"ถ้าจะมองหน้ากันใกล้ขนาดนี้ ย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ห้องผมเลยไหมครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือรอยยิ้มพรายดังขึ้นทำลายความเงียบในระยะประชิด ทำเอาผมที่กำลังค้างอยู่ในท่าชะโงกตัวข้ามโซฟา สะดุ้งโหยงจนเกือบหงายหลังตกลงไปกองกับพื้น โชคดีที่มือหนาของไอ้พี่สิงห์คว้าข้อมือผมไว้ทัน แรงดึงเบาๆ เพียงนิดเดียวก็ทำเอาเซเข้าไปปะทะแผงอกกว้างเข้าอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นสบู่จางๆ ลอยเข้าจมูกจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นรำทำเพลงไม่เป็นจังหวะ
"ใครมอง! ใครจะไปอยากย้ายมาอยู่ห้องพี่กัน ปล่อยเลยนะ!"
ผมรีบสะบัดข้อมือออกจากการกุม
กระเถิบถอยหลังกรูดไปจนชิดพนักโซฟาอีกฝั่ง พร้อมกับใช้หมอนอิงใบโตมาเป็นเกราะกำบังหน้าอกหน้าใจที่กำลังเต้นตุบๆ จนแทบทะลุออกมานอกซี่โครง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธที่โดนจับได้คาหนังคาเขา หรือเพราะสายตาแพรวพราวที่กำลังมองมาที่ผมด้วยความขบขันกันแน่
ให้ตายเถอะ... เมื่อกี้ผมพลาดท่ามหันต์
ก็ไอ้ข้อความที่มันเพิ่งกดยกเลิกไปต่อหน้าต่อตาเมื่อกี้ มันดันเป็นประโยคสารภาพรักระดับสתิบกระโหลกที่พิมพ์ค้างไว้ว่า *'ถ้าแอบดูรูปผมในเครื่องขนาดนี้... เป็นแฟนกันเลยดีไหมครับตัวเล็ก'* แม้ว่ามันจะถูกลบไปอย่างรวดเร็วด้วยความไวแสง แต่สมองอันชาญฉลาดของผมดันบันทึกภาพทุกตัวอักษรไว้หมดแล้วไง! แล้วประเด็นคือไอ้สรรพนาม 'ตัวเล็ก' บ้าบอนั่นมันคืออะไรวะครับ! ผมสูงตั้งร้อยแปดสิบนะเว้ย!
"หน้าแดงใหญ่แล้วครับ เขินอะไรเหรอ หรือว่าเขินข้อความที่ผมเพิ่งลบไปเมื่อกี้" พี่สิงห์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากของเจ้าตัวกวนประสาทเสียจนผมอยากจะหยิบรีโมททีวีปาใส่หน้าสักทีสองที
"ใครเขิน! บ้าหรือเปล่า ใครเขาจะไปใส่ใจข้อความคนหลงตัวเองแบบนั้นกัน" ผมเชิดหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่หลบสายตาแทบไม่ทัน
"อ้าว ไม่ได้ใส่ใจเหรอครับ แต่เมื่อกี้นี่ตาค้าง จ้องหน้าจอโทรศัพท์ผมนิ่งเลยนะ แถมยังทำปากขมุบขมิบเหมือนกำลังอ่านทวนซ้ำสรอบอีกต่างหาก" พี่สิงห์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เจ้าตัวทิ้งน้ำหนักตัวพิงพนักโซฟาอย่างสบายใจเฉิบ ขายาวกางออกเล็กน้อยท่าทางกวนโอ๊ยสุดๆ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมมาตรงหน้าผม "อ่ะ อยากดูรูปไหนในเครื่องผมอีกไหมครับ เชิญพลิกดูได้ตามสบายเลยนะ ผมอนุญาตเป็นพิเศษสำหรับคนข้างห้องคนนี้เลย"
ผมมองโทรศัพท์ในมืออีกฝ่ายสลับกับใบดุจเทพสร้างที่กำลังยิ้มเยาะ ความอยากรู้อยากเห็นมันตีรวนขึ้นมาในอกจนห้ามไม่อยู่
ไอ้รูปที่ผมแอบเห็นแวบๆ เมื่อกี้มันคืออะไรกันแน่ ทำไมในแกลเลอรีของไอ้บ้านี่ถึงมีอัลบั้มลับที่ตั้งชื่อว่า 'ดื้อ' แถมยังมีรูปผมตอนกำลังยืนบ่นกระปอดกระแปดอยู่ระเบียงห้อง ประปนอยู่กับรูปเซลฟี่ของเจ้าตัวที่ทำหน้าตาชวนหมั่นไส้... แต่ประเด็นคือ ในหลายๆ รูปนั้น มันมีมุมที่เผลอไผลแปลกๆ ที่เหมือนตั้งใจถ่ายเก็บไว้โดยที่ผมไม่เคยรู้ตัวเลยสักครั้ง
"ใครอยากดูของพี่กัน เก็บกลับไปเลยนะ!" ผมทำเป็นสะบัดหน้าหนี พยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ
"แน่ใจนะว่าไม่อยากดู?" พี่สิงห์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนผมต้องเอนหลังหนີแทบจะสิงร่างพนักโซฟา "ในนั้นมีรูปเด็กแถวนี้ตอนเผลอเยอะเลยนะ บางรูปนี่... น่ารักจนผมไม่กล้าลบเลยล่ะครับ"
คำพูดกำกวมกับสายตาที่พราวระยับยิ่งกว่าดวงดาวในคืนนี้ ทำเอาผมรู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวมันพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ปากก็อยากจะด่ากราดออกไปตามนิสัยเดิม แต่มันติดอยู่ที่ว่าหัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นแรงจนเสียงมันดังกลบความคิดทุกอย่างในหัวเสียสนิท
ครืดดด—!
เสียงสั่นเตือนของโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะกระจกเบรกบรรยากาศชวนใจเต้นรำเมื่อครู่ให้หยุดลงทันที หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าของบุคคลที่ผมสาบานได้ว่าตอนนี้ไม่อยากให้โทรมาที่สุดในสามโลก
*[ยัยมะลิ ตัวชงแห่งชาติ]*
ผมรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาสไลด์รับสายด้วยความรวดเร็วราวกับเจอทางรอดจากนรกภูมิ ก่อนจะกดเปิดสปีกเกอร์โฟนทันที เพื่อหวังจะดึงบรรยากาศรอบตัวให้กลับมาสู่ภาวะปกติ
"ว่าไงวะยัยมะลิ โทรมามีอะไร ดึกดื่นตื่นมาเพ้ออะไรตอนนี้" ผมกรอกเสียงใส่สายด้วยความหงุดหงิดนิดหน่อยเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ
*(แหม อีคุณต้นหนาว น้ำเสียงหงุดหงิดแบบนี้ แสดงว่าฉันโทรไปขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่หรือเปล่าเอ่ย?)* เสียงปลายสายสวนกลับมาทันควันด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ตามสไตล์เพื่อนสนิทตัวแสบ *(พอดีฉันไถฟีดไอจีเจอสตอรี่ของใครบางคนแถวๆ นี้ เช็คอินอยู่ห้องข้างๆ กัน แหม... ดึกดื่นป่านนี้ยังไปสิงอยู่ห้องผู้ชาย ระวังตัวไว้หน่อยนะเพื่อนรัก เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน)*
ผมถึงกับชะงัก เหล่ตามองไปยังต้นตอของเรื่องทั้งหมดที่ตอนนี้กำลังนั่งอมยิ้มกริ่มราวกับผู้ชนะ
"พูดบ้าอะไรของเธอวะมะลิ ฉันแค่... แค่มาเอาการบ้านที่ยืมไปต่างหากเล่า!"
*(การบ้านวิชาบริหารการเงินเนี่ยนะต้องมาเอาตอนเที่ยงคืน? แถมเสียงแกนี่มันดูรอนแรมพิกลนะคุณเพื่อน)* ยัยมะลิหัวเราะคิกคักทางปลายสายอย่างชอบใจ *(เอาเถอะ ฉันไม่ได้โทรมาแซวเล่นหรอก พอดีอาจารย์ฝากบอกเรื่องโปรเจกต์กลุ่ม...)*
ระหว่างที่ยัยมะลิกำลังร่ายยาวเรื่องงานกลุ่มที่ผมต้องรับผิดชอบร่วมกับเธอ สายตาของผมก็เผลอเหลือบไปมองหน้าจอโทรศัพท์ของพี่สิงห์ที่วางอยู่บนโต๊ะอีกครั้ง หน้าจอนั้นสว่างวาบขึ้นมาเพราะมีการแจ้งเตือนข้อความใหม่เด้งขึ้นมาจากแอปพลิเคชันแชต
มันเป็นข้อความจากเพื่อนในคณะวิศวะของเจ้าตัวที่ส่งรูปภาพบางอย่างมา พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายผมพุ่งพล่านขึ้นมาถึงสมองในเสี้ยววินาที
*[ไอ้สิงห์ รูปที่มึงแอบถ่ายเด็กบริหารข้างห้องตอนหลับบนหอสมุดวันก่อน ส่งเข้าไลน์กลุ่มให้กูหน่อยดิ สาวๆ ฝากถามว่าน้องเขามีแฟนยัง]*
ผมเบิกตากว้าง ค้างเติ่งไปกับสิ่งที่เพิ่งอ่านเจอ
ไอ้... ไอ้พี่สิงห์! นอกเหนือจากรูปในมือถือแกแล้ว แกยังมีรูปฉันตอนหลับนอนน้ำลายยืดเก็บไว้อีกเรอะ!
ผมหันขวับไปมองหน้าเจ้าของเครื่องทันที ดวงตาคงลุกเป็นไฟด้วยความแค้นเคืองระคนความอายที่ตีรวนกันจนแยกไม่ออก
"พี่สิงห์..." ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน เรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกด้วยความโกรธ
เจ้าตัวแสบสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาอาฆาตของผม แต่แทนที่จะสำนึกผิด พี่สิงห์กลับหัวเราะร่อในลำคออย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้นอีกครั้ง ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้กระซิบข้างหอผมด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"หื้ม ว่าไงครับตัวเล็ก... สนใจฟังผมแก้ตัวเรื่องรูปในหอสมุด หรือจะให้ผมสารภาพเรื่องอื่นก่อนดีล่ะครับ?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี•ตอนที่ 24
ความลับในมือถือ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่าจีบหนูบ่อย หนูใจคอไม่ดี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!