจิตใจ
“โธ่ ตัวเล็กครับ... ความประณีตมันต้องใช้เวลานะ จะรีบไปไหน งานวิจัยนะไม่ใช่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จะได้ลวกแป๊บเดียวแล้วกินเลย” สิงห์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาที่เจ้าตัวเพิ่งหยิบมาใส่ช้อนมองคนข้างๆ ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“ไม่ต้องมาเรียกตัวเล็ก! แล้วอีกอย่าง ถ้างานนี้ได้เกรดไม่สวย ผมจะเดินไปฟ้องอาจารย์ว่าพี่เอาแต่เล่นมุกเสี่ยวใส่ผมจนผมไม่มีสมาธิพิมพ์!” ต้นหนาวโวยวาย ใบหน้าใสขึ้นสีระเรื่อไม่รู้ว่าเพราะความโมโหหรือเพราะความใกล้ชิดที่มากเกินพอดีในพื้นที่จำกัดของโต๊ะทำงานตัวเดียว
สิงห์ไม่ตอบโต้อะไร เขาขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวรุ่นพี่วิศวะฯ ทำให้ต้นหนาวเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ มือหนาของสิงห์เอื้อมมาวางทับมือของต้นหนาวที่กำลังพิมพ์ค้างอยู่บนคีย์บอร์ด
“งั้นลองแบบนี้ไหม... ถ้าคำนวณสถิติตัวนี้เสร็จภายในสิบนาที พี่จะยอมเลิกกวน แล้วเลี้ยงชานมไข่มุกเจ้าดังที่ชอบกินเป็นการไถ่โทษ ดีลไหมครับ?”
ต้นหนาวเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวเหมือนกลองชุดเสียอย่างนั้น เขารีบชักมือออกแล้วแกล้งก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อมูลรัวๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่า “ดีล! แต่ถ้าพี่แพ้ พี่ต้องลบรูปที่แอบถ่ายผมตอนผมหลับในห้องสมุดทิ้งให้หมด!”
“รู้ด้วยเหรอว่าพี่ถ่าย?” สิงห์เลิกคิ้ว แกล้งยิ้มมุมปาก “พี่ก็นึกว่าเราจะชอบซะอีก... ก็คนในรูปน่ะ น่ารักจนพี่ห้ามใจไม่ให้กดชัตเตอร์ไม่ไหวเลย”
“พี่สิงห์!” ต้นหนาวแหวเสียงหลง แก้มใสเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู เขาอยากจะหยิบหนังสือวิจัยหนาเตอะฟาดหัวคนข้างๆ ให้หายหมั่นไส้ แต่ดูเหมือนว่าสิงห์จะอ่านเกมออก เขาหัวเราะร่วนก่อนจะขยับเข้าโหมดจริงจัง จังหวะการพิมพ์งานเปลี่ยนจากความเนิบนาบเป็นความคล่องแคล่วแบบวิศวกรสายไอทีอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศในห้องเงียบลง มีเพียงเสียงคีย์บอร์ดที่กระทบกันเป็นจังหวะ ต้นหนาวแอบลอบมองเสี้ยวหน้าของรุ่นพี่ข้างห้องผ่านแสงไฟสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะ เขาพบว่าสิงห์ตอนที่ตั้งใจทำงานนั้นช่างดูมีเสน่ห์จนน่ากลัว... ทั้งคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันจางๆ จมูกโด่งเป็นสัน และท่าทางที่ดูโตเป็นผู้ใหญ่ มันช่างต่างจากสิงห์คนกวนประสาทที่เขารู้จักโดยสิ้นเชิง
“มองขนาดนี้... อยากให้พี่เปลี่ยนจากงานวิจัยเป็นเรื่องของเราแทนไหมครับ?” สิงห์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ
“ไอ้พี่บ้า! ใครเขามอง! ผมแค่ดูว่าพี่พิมพ์ผิดตรงไหนหรือเปล่าต่างหากล่ะ!” ต้นหนาวรีบหันขวับกลับมามองจอคอมพิวเตอร์ตัวเองทันที พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบตีสอง ความง่วงเริ่มเข้าจู่โจมต้นหนาว ศีรษะเล็กๆ เริ่มโอนเอนจนแทบจะฟุบลงกับโต๊ะ และก่อนที่ใบหน้าของเขาจะกระแทกเข้ากับสมุดจด มือหนาของสิงห์ก็เลื่อนมาประคองศีรษะของเขาไว้เสียก่อน
“ง่วงก็ไปนอนก่อนเถอะครับ เดี๋ยวส่วนที่เหลือพี่จัดการต่อเอง” สิงห์กระซิบข้างหู น้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนอย่างที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
ต้นหนาวปรือตามองคนข้างๆ เบลอๆ “พี่... พี่ยังไม่นอนเหรอ?”
“พี่เป็นห่วง... คนแถวนี้ไม่ได้นอนมาสองคืนแล้วไม่ใช่เหรอครับ?” สิงห์จัดแจงหยิบหมอนใบเล็กบนโซฟามาวางให้ต้นหนาวแล้วดันตัวอีกฝ่ายให้เอนลงนอนบนตักของเขาอย่างถือวิสาสะ
ต้นหนาวสะดุ้งเล็กน้อย แต่ความเหนื่อยล้ามีมากกว่าความเขินอาย เขาจึงเลือกที่จะหลับตาลงโดยปล่อยให้ศีรษะวางอยู่บนตักที่อบอุ่นของรุ่นพี่ข้างห้อง กลิ่นหอมจางๆ และสัมผัสที่ปลายนิ้วของสิงห์ที่ลูบผมเขาอย่างแผ่วเบาทำให้เขารู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
ทว่า ในขณะที่สติของต้นหนาวใกล้จะดับวูบ เสียงแจ้งเตือนแชตจากโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ สิงห์ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหยิบเครื่องขึ้นมาดูด้วยความสงสัย
ข้อความจาก ‘ยัยมะลิ’ เพื่อนสนิทตัวดีของต้นหนาวเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
[มะลิ]: หนีไปนอนกับพี่สิงห์ถึงในห้องเลยเหรอจ๊ะเพื่อนรัก! รูปตอนนายซบตักพี่เขาหลุดไปถึงกลุ่มคณะแล้วนะ! รีบตื่นมาดูด่วน เดี๋ยวก็กลายเป็นข่าวใหญ่หรอก!
สิงห์อ่านข้อความนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขาไม่กดปิดแชต แต่กลับพิมพ์ตอบกลับไปแทนต้นหนาวด้วยนิ้วเรียวยาวอย่างใจเย็น
[ต้นหนาว]: ก็นอนอยู่กับพี่เขาจริงๆ ครับ ไม่ต้องห่วงนะ... คืนนี้ ‘พี่สิงห์’ ของต้นหนาว เขาดูแลดีมาก
สิงห์วางโทรศัพท์ลงข้างตัว ก้มหน้าลงมองใบหน้าใสที่กำลังหลับใหลอย่างมีความสุข ก่อนจะก้มลงกระซิบแผ่วเบาจนแทบชิดริมฝีปากที่เผยอออกเล็กน้อยของคนตัวเล็ก “หลับไปก่อนนะครับ... เพราะพรุ่งนี้ตื่นมา เราคงมีเรื่องให้คุยกันยาวเลยล่ะ”
สิงห์เอื้อมมือไปปิดโคมไฟจนห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิด เหลือเพียงแสงจันทร์ที่ทอดผ่านม่านหน้าต่าง เผยให้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่สิงห์ซ่อนเอาไว้... แผนการของเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความวุ่นวายของต้นหนาวและพี่สิงห์ในตอนนี้นะครับ "สายลมแผ่วเบา" หวังว่าคืนนี้ทุกท่านจะนอนหลับฝันดีไปพร้อมๆ กับรอยยิ้มนะครับ
พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี•ตอนที่ 5
เมื่อรูมเมตจำเป็นคือพี่ชายข้างห้อง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!